ตอนที่ 5 ข้ามิได้โง่งมเหมือนบุตรสาวบุตรชายคนอื่นๆของท่าน
"ไม่นะเจ้าคะท่านพ่อ ข้าไม่มีวันแต่งกับอู๋ห่าวหยูผู้นั้น"
เจียงหลี่ฮวาที่แอบฟังอยู่ด้านนอกรีบเข้ามาบอกผู้เป็นบิดาทันที เจียงฮุ่ยหมิงมองบุตรสาวอันเป็นที่รัก เขาเลี้ยงดูนางมาอย่างดี ทั้งเรื่องความสามารถและรูปลักษณ์ เพื่อที่วันหนึ่งนางจะได้แต่งกับคุณชายตระกูลขุนนางดีๆ อนาคตนางยังอีกยาวไกล เขาไม่มีวันให้นางต้องแต่งกับบุรุษที่มีเพียงเงินทอง แต่ไร้อำนาจอย่างอู๋ห่าวหยูแน่
เจียงซือหนิงมองใบหน้าของผู้เป็นบิดาที่พยักหน้าก็ยิ่งคับแค้นใจ นางไม่ได้อิจฉาแต่รับไม่ได้กับความอยุติธรรมนี้
"หากเจ้ามิแต่ง เช่นนั้นข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่น"
เจียงฮุ่ยหมิงเอ่ยพลางมองไปยังลู่เมิ่งเหยา
"ท่านจะทำอันใดท่านแม่ของข้า"
หญิงสาวมองตามสายตาเอ่ยถามเสียงสั่น ขณะที่น้ำตานองหน้า
"ก็ในเมื่อเจ้ามิทำตามที่ข้าบอก เช่นนั้นก็ให้ผู้ที่ยอมทำแทนเจ้าได้ทำส่ะสิ"
"พูดบ้าอะไรของท่าน นางคือภรรยาของท่าน คนที่อยู่เคียงข้างท่านมานับสิบปีนะ"
เจียงซือหนิงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ว่าคำพูดนี้จะออกมาจากปากของคนที่นางเคยเรียกว่าบิดา บุรุษตรงหน้าเกินเยียวยาแล้วจริงๆ เช่นนี้ไม่ต่างจากอสูรร้ายที่มีจิตใจต่ำตมด้วยซ้ำ
"เมิ่งเหยานะเมิ่งเหยา เจ้าเลี้ยงบุตรสาวได้นิสัยร้ายกาจไม่ฟังใครเสียจริง ลืมไปแล้วเหรอว่าตนเองเคยเป็นเพียงบ่าวรับใช้มาก่อน เหตุใดไม่มีนิสัยอ่อนน้อมเอาเสียเลย"
คำพูดของเจียงฮุ่ยหมิงทำเอาดวงตางามต้องหันมามองหน้าผู้เป็นมารดาเต็มไปด้วยคำถาม
"แม่ขอโทษ....แม่ไม่เคยคิดจะปิดบังเจ้าเรื่องนี้นะ"
ลู่เมิ่งเหยาพร่ำขอโทษบุตรสาว ใบหน้างามเพียงส่ายหน้าเท่านั้น สำหรับนางไม่ว่ามารดาจะเคยเป็นใครมาก่อนไม่สำคัญ เพราะที่ผ่านมาท่านดูแลและรักนางมาอย่างดี ตอนนี้นางไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดที่ผ่านมาเจียงฮุ่ยหมิงถึงปฏิบัติกับนางไม่เหมือนบุตรคนอื่นๆ
"อย่าลืมว่าถึงแม้เจ้าจะเป็นภรรยาข้าแล้ว แต่สัญญาขายตัวเป็นบ่าวตลอดชีวิตของเจ้าก็ยังอยู่ หากบุตรสาวเจ้าไม่แต่งกับอู๋ห่าวหยู เช่นนั้นก็ต้องขายเจ้าออกไปเสีย"
เพล้ง!
