บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 มาแล้วหรือ ข้ารอเจ้าเสียนาน

"มีผู้ใดอยู่หรือไม่ ข้าขอเข้าไปนะเจ้าคะ"

หญิงสาวตะโกนอีกครั้งหลังไม่มีผู้ใดตอบกลับมา ตอนนี้นางรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีสายตาหลายคู่จับจ้องมา จนมิอาจฝืนทนอยู่ด้านนอกอีกต่อไปได้แล้ว

เอี๊ยด~

เสียงประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก มือเรียวไม่ลืมที่จะปิดมันลงเช่นเดิม เมื่อเข้าไปด้านในแล้วกลับพบว่าต่างจากด้านนอกราวกับคนละโลก ที่นี่ช่างดูใหญ่โตและหรูหรา มีตะเกียงไฟสีสันสวยงามประดับประดายิ่งกว่าสรวงสวรรค์

"หรือข้าตายไปแล้วจริงๆ"

หญิงสาวพึมพำออกมาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเดินสำรวจภายในตำหนัก

กริ๊งๆ

เสียงกระดิ่งดังขึ้นที่บริเวณที่หนึ่ง เสียงมันคุ้นจนนางต้องหยุดฟังให้ชัดๆอีกครั้ง แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินมันที่ใด เท้าเรียวก้าวไปตามเสียงโดยที่ไม่ต้องคิด ก่อนจะพบว่าที่บนเตียงใหญ่มีคนผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ ดวงตางามกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ไล่มองคนผู้นั้นตั้งแต่เท้าขึ้นไป อาภรณ์ตัวในสีขาวสะอาดตา ชายหนุ่มนั่งชันแขนกับหมอน อาภรณ์บริเวณหน้าอกดูไม่เรียบร้อย หลุดรุ่นจนเผยให้เห็นหน้าอกกว้าง มันทั้งขาวเนียนและบึกบึนสมชายชาตรี ผมยาวดำสลวยยิ่งกว่าสตรี ก่อนจะไล่ไปที่ใบหน้าของคนผู้นั้น ดวงตางามหรี่ตามองให้ชัด เนื่องด้วยบริเวณนั้นแสงตกกระทบน้อย ทำให้มองไม่ชัด

ตุบ!

ร่างบางผงะล้มตัวไปที่พื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ชายผู้นั้นที่นั่งอยู่บนเตียงสวมหน้ากากครึ่งหน้า เหมือนกับคนที่นางเพิ่งพานพบเมื่อช่วงบ่าย ดวงตาคมที่หลับอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมองมายังหญิงสาวที่อยู่บนพื้น มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจ

“มาแล้วหรือ ข้ารอเจ้าเสียนาน”

เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เป็นสิ่งย่ำเตือนว่าเขาคือคนๆเดียวกัน น้ำเสียงนี้ที่นางเผลอแอบชมเขาในใจดังสะท้อนในหัวของนางซ้ำๆเหมือนคนกำลังตกอยู่ในภวังค์

ฮึก!

เจียงซือหนิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองยังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆเช่นเคย จึงตระหนักได้ว่าเรื่องราวเมื่อสักครู่เป็นเพียงความฝันเท่านั้น มือเรียวยกขึ้นทาบที่หน้าอกด้านซ้าย ตอนนี้มันเต้นรัวเพราะความหวาดกลัวยังไม่หาย เมื่อสักครู่มันยิ่งกว่าความฝัน อากาศ กลิ่นหอม สถานที่แห่งนั้นมันเหมือนจริงจนติดตา หรือนี่คือสิ่งที่ผู้คนต่างร่ำลือว่าหากได้สบตากับอ๋องปีศาจเข้าแล้วจะพบกับความอัปมงคล

"ตั้งสติหน่อยเจียงซือหนิง จะมีเรื่องเหลวไหลเช่นนั้นได้อย่างไรกัน"

หญิงสาวพึมพำออกมาพลางตบแก้มตนเองเบาๆ

แก๊ะ!

จังหวะนั้นเสียงประตูห้องนอนก็เปิดออกเรียกความสนใจหญิงสาว เนื่องด้วยต้องย้ายมาอยู่เรือนเล็กถึงเพียงนี้ ทำให้นางต้องนอนร่วมห้องกลับมารดา เพื่อให้ฮูหยินและบุตรคนอื่นๆมีห้องนอนครบทุกคน

"แม่เห็นเจ้ายังไม่แตะอาหารเลยนำไปอุ่นให้ เพราะคิดว่าเจ้าคงเผลอหลับเป็นแน่"

ลู่เมิ่งเหยาเอ่ยพลางนำบะหมี่ร้อนมายื่นให้บุตรสาว

"ขอบคุณเจ้าค่ะ"

เจียงซือหนิงรับมาก่อนจะซดน้ำซุปร้อนๆ ผู้เป็นมารดาเดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามดูบุตรสาวกิน ใบหน้างามยิ้มตอบกลับไปก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะหุบลงทันทีเมื่อเห็นรอยแดงบนใบหน้าของผู้เป็นมารดา

"ท่านแม่ ใบหน้าท่าน"

เจียงซือหนิงเอ่ยถามพลางเอื้อมมือไปหวังจะสัมผัส แต่ลู่เมิ่งเหยากลับหันใบหน้าหลบ ยกมือมาปิดบังเอาไว้

"อ๋อ แม่ไม่ทันระวังจนเผลอล้มน่ะ ไม่เป็นอันใดมาก"

"ล้มเช่นไรหน้าถึงเป็นรอยนิ้วมือเช่นนี้ ผู้ใดทำท่าน! เป็นท่านพ่อหรือแม่ใหญ่"

หญิงสาวโมโหลุกขึ้นถามมารดาด้วยความไม่พอใจ เดิมทีนางไม่ใช่คนยอมผู้ใดแต่ที่ทนลำบากทุกวันนี้ก็เพราะสงสารท่านแม่ ยามคราสุขสบายก็ไม่ได้รับความใส่ใจ แล้วเหตุใดตอนนี้ต้องทนรองรับอารมณ์ยังกับว่าตนเองเป็นบ่าวรับใช้ในเรือนกัน

"หนิงเออร์เจ้าใจเย็นๆก่อน ครั้งนี้เป็นแม่เองที่ไม่ยอมพวกเขา"

"มันเรื่องอันใดกันแน่เจ้าคะ"

เจียงซือหนิงเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ เนื่องด้วยปกติแล้วมารดาของนางมีนิสัยอ่อนโยน ไม่มีทางต่อต้านจนพาให้ตัวเองเจ็บตัวเช่นนี้เป็นแน่ เมื่อเห็นใบหน้าของบุตรสาวที่ดูเหมือนจะไม่ยอมจึงได้เล่าเรื่องให้หญิงสาวฟัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel