ตอนที่ 9 หน้าเจ้าหวานเยี่ยงสตรี
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูห้องตั้งแต่ยามอิ๋นดังขึ้น โชคดีที่หญิงสาวตื่นมาเตรียมตัวก่อนมิเช่นนั้นเกรงว่าคงมิทัน หญิงสาวหมุนกายหน้ากระจกทองแดงเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยตนเอง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง
"ว๊าว~"
ทันทีที่ประตูเปิดออกบุรุษตรงหน้าก็อ้าปากข้างทันทีที่เห็น คนตรงหน้าดูเหมือนจะเป็นขันทีเช่นเดียวกัน เขาสวมแว่นเล็กๆอีกทั้งมิได้สูงกว่านางมากนัก ตัวก็ผอมบางเหมือนสตรี นี่คงเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยมีใครสงสัยนางเท่าใด
"น้องชายเจ้าใบหน้ามิคมเข้มเหมือนบุรุษอย่างที่ทหารหน้าตำหนักบอกกันจริงๆด้วย เห็นทีว่าชายาขันทีหน้าหวานในเรือน ข้าคงตกเป็นที่สองเสียแล้ว"
"หน้าหวานอันใด ข้าเป็นบุรุษทั้งแท่ง"
เจียงซือหนิงรับปฏิเสธทันที
"ขออภัยข้าเพียงหยอกล้อเจ้าเล่นเท่านั้น มิคิดว่าเจ้าจะโมโหถึงเพียงนี้"
บุรุษตรงหน้าเอ่ยพลางเกาท้อยทอยแก้เขิน เขาลืมไปว่ามิใช่ทุกคนที่จะอยากหน้าหวานเหมือนเขา ปกติเขาก็อัธยาศัยดีเช่นนี้ คนที่ชอบพูดกลับต้องมารับใช้ตำหนักที่ผู้คนน้อยจนนับนิ้วได้ก็รู้สึกเหงาปากมิน้อย
"ข้าลืมแนะนำตัว ข้านามไฉรั่ว พ่อบ้านฉางตงให้ข้ามาพาเจ้าเดินดูรอบตำหนักแล้วก็พาเจ้าไปเรือนหลานฮวา จะได้รู้ว่าต้องทำอันใดบ้าง"
ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัว
"ข้านามเสวียนเหยียน"
"ข้ารู้แล้ว เช่นนั้นไปกินข้าวก่อนข้าจะพาเจ้าไปดูรอบๆตำหนัก"
"ได้!"
เจียงซือหนิงเอ่ยพลางเข้าไปเอาของในห้อง และรีบออกมาปิดประตูให้เรียบร้อยก่อนจะเดินตามไฉรั่วไป
......
อ่างไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องอาบน้ำ ห้องนี้ใหญ่เท่าเรือนเรือนหนึ่งเลยก็ว่าได้ หมอกขาวจากน้ำอุ่นลอยล่องจากผิวน้ำพัดเอากลิ่นหอมจากน้ำปรุงอบอวนไปทั่วห้อง กลีบดอกกุ้ยฮวาบนผิวน้ำขยับตามการเคลื่อนไหวของร่างใหญ่ที่นอนแช่ตัวในอ่างด้วยท่าทีผ่อนคลาย
หยดน้ำใสเกาะตามกรอบหน้าคม ไหลลงมาตามสันกรามหยดลงที่หน้าอกกว้าง และในที่สุดก็ไหลลงมาตามร่องหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ผมดำยาวดูสุขภาพดีแผ่ไปกับพื้นน้ำ บุรุษร่างกายสมบูรณ์หลับตาลงเอื้อมมือไปหยิบจอกสุรา แต่กลับพบว่ามันว่างเปล่า ดวงตาคมสีสนิมลืมขึ้นด้วยความไม่พอใจ
"สุราข้าเล่า"
เสียงเข้มตะหวาดถามเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
"ขออภัยชินอ๋อง หมอหลวงบอกว่าท่านมิควรดื่มสุราเกินวันละห้าจอก มิเช่นนั้นบาดแผลของท่านจะมิมีวันหาย"
จื่อซ่งผู้ช่วยของเขาเอ่ยเตือน ชายหนุ่มเป็นคนเดียวที่กล้าขัดผู้เป็นนายในเรือนแห่งนี้
"เฮ้อ~ นับวันเจ้ายิ่งทำตัวเป็นแม่นมมั่วหลาน"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางถอนหายใจออกมา ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง น้ำหยดเล็กไหลตามร่างกายไปตามน่องขาว สวมอาภรณ์ตัวในและเดินไปนั่งที่เก้าอี้
กระจกทองแดงสะท้อนใบหน้าบุรุษรูปงาม คิ้วหนาจัดเรียงตัวสวย ดวงตาคมสีสนิมดูเสน่ห์เหมือนมีหยดน้ำใสเคลือบอยู่ดูน่าหลงไหล จมูกคมโดงเป็นสันรับกับใบหน้า ปากหนาชุมชื่นดูสุขภาพดี ใบหน้าที่สมบรูณ์แบบเช่นนี้กลับมีตำหนิที่ปลายหางตาเล็กๆ มันเล็กจนแทบมิได้มีผลกับความสมบูรณ์แบบนี้ หากมิได้ตั้งใจมองก็ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่ามีบาดแผลนี้อยู่บนหน้า แต่ชายหนุ่มกลับรังเกียจมันจนต้องสวมหน้ากากเหล็กปิดเอาไว้ตลอดเวลา
"ทางเซี่ยเจิงส่งข่าวมาบ้างหรือไม่"
"ยังไม่มีมาขอรับ"
"อื้ม"
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูจากด้านนอกเรียกความสนใจของทั้งคู่ จื่อซ่งเดินไปหยิบอาภรณ์มาสวมใส่ให้ผู้เป็นนาย
"เรียนชินอ๋อง อาหารเช้าเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ชินอ๋องจะรับสำหรับที่ไหนเจ้าคะ"
สตรีเพียงคนเดียวในตำหนัก แม่นมมั่วหลานส่งเสียงรายงานผู้เป็นนายจากด้านนอกตำหนัก
"ริมสระบัวแล้วกัน"
"เจ้าค่ะ"
แม่นมมั่วหลานรับคำก่อนจะรีบออกไปทำตามคำสั่ง จื่อซ่งเองก็ดูความเรียบร้อยเนื่องด้วยรู้ดีว่าผู้เป็นนายเขารักความเป็นระเบียยเรียบร้อยขนาดไหน จากนั้นเดินออกไปรอด้านนอก
โจวเทียนหลานหันมามองตนเองในกระจก มือหนาเอื้อมมาสัมผัสที่ใบหน้าตนเองบริเวณรอยบาดแผลเล็กๆ แววตาที่เรียบเฉยพลันเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที จากนั้นเอื้อมไปหยิบหน้ากากเหล็กมาสวมทับและเดินออกไปจากตำหนัก