เจียงซือหนิงคว้าเศษแก้วที่แตกอยู่บนพื้นขว้างใส่เจียงฮุ่ยหมิงทันที คำพูดเมื่อสักครู่มันยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน บุรุษทั่วหล้าเป็นเช่นนี้กันหมดหรืออย่างไร ไม่มีความรักหรือเยื่อใยเลยหรือ ความรักชั่งไร้ค่าสิ้นดี
"เจ้ากล้าหรือ"
"ข้ากล้า! ข้ากล้าตายไปพร้อมกับความอัปยศนี่ แล้วท่านเล่ากล้าหรือไม่"
หญิงสาวตวาดกลับไป
"ได้! ต้นเหตุของปัญหาคือบุรุษสวะบุตรของเจ้าใช่ไหม"
หญิงสาวไม่เอ่ยเปล่ายังชี้ไปยังเจียงเสวียนเหยียนที่ยืนอยู่หน้าประตูอยู่ ชายหนุ่มโมโหไม่น้อยที่ถูกว่าเช่นนั้น
"เช่นนั้นข้าจะเข้าไปเป็นขันทีในวังแทนเขาเอง"
"พูดบ้าอันใดของเจ้า"
"ท่านไม่มีสิทธิ์ต่อรองอันใดทั้งนั้น ข้ากับท่านแม่ไม่มีอะไรที่ต้องเสีย หากข้าตายไปนอกจากท่านจะไม่มีเงินไปติดสินบนคนในวังแล้ว บุตรชายที่รักของท่านก็ต้องเข้าไปเป็นขันที เห็นทีว่าตอนนั้นผู้สืบทอดตระกูลเจียงคงจบเสียแล้ว"
"หากมีคนจับได้..."
"ท่านอย่าลืมว่าข้ามิได้โง่งมเหมือนบุตรสาวบุตรชายคนอื่นๆของท่าน หากกล่าวออกมาแล้วข้าย่อมมีวิธีของข้า"
หญิงสาวเอ่ยด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
"ท่านพ่อข้าว่าเชื่อนางสักคราเถิด ไม่มีครั้งใดที่นางไม่เคยทำไม่สำเร็จ"
เจียวหลี่ฮวากระซิบบอกผู้เป็นบิดา
"เจ้าจะไม่ถูกจำได้แน่นะ"
เจียงฮุ่ยหมิงเอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจ แต่เขาต้องยอมรับว่านางฉลาดและเอาตัวรอดเก่งจริงๆ ติดที่นางเป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากสตรีฐานะต่ำต้อย ขนาดเขามิได้ให้อาจารย์มาสอนตำราเหมือนบุตรคนอื่น แต่นางกลับเรียนรู้เอง อ่านออกเขียนได้เร็วกว่าคนอื่นที่มีอาจารย์สอนเสียอีก
"แต่ข้ามีข้อแม้"
"ขอแม้อะไรของเจ้าอีก"
"ท่านต้องฉีกสัญญาขายตัวเป็นบ่าวของท่านแม่ซะ ภายในสองปีที่ข้าอยู่ในวังห้ามผู้ใดรังแกนางเด็ดขาด หากครบกำหนดแล้วพวกเราสองคนไม่มีขอข้องเกี่ยวกับตระกูลเจียงอีก"
"มันจะมากไปแล้วนะ"
เจียงฮุ่ยหมิงตวาดเสียงดัง
"ท่านพ่อ..."
เจียงเสวียนเหยียนเรียกผู้เป็นบิดาเพราะกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจ
"ก็ได้ ข้ารับปาก"
เจียงฮุ่ยหมิงสะบัดแขนเสื้อด้วยท่าทีไม่พอใจ เจียงซือหนิงเดินไปร่างข้อความเอาไว้สองฉบับเหมือนกัน จากนั้นประทับตรานิ้วมือเอาไว้
"คำพูดปากเปล่าไร้หลักฐาน มิใช่การทำการค้าที่ดีจริงหรือไม่นายท่านเจียง"
หญิงสาวเอ่ยพลางยื่นกระดาษให้เขาประทับตรา คนผู้นี้เชื่อถือไม่ได้ เพื่อไม่ให้มีปัญหาในภายหลังนางต้องรอบคอบ เมื่อเห็นว่าเจียงฮุ่ยหมิงยอมประทับรอยนิ้วมือนางก็สบายใจ
"ไปเถิดเจ้าค่ะท่านแม่"
หญิงสาวพับสัญญาเก็บไว้อย่างดีก่อนจะจูงมือผู้เป็นมารดาออกไปทันที
