ตอนที่ 18 เรื่องที่เจ้าเป็นสตรีหรือ...
ฮึก!
เจียงซือหนิงสะดุ้งตื่นเพราะสายฝนที่กระหน่ำตกอยู่ด้านนอก อาการป่วยที่เล่นงานนางก่อนหน้านี้เริ่มดีขึ้นมากแล้ว ที่หัวมีผ้าขาวเล็กๆพาดเอาไว้ ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ ดีดตัวเองลุกขึ้นนั่งสำรวจอาภรณ์ตนเอง กลัวว่าจะมีผู้ใดมาเช็ดตัวให้ แต่ก็พบว่ามันคือตัวเดิมที่ใส่ก่อนหน้า
"ตกใจขนาดนั้นเชียวหรือ ตำหนักแห่งนี้ก็ล้วนเป็นบุรุษด้วยกันทั้งนั้น แต่ถึงอย่างนั้นสตรีเพียงคนเดียวก็คือแม่นมมั่วหลาน ที่อายุมากจนเป็นมารดาเป็นยายของเจ้าได้แล้วกระมัง"
เสียงของบุรุษที่ยืนบริเวณหน้าต่างไม้เอ่ยเสียงเรียบ บานหน้าต่างหนึ่งบานถูกเปิดออกเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อไม่ให้ฝนสาดเข้ามา เขายืนมองทิวทัศน์ด้านนอกอยู่นานแล้ว อีกทั้งในห้องที่ปิดสนิทแทบมิมีแสงส่องเข้ามา มีเพียงตะเกียงเล็กๆดวงเดียวที่ถูกจุดเท่านั้น ทำให้นางมิทันได้สังเกต
"ท่านเช็ดตัวให้ข้าหรือ"
เจียงซือหนิงเอ่ยถามเสียงเบา
"แล้วอย่างไร"
"ท่านเช็ดตัวแค่ไหน"
คำถามของนางทำให้เซี่ยเจิงเดินมาหาที่ปลายเตียง นั่งลงด้วยท่าทีสบายๆถือวิสาสะว่าห้องนี้มีเขาเป็นเจ้าของ
"ก็อย่างที่เจ้าเห็น"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางยักไหล่
"......"
ใบหน้าของหญิงสาวถอดสีด้วยความเป็นกังวล ท่าทีของเขาตอนนี้เหมือนรู้ว่านางเป็นสตรีแล้ว แต่สิ่งที่กังวลต่อจากนั้นไม่ใช่การที่รู้ว่านางเป็นสตรี แต่การเช็ดตัวก็เท่ากับว่าต้องถอดอาภรณ์ บุรุษผู้นี้เห็นเรือนร่างของนางแล้วอย่างนั้นหรือ
"ข้าเพียงเช็ดภายนอกเท่านั้น แต่ทำแผลให้เจ้าที่ไหล่เช่นไรก็ต้องเปิดคอเสื้อเล็กน้อย แต่ข้าสาบานได้ว่ามิได้ล่วงเกินหรือทำอันใด เพียงแค่รักษาคนป่วยก็เท่านั้น"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางยกมือแก้ต่างให้ตนเอง
"เช่นนั้นท่านรู้...."
"เรื่องที่เจ้าเป็นสตรีหรือ... ข้ารู้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ"
เซี่ยเจิงเอ่ยออกไปตามตรงอย่างไม่ปิดบัง
"......."
"เจ้าไม่ถามอะไรข้าแล้วหรือ"
หลังเขาสารภาพว่ารู้แล้วนางกลับเงียบไป มิได้กังวลโวยวายอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้ สตรีผู้นี้ช่างน่าสนใจจริงๆอย่างที่เขาคิดไว้ นางน่าสนใจตั้งแต่กล้าปลอมตัวมาอยู่ในตำหนักแห่งนี้แล้วเสียด้วยซ้ำ
"ท่านเป็นผู้ใด แล้วจะบอกเรื่องนี้กับชินอ๋องหรือไม่"
"นั่นคือคำถามที่ข้าอยากได้ยิน"
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม แบบนี้ถึงจะสนุกเสียหน่อย
"อื้ม~ ข้าเป็นใครมิสำคัญวันหนึ่งเจ้าก็จะรู้เอง ส่วนเรื่องจะบอกชินอ๋องไหมนั้น... เจ้าว่าข้าควรทำเช่นไรดี"
"ท่านจะมิบอกชินอ๋อง"
"ใช่! เป็นความคิดที่ดี เช่นนั้นข้าจะไม่บอกเขาแล้วกัน"
คำพูดและท่าทางของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวสับสน และไม่สามารถเดาการกระทำของเขาได้เลย ที่จริงแล้วบุรุษผู้นี้คือใครกันแน่ ถึงขั้นเข้าออกตำหนักอ๋องปีศาจแห่งนี้ได้ตามอำเภอใจ
ชายหนุ่มอยากรู้ว่าสหายที่ฉลาดเป็นกรดจะใช้เวลานานเท่าใดถึงรู้ว่านางมิใช่บุรุษ อีกทั้งที่บอกว่าตนมิอาจเข้าใกล้สตรีได้อีก นั้นเป็นเพราะสตรีทั้งทั่วหล้าหรือเพียงแค่บางคนกันแน่ นี่อาจเป็นวิธีที่เขาสามารถทำให้สหายผู้นี้กลับมามีหัวใจที่อ่อนโยนเหมือนเดิมได้
"ทำไมถึงเชื่อคำพูดข้า"
เจียงซือหนิงเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
"แล้วเหตุใดข้าจะเชื่อมิได้"
"นี่ข้าถามท่านอยู่นะ"
"จุ๊ๆ ไม่โวยวายสิสาวน้อย.... เอาล่ะในเมื่อเจ้ารอดตายแล้ว เช่นนั้นข้าก็ต้องขอตัวก่อน พักผ่อนให้ดีท่ายาที่ข้าให้ด้วย"
เซี่ยเจิงเอ่ยพลางขยิบตาให้นางหนึ่งทีอย่างคนเจ้าเล่ห์
"ขอบคุณท่านสำหรับทุกเรื่อง"
เจียงซือหนิงเอ่ยออกมาอย่างมิต้องคิด แต่ถึงอย่างนั้นบุรุษผู้นี้ก็มิน่าไว้วางใจเช่นเดิม เซี่ยเจิงเพียงยิ้มตอบเท่านั้นก่อนจะเดินออกจากห้องไป
"ข้าลืมถามชื่อเขาเลย"
"ท่าทางเขาเช่นไรก็มิใช่คนร้าย ตำหนักแห่งนี้คงมรองครักษ์เงาปกป้องเต็มตำหนักไปหมด เขาไม่มีทางเข้าออกได้สบายๆเช่นนี้เป็นแน่ นอกเสียว่าเขาจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของตำหนัก"
หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจอย่างใช้ความคิด ก่อนจะพยุงตนเองไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อและโลหิตก่อนหน้า เช่นไรก็ต้องรีบไปจัดการงานที่เรือนหลานฮวาต่อให้เสร็จ
