ตอนที่ 4 สุนัขมันยังลูกมันมากกว่าท่าน
"เพราะตอนนี้สภาพของตระกูลเจียงเริ่มถึงทางตัน เมื่อสามวันก่อนได้รับจดหมายจากวังหลวงให้พี่ชายของเจ้าเข้าวังไปเป็นขันที เจ้าก็รู้ว่าบุรุษแคว้นต้าโจว หากมิได้เป็นขุนนางหรือเป็นทหารในกองทัพก็ต้องเข้าวัง"
"แล้วมันเรื่องอันใดที่ต้องมาทำร้ายท่านแม่"
"ตระกูลเจียงมีเพียงเหยียนเออร์ที่เป็นบุรุษ หากเป็นขันทีแล้วจะเป็นผู้สืบทอดตระกูลได้เช่นไร อีกทั้งงานบ่าวเช่นนั้นเขาไม่มีทางทำได้ด้วย"
"ยังต้องการผู้สืบทอดตระกูลอันใดอีก ตอนนี้ก็อดมื้อกินมื้อจนจะตายกันอยู่แล้ว ข้ามิเห็นมีผู้ใดออกไปทำงานหาอาหารเข้าเรือนเลยสักคน"
หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความโมโห กล้าดีเช่นไรที่มารังแกมารดาของนางเช่นนี้
"เพราะงั้น.....เพราะงั้นเพื่อไม่ให้เหยียนเออร์ถูกส่งตัวเข้าวัง ท่านพ่อของเจ้าจึงตั้งใจจะมอบเจ้าให้กับอู๋ห่าวหยู เพื่อนำเงินค่าสินสอดมาติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้เหยียนเออร์ได้เป็นอิสระ"
ปัง!
ทันทีที่ลู่เมิ่งเหยาเอ่ยจบหญิงสาวก็ทุบที่พื้นโต๊ะด้วยความโมโห ตอนนี้นางเอ่ยอะไรไม่ออกจริงๆ มันจุกจนพูดไม่ออก เพื่อบุตรชายที่รักบิดาถึงกลับขายนางบุตรสาวที่ไม่เป็นที่โปรดปรานให้ผู้อื่น เจียงซือหนิงรับรู้มาตลอดว่าเขาไม่ได้รักหรือเห็นนางเป็นลูกคนหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าเขาจะหนักถึงขั้นไม่มีสามัญสำนึกของการเป็นผู้ให้กำเนิดเลยแม้เพียงสักนิด ฟางเส้นสุดท้ายของนางขาดสะบั้น ที่ซุกหัวนอนตลอดสิบแปดปีที่ไม่ต่างจากบ่าวรับใช้ ตอนนี้มันถูกทดแทนหนี้บุญคุณจนหมดแล้ว นางไม่มีวันยอมและก้มหัวอีกต่อไป
"นั่นเจ้าจะไปไหน"
ลู่เมิ่งเหยาเอ่ยตามหลังบุตรสาวที่เดินออกไปจากห้อง เจียงซือหนิงเดินตรงไปยังเรือนหลัก นางไม่มีทางยอมอีกต่อไป
"เข้ามิได้ นายท่านกำลังจะเข้านอนแล้ว"
ผู้ช่วยส่วนตัวของเจียงฮุ่ยหมิงเข้ามาขวางหญิงสาวไม่ให้เข้าไป
"เข้านอนอะไรนี่เพิ่งยามซวี"
"เอะอะอันใดกันหน้าห้องข้า"
เสียงของบุรุษวัยกลางคนดังออกมาจากในห้อง
"เป็นเจียงซือหนิงขอรับนายท่าน ข้าห้ามนางแล้วแต่..."
"ให้นางเข้ามา"
หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปทันทีที่ได้รับอนุญาต ในดวงตาเต็มไปด้วยไฟโทสะ แต่ท่าทีของเจียงฮุ่ยหมิงกลับดูไม่ได้ทุกข์ร้อน เหมือนกับว่ารู้อยู่แล้วว่านางจะต้องมาหาเขาด้วยเรื่องอันใด เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะก่อนจะรินชาด้วยท่าทีนิ่งเรียบ
"เจ้ามาก็ดี ข้ามีเรื่องต้องบอกเจ้าอยู่พอดี"
"เรื่องที่ว่าคือการที่ท่านขายบุตรสาวกินนั้นหรือเจ้าคะ"
เพล้ง!
ทันทีที่หญิงสาวเอ่ยจบ ถ้วยชาในมือของเจียงฮุ้ยหมิงก็ปากระทบพื้นจนแตกละเอียด คนอื่นๆในเรือนต่างตกใจวิ่งมาที่หน้าห้องทั้งหมด แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามา เขาที่ทนงตนเพราะตระกูลเคยรุ่งเรืองไหนเลยจะยอมรับคำพูดแทงใจดำเช่นนี้ได้กัน และนี่อาจเป็นอีกสาเหตุที่เขามิชอบหรือรักในตัวบุตรสาวผู้นี้เลย
"มันจะมากเกินไปแล้วนะ"
เจียงฮุ่ยหมิงตะหวาดใส่หญิงสาวเสียงดัง
"เหอะ! มากไปงั้นหรือ มีสิ่งใดที่ข้าพูดผิดไปกัน ท่านมอบข้าให้กับเถ้าแก่ร้านเขียงหมูทั้งอ้วนและสกปรกนั้น เพราะต้องการนำเงินไปช่วยเสวียนเหยียน ให้ข้าถามทีเถิด ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านมิรักข้ามิเป็นอันใด แต่เพียงแค่อยากรู้ว่าท่านมีจิตสำนึกของการเป็นบิดาบ้างหรือไม่ สุนัขมันยังรักลูกมันมากกว่าท่านเลยด้วยซ้ำ"
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือใหญ่ฟาดเข้าที่ใบหน้างามจนล้มกองไปกับพื้น ลู่เมิ่งเหยาทนต่อไปมิได้พุ่งเข้ามาพยุงบุตรสาวที่พื้นด้วยความเป็นห่วง มุมปากบางมีโลหิตซึมออกมาเล็กน้อย แต่สำหรับนางแล้วมันกลับคุ้มค่าเพราะถ้อยคำที่เอ่ยออกไปเมื่อสักครู่ เป็นความในใจที่นางอยากจะถามเขามานาน
"เป็นสตรีก็ต้องแต่งออกจากเรือนไปอยู่แล้ว แต่งกับผู้ใดแล้วมันสำคัญเช่นไร อู๋ห่าวหยูฐานะร่ำรวยเจ้าแต่งออกไปก็สุขสบาย อีกทั้งยังได้ช่วยตระกูลช่วยพี่ชายของเจ้า เจ้าจะทำตัวเนรคุณข้าที่เลี้ยงเจ้ามาเช่นนั้นหรือ"
"หึ! เลี้ยงหรือ เนรคุณหรือ แล้วเช่นนั้นเหตุใดไม่ให้บุตรสาวของท่านแต่งออกไปแทนเล่า เจียงหลี่ฮวานางก็อายุมากกว่าข้าด้วยซ้ำ เหตุใดผู้ที่ต้องเสียสละถึงเป็นข้า เป็นท่านแม่ข้าที่ถูกท่านทำร้าย"
หญิงสาวตะหวาดกลับอย่างไม่กลัว วันนี้เช่นไรก็ต้องทวงความยุติธรรมให้ตนเอง
