ตอนที่ 19 เหตุใดอาการของท่านถึงแย่ลงเช่นนี้ขอรับ
"เหตุใดเจ้ายังมิไปอีก"
โจวเทียนหลานเอ่ยถามสหายที่เดินเข้ามาในห้องอาบน้ำ ชายหนุ่มกำลังแช่ตัวอย่างผ่อนคลายเพราะในอ่างน้ำมียาสมุนไพรที่ช่วยรักษาร่างกายของเขาให้กลับมาเดินได้เช่นคนปกติ เซี่ยเจิงไม่เอ่ยตอบถอดอาภรณ์ตัวนอกออกแล้วเดินลงอ่างน้ำขนาดใหญ่ไปด้วยกัน ฉีหมิงเดินมารินสุราให้เขาและผู้เป็นนาย
"ก็ตำหนักของเจ้าครานี้มีแต่เรื่องน่าสนใจ ขอข้าอยู่ต่ออีกหน่อยมิได้หรือ"
เซี่ยเจิงเอ่ยพลางยกจอกสุราขึ้นดื่ม
"ขันทีตำหนักข้ารั้งเจ้าได้ นี่มันมิใช่เรื่องแปลกหรอกหรือ"
"ก็มิแปลก ผู้ใดน่าสนใจก็ล้วนรั้งข้าได้ทั้งนั้น"
"......"
โจวเทียนหลานไม่ได้เอ่ยตอบเพียงส่ายหน้าและยกจอกสุราขึ้นดื่ม
"เจ้าจะไม่ถามข้าหน่อยหรือ ว่าเหตุใดถึงได้สนใจขันทีผู้นี้นัก"
"เพียงขันทีผู้เดียวเหตุใดข้าถึงต้องสนใจ หากเจ้ามิขอเอาไว้ คิดว่าข้าจะปล่อยเขาให้มีชีวิตรอดหรืออย่างไร"
"เจ้าก็อย่าได้โหดร้ายเหมือนที่ทั่วทั้งแคว้นร่ำลือกันสิ รู้หรือไม่ชายาอ๋องปีศาจของเจ้าจะเหมือนจริงเข้าทุกวัน"
"แล้วอย่างไร"
โจวเทียนหลานไม่ได้ต่อปากต่อคำกับสหายต่อ ลุกขึ้นเต็มความสูงขึ้นจากอ่างขนาดใหญ่ โดยมีฉีหมิงที่รอยื่นผ้าสะอาดอยู่ก่อนแล้ว
"ข้าจะไปคืนนี้ ฝากเจ้าดูแลเขาให้ดีด้วยเล่า"
"รีบไปเถิด ข้าเบื่อขี้หน้าเจ้าเต็มทนแล้ว"
โจวเทียนหลานเอ่ยพลางโยนผ้าลงพาดบนโต๊ะ และเดินไปสวมอาภรณ์ตัวใหม่ เซี่ยเจิงมองตามหลังสหายที่เดินออกจากห้องไป ใบหน้าคมยกยิ้มที่มุมปากพลางยกจอกสุราขึ้นดื่ม
โจวเทียนหลานมองตนเองในกระจกทองแดง ในขณะที่ลูกน้องกำลังหวีผมและจัดแจงอาภรณ์ให้ มือหนาเอื้อมไปหยิบหน้ากากเหล็กมาสวมใส่เช่นเดิม แต่ขณะนั้นเองที่ปลายเท้ากลับมีโลหิตสีแดงไหลออกมาที่พื้น ฉีหมิงรีบไปนำเก้าอี้ไม้มาให้ผู้เป็นนายนั่งทันที
"พึ่งแช่ตัวในน้ำสมุนไพรเหตุใดอาการของท่านถึงแย่ลงเช่นนี้ขอรับ"
ฉีหมิงเอ่ยออกมาด้วยความเป็นกังวล โจวเทียนหลานแสดงสีหน้าไม่ดีนัก อาการบาดเจ็บที่ขานับวันเริ่มแย่ลง ทั้งที่เขาพยายามรักษามาตลอดหลายปี ไม่ว่าหมอฝีมือดีเช่นไรก็ต่างลงความเห็นว่าเขาไม่มีทางหายดี และอีกไม่นานจะเดินดั่งเช่นคนปกติไม่ได้อีก
"เปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่"
"ขอรับ"
โจวเทียนลานมองหยดโลหิตที่ไหลตามพื้นเป็นทางยาว เหตุการณ์ที่เรือนหลานฮวาวันนั้น เขาถูกขันทีเสวียนเหยียนปกป้องไว้ก็จริง แต่ขณะที่เขาก้มลงพื้นหัวเข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ทำให้อาการของเขาแย่ลงแบบทวีคูณจากปกติ หลายปีมานี้ทั้งเขาจะคนรอบข้างถนอมร่างกายมาอย่างดี แต่กลับถูกผู้มาใหม่ทำให้เกิดเรื่องจนได้
"วันนี้ชินอ๋องใช้รถเข็นเถิดขอรับ"
"อื้ม"
เมื่อแต่งกายให้ผู้เป็นนายเสร็จ ฉีหมิงก็ไปนำรถเข็นไม้มาให้ผู้เป็นนาย และเข็นออกมาที่หน้าตำหนักเพื่อรับลม ฝนพึ่งหยุดตกไปทำให้อากาศตอนนี้สดชื่นเป็นเท่าตัว แต่สีหน้าภายใต้หน้ากากเหล็กดูไม่สดชื่นเสียแท่าไหร่ ในใจของเขาตอนนี้ก็เหมือนกับใช้ชีวิตไปวันๆเพื่อรอวันที่ตายสาบสูญไป ฉะนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจเรื่องข่าวลื่อด้านนอกนั้น เป็นเช่นนี้ก็ดีจะได้มิต้องวุ่นวาย
ตุบ!
เสียงลูกท้อสุกตกลงมาจากต้นเรียกความสนใจของชายหนุ่ม เขาปลูกมันมากว่าสิบปี จากการดูแลและเอาใจใส่มันถึงได้เจริญเติบโตและออกลูกดกเสียขนาดนี้ นั้นเพราะเมื่อสิบปีที่แล้วมีคนผู้หนึ่งชอบมัน ชอบขนาดที่ว่าเอาแต่บอกเขาว่าอยากกินมาเสียทุกวัน เขาจึงได้ปลูกมันเอาไว้หน้าตำหนักเสียเลย แต่ผู้ใดจะรู้ว่าสตรีที่สดใส มีนิสัยหวานหอมเหมือนรสชาติของลูกท้อนั้น แท้จริงจะมีพิษ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการและอำนาจจอมปลอมแล้ว ถึงขั้นทำให้เขาตกอยู่ในสภาพคนพิการเช่นนี้
ฉีหมิงไปเก็บลูกท้อสุกมือยื่นให้ผู้เป็นนาย มือหนารับมาถือเอาไว้มั่น
"หาคนมาตัดต้นลูกท้อนี้ทิ้งซะ"
ชายหนุ่มเอ่ยสั่งเสียงเข้ม
"ขอรับ"
ฉีหมิงรับคำ ถึงแม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เนื่องด้วยต้นลูกท้อต้นนี้ผู้เป็นนายรักมันมาก ขนาดที่ว่าสตรีผู้นั้นทำผิดมากมายเพียงใด สิ่งเดียวที่ชินอ๋องมิมีทางแตะต้องก็คือต้นลูกท้อต้นนี้
"ไปเรือนหลานฮวา"
