ตอนที่4
ตอนที่ 4
โต๊ะหนังสือตัวนี้หลังจากเขาและนางแต่งงานกันได้หนึ่งเดือน เผยฉางอันที่เพิ่งได้รับตำแหน่งนั้นมีราชการมากมายเพื่อจะได้มองเห็นนางได้ชัดขึ้นจึงได้ยกมันมาไว้ในห้องนี้
ภาพที่มีความสุขในอดีตย้อนกลับมาให้นางเจ็บปวดอีกครั้ง แม้เขาจะเป็นคนเย็นชา ทว่ากลับอ่อนโยนในเวลาที่อยู่กับนางสองต่อสอง เขาเขียนอักษร นางฝนหมึกอยู่เคียงข้าง สายตาพลันสบกันอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
สิ่งที่เขาทำนั้นล้วนทำให้นางเชื่อว่าเขารักนางจนหมดใจจริง และยิ่งจริงเท่าไรนางก็ยิ่งเจ็บปวดใจเท่านั้น มือเรียวสัมผัสแท่งฝนหมึกที่คุ้นเคย
“ฮูหยิน เจ้าค่ะ”
เสียงเรียกของแม่นมซานเหนียงดังขึ้น หนิงหว่านชิงรีบปรับสีหน้าให้สงบนิ่งแล้วหันไปมองนาง
แม่นมซานก้าวเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาเป็นประกาย ในมือนางถือกระดาษแผ่นหนึ่งไว้แน่น นางก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหนิงหว่านชิงแล้วเอ่ยขึ้น
“นี่คือรายการที่ท่านโหวสั่งให้บ่าวส่งไปให้ คุณหนูไป๋ซูเหยา เจ้าค่ะ ได้ยินว่าคุณหนูคุกเข่าอยู่ท่ามกลางหิมะนานจนล้มป่วย สิ่งของพวกนี้ล้วนเพื่อร่างกายของนางเจ้าค่ะ”
นางกล่าวจบก็ยื่นไปวางลงบนโต๊ะแล้วเอ่ยต่ออีก
“อ้อ แล้วท่านโหวยังสั่ง กำชับบ่าวว่าทุกอย่างต้องตามรายการเป๊ะ ห้ามตกหล่นเจ้าค่ะ”
หนิงหว่านชิงกำมือแน่นมองดูรายการของล้ำค่าเหล่านั้น แม้นางเป็นฮูหยินของเขาก็ยังไม่เคยได้ขนาดนี้เลย เขาช่างใส่ใจนางจริง ๆ นางยกตรามาประทับให้แล้วยื่นคืนให้ แม่นมซานเหนียง
แม่นมซานเหนียงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วรับไป ก่อนจะก้าวออกจากห้อง พอดีกับเดินสวนทางว่านเจียงพอดี นางยิ้มให้ว่านเจียงอย่างเยาะเย้ย ราวกับว่าบัดนี้ ตัวจริงมาแล้ว และตำแหน่งนี้ต้องส่งคืนให้เจ้าของที่ถูกต้อง
ว่านเจียงมองนางด้วยดวงตาแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งโมโห แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธแล้วหันหลังก้าวไปในห้องอย่างรู้สึกโมโห
“คุณหนู เหตุใดท่านถึง—”
“ช่างเถิด”
ว่านเจียงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทว่าถูกหนิงหว่านชิงเอ่ยขึ้นขัดเสียก่อน
ว่านเจียงมอง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ใจของคุณหนูตนเอง นางพลันรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม ท่านโหวแต่งงานกับคุณหนูของนางมาสามปีอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
แม้ท่านโหวจะเป็นคนเย็นชา ปากไม่ค่อยตรงกับใจแต่กลับเอาใส่ใจคุณหนูของนางยิ่งนัก แต่เมื่อรักแรกของเขากลับมาเหตุใดจึงทำกับคุณหนูของนางเช่นนี้ ทิ้งภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์วิ่งไปหายัยจิ้งจอกถึงที่วัด มิหนำช้ำยังส่งของบำรุงดี ๆ ไปให้นางมากมาย
ส่วนภรรยาที่กำลังท้องกลับได้เพียงของธรรมดา เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ
“เรื่องที่ข้าสั่งให้เจ้าไปทำเสร็จหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
ว่านเจียงพยักหน้าตอบ
หนิงหว่านชิงพยักหน้ารับหนึ่งครั้งแล้วลุกขึ้นยืน แล้วพูดขึ้นน้ำเสียงแผ่วเบา
“ข้านอนมานานแล้วรู้สึกหิว”
“เจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปนำมานะเจ้าคะ”
ว่านเจียงเอ่ยขึ้น พร้อมกับหมุนกายก้าวออกไป ส่วนหนิงหว่านชิงก็ก้าวตรงมานั่งรอยังโต๊ะอาหาร มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยนั้น นางรู้สึกถึงหัวใจดวงเล็ก ๆ ที่กำลังเต้นอยู่ พลันรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
นางหลงรักเผยฉางอันมาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเข้าร่วมกองทัพ ตอนนั้นเขาเป็นคุณชายอยู่ที่จวนแม่ทัพเผย เก่งรอบด้านและได้มาเข้าร่วมงานกวีที่ องค์ชายรองได้จัดขึ้น นางเองก็ถูกเชิญไปเช่นกัน
ในงานเผยฉางอันดูสง่างามยิ่งนัก ทำให้เหล่าสตรีที่ไปร่วมงานต่างหวั่นไหวไปตาม ๆ กัน นางเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น
ต่อมารู้ว่าเขามีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว นางเสียใจนอนร้องไห้อยู่สามวันสามคืน กว่าจะทำใจได้และกลับมาสดใสร่าเริงเหมือนเดิมแต่ในใจลึก ๆ ยังแอบหวัง
นางไม่กล้าแม้กระทั่งเดินผ่านจวนแม่ทัพเผย เพราะเกรงว่าจะทำให้ใจสับสนวุ่นวายอีก
ต่อมา ราวฟ้าเมมตา นางได้ยินข่าวว่า เผยฉางอันถูกปฏิเสธและถอนหมั้น ในยามนั้นนางมีความหวังสุด ๆ ไม่ยอมเชื่อฟังคำคัดค้านของบิดา ตระกูลเผยตกต่ำ เผยฉางอันต้องเข้ากองทัพไม่มีสตรีนางใดยอมแต่งกับเขา เพราะกลัวเป็นหม้าย
….
