ตอนที่ 17 เพราะเหตุนี้หรือทำให้สหายของข้าถึงขั้นเปลี่ยนไป
"เอ่อ...ชินอ๋องมีอันใดให้พวกข้ารับใช้ขอรับ"
ไฉรั่วเอ่ยถามแก้สถานการณ์ เมื่อเห็นคนที่อยู่ข้างๆเอาแต่เงียบ อีกทั้งเกรงว่าชินอ๋องจะยังโกรธเคืองเรื่องเมื่อวานอยู่
"เจ้ามีนามอันใด ข้าจำมิได้"
ใบหน้าคมหันมาถามไฉรั่ว ก่อนจะเดินมาหาเจียงซือหนิงใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
"ข้ามีนามว่าไฉรั่วขอรับ ส่วน....ส่วนขันทีผู้นี้คือเสวียนเหยียนขอรับ"
ไฉรั่วแนะนำตัวเอง และไม่ลืมที่จะแนะนำคนข้างๆอีกครั้ง แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับไม่หยุดฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็กเรื่อยๆจนเขาหวั่นใจแทน เจียงซือหนิงก้าวเท้าถอยหลังหนึ่งก้าวเมื่อพบว่าเขาเข้ามาใกล้ๆ
"วันนี้เขาก็ยังไม่มีปากหรือ"
โจวเทียนหลานเอ่ยเสียงเรียบ แต่กลับทำให้คนตัวเล็กสะดุ้ง ตอนนี้หญิงสาวสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เขาส่งมัน มันเต็มไปด้วยความกดดัน
"กลัวข้าหรือ"
"......."
คนตัวเล็กไม่ตอบเพียงหยักหน้างึก แต่เมื่อแอบเหลือบเห็นใบหน้าคมที่ยื่นมาใกล้ๆก็รีบก้มหน้าลง เปลี่ยนเป็นส่ายหัวปฏิเสธ โจวเทียนหลานยกยิ้มที่มุมปาก เอื้อมมือหน้าไปจับคางเรียว ออกแรงเพียงเล็กน้อยก็กลายเป็นรอยนิ้วมือให้เงยหน้าขึ้น
"ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ ดวงตากลมโตยังกับกระต่าย จมูก เรียวปากบาง ตัวเล็กเพียงไหล่ ดูตรงไหนก็มิเหมือนบุรุษ เพราะเหตุนี้หรือทำให้สหายของข้าถึงขั้นเปลี่ยนไปชมชอบบุรุษด้วยกัน" ชายหนุ่มเอ่ยกับตนเองในใจ
ใบหน้าเจียงซือหนิงยับยู่ยี้เมื่อถูกบีบ นางเจ็บและรู้สึกระบมที่ใบหน้าแต่มิอาจเอ่ยปากขอร้องให้เขาปล่อยได้ ใบหน้างามเงยขึ้นฟ้าตามการควบคุมของเขา แสงอาทิตย์ในช่วงสายโผล่พ้นเส้นขอบฟ้าสะท้อนเข้าดวงตาของนาง
"ข้า.....ข้า...."
เจียงซือหนิงเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้คำ เหมือนกับภาพตรงหน้าเลือนลาง ในหูเกิดเสียงแว่วจากคนรอบตัว ก่อนที่ร่างบางจะไร้เรียวแรงหมดสติไป โจวเทียนหลานที่เห็นเช่นนั้นปล่อยมือจากคางเรียว เปลี่ยนมาโอบเอาเอวบางมาไว้ก่อนที่คนตัวเล็กจะล้มลงไปที่พื้นได้ทัน
"เจ้า/เสวียนเหยียน"
โจวเทียนหลานและไฉรั่วเอ่ยออกมาพร้อมกันเสียงดัง
"ข้าเองขอรับชินอ๋อง"
ฉีหมิงรีบเข้ามารับคนตัวเล็กแทนผู้เป็นนาย โจวเทียนหลานขยับออกมาก่อนจะพบว่าที่ฝ่ามือตนเองชุ่มไปด้วยโลหิต น่าจะมาจากการโอบเอวนางไว้เมื่อสักครู่
"ตำหนักไร้หมอรักษาขนาดนั้นเชียวหรือ"
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความมิพอใจ
"มีขอรับชินอ๋อง เพียงแต่เมื่อวานเสวียนเหยียนไม่ยอมให้หมอรักษา ยืนยันว่าจะทำแผลเองจึงทำให้หนักถึงเพียงนี้"
ไฉรั่วเอ่ยรายงาน โจวเทียนหลานจึงโบกมือให้ทั้งคู่รีบพานางออกไป ฉีหมิงอุ้มในท่าเจ้าสาวเนื่องด้วยตัวเล็กและเบาเยี่ยงสตรีเดินไปที่เรือนรักษา
"บอบบางเสียจริง แตะเพียงนิดก็เป็นลมล้มพับ"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางมองตามหลังลูกน้องที่รีบอุ้มออกไป ก่อนจะล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าในแขนเสื้อมาเช็ดคราบโลหิตที่มือ
"จะพาข้าไปที่ใด"
เจียงซือหนิงพอได้สติตนเองเล็กน้อยเอ่ยถามด้วยเสียงแหบแห้ง
"พาเจ้าไปให้หมอรักษาเช่นไรเล่า บาดแผลเจ้าฉีกอีกทั้งตัวร้อนไข้ขึ้นเสียขนาดนี้"
ไฉรั่วที่เดินกึ่งวิ่งตามมาข้างๆเอ่ยบอก
"ไม่! มิได้....ข้ามิรักษา"
หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างมิต้องคิด
"เจ้าเป็นหนักถึงเพียงนี้ หากปล่อยไว้อาจถึงตายก็ได้"
ไฉรั่วพยายามโน้มน้าว
"ไม่! ข้ามิรักษา พาข้ากลับไป...กลับไปที่ห้อง"
"เจ้าอย่าได้พูดยากได้หรือไม่"
เป็นฉีหมิงที่อุ้มหญิงสาวเอ่ยด้วยความรำคาญใจ
"ข้าบอกว่าไม่รักษากับหมอที่ใดทั้งนั้น ต่อให้ข้าตายข้าก็มิต้องรักษา"
น้ำเสียงของคนตัวเล็กหนักแน่นขึ้นจนชายหนุ่มทั้งคู่มองหน้ากัน ฉีหมิงเปลี่ยนทิศทางตรงกลับห้องพักอย่างมิมีทางเลือก ในเมื่อเขาหวังดีแต่ถูกปฏิเสธแล้ว ก็มิใช่หน้าที่อะไรที่เขาต้องไปเร้าหรืออีก
"หากเจ้ามิรักษากับท่านหมอ ข้าจะไปขอยามาให้"
ไฉรั่วเอ่ยบอกอย่างจนปัญญาขณะที่นางถูกวางลงบนเตียงกว้าง
ปัง!
ประตูไม้ถูกปิดลงเหลือเพียงเจียงซือหนิงที่นอนราบไปกับเตียงกว้างด้วยสภาพหมดแรง น้ำตาใสไหลออกจากดวงตาสวยเป็นทาง มันเจ็บจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดมิได้
"ท่านแม่ หนิงเออร์เจ็บเหลือเกิน"
