บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 15 หากเจ้าอยากได้ก็เอาเขาไปเถิด

ปัจจุบัน

โจวเทียนหลานส่ายหน้าให้กับท่าทีของสหาย ที่เอาแต่นั่งยิ้มคนเดียวเหมือนคนสติเลอะเลือน ก่อนจะสนใจรายงานตรงหน้าต่อ

"นี่! เจ้าสนใจข้าหน่อยมิได้หรือ อย่างน้อยก็ถามหน่อยว่าคนผู้นั้นคือใคร"

เซี่ยเจิงโวยวาย ก่อนจะล้วงเอารายงานฉบับหนึ่งในแขนเสื้อออกมาแล้วโยนให้ชายหนุ่ม มือหนาเอื้อมไปเปิดรายงานมาเปิดอ่านอย่างละเอียด

"การยักยอกเกลือครั้งนี้จำนวนมากจริงๆ ทหารตามชายแดนเริ่มสุขภาพมิดีอีกทั้งป่วยเป็นจำนวนมาก"

เซี่ยเจิงเองเอ่ยอย่างแสดงความคิดเห็น

"ฝ่าบาททราบเรื่องนี้หรือยัง"

"ข้าว่าคงทราบแล้ว แต่เช่นไรก็ต้องอาศัยอำนาจจากเสนาบดีจางอยู่ เรียกว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยทีเดียว"

"เกลือในคลังเจ้าเหลืออีกเท่าใด"

"น่าจะสามร้อยตันเท่านั้น คงไม่เพียงพอสำหรับทหารแนวหน้าทั้งแคว้น มากสุดก็อยู่ได้เจ็ดวันเท่านั้น"

"เอาของเจ้าส่งไปก่อน ส่วนที่ถูกยักยอกไปข้าจะหาทางจัดการ"

"ข้าคิดดอกเบี้ยสามในสิบส่วน"

เซี่ยเจิงเอ่ยหยอกล้อสหาย เขามีตำแหน่งเป็นกุนซือในกองทัพ มีสหายสองคนคือแม่ทัพใหญ่ มู่อวิ๋น และโจนเทียนหลาน เรียกว่าเป็นสหายสามคนดูไม่เหมือนสหายเสียเท่าไหร่ เพราะโจวเทียนหลานและมู่อวิ๋นมิค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ ทั้งสองยามเผชิญหน้ากันกลับมองหน้ามิติด แต่ก็คอยช่วยอยู่ข้างหลังกันและกันมาโดยตลอด นี่คงเรียกว่ามิตรแท้มักไม่เคยพูดกันดีๆกระมัง ส่วนเขาก็เหมือนกันเป็นคนกลาง

"ไปเก็บกับสหายเจ้าเถิด นำทัพเช่นไรมีระวังหลังเอาเสียเลย เรื่องเพียงเท่านี้ก็ต้องให้ข้าจัดการ"

"ก็มีเพียงอ๋องปีศาจเช่นเจ้าที่นอนหายใจทิ้งไปวันๆ ช่วยพวกข้าก็ถือว่าได้ช่วยบ้านเมือง"

"ข้ามิใช่คนดีขนาดนั้น อย่ามาเอ่ยวาจาเช่นนี้ให้ข้าต้องรู้สึกอาเจียน"

โจวเทียนหลานไม่เอ่ยเปล่ายังหยิบกระดาษและพู่กันมาเขียนจดหมายอีกด้วย เซี่ยเฟิงสังเกตท่าทีของสหายอยู่ชั่วครู่ ในใจมีเรื่องอยากจะถามให้แน่ใจ

"อาการป่วยของเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง"

"ก็ดี!"

โจวเทียนหลานเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ เซี่ยเจิงจึงเดินเข้ามาใกล้ๆนั่งฝั่งตรงข้ามกับสหาย จนร่างใหญ่ต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจในท่าทีเช่นนี้

"แล้ว.....โรคเก่าที่ไม่ชอบสตรีเล่า ดีขึ้นหรือไม่"

"คำถามบ้าอันใดของเจ้ากัน"

"หากเจ้าหายดีแล้วก็รีบบอกข้ารู้หรือไม่ ข้าเดินขึ้นเหนือล่องใต้กับกองทัพไปทุกที่ พบเห็นสตรีงดงามทั่วแคว้น เพียงเจ้าบอกว่าชมชอบเช่นไร ข้าย่อมเสาะหาพวกนางเหล่านั้นมาให้"

เซี่ยเจิงเอ่ยพลางวาดมือทำท่าทางด้วยความภาคภูมิใจ

"......"

โจวเทียนหลานไม่ได้เอ่ยตอบ เพียงส่งสายตาดุมาให้เท่านั้น สิ่งนี้จึงเป็นคำตอบชัดเจนว่าสหายของเขายังไม่รู้ว่าในตอนนี้ ได้มีสตรีเพิ่มเข้ามาอยู่ที่ตำหนักอีกคนนอกจากแม่นมมั่วหลานแล้ว

"ก็ได้ๆ แล้ว.....ขันทีใหม่ผู้นั้นเล่า"

คำพูดต่อมาของสหายทำให้มือหนาที่กำลังจับพู่กันเขียนอยู่ต้องหยุดมือ

"เสวียนเหยียน....."

โจวเทียนหลานเอ่ยชื่อขึ้น ขันทีใหม่ที่ไม่ได้รับมาเกือบปีมีเพียงคนเดียว อีกทั้งเขาจำชื่อคนของผู้นี้ได้แม่น มาเพียงวันเดียวกลับทำให้เขาอยากฆ่าทิ้งเป็นร้อยเป็นพันรอบ ไม่รู้เช่นกันว่ามีอันใดทำให้เขายอมให้โอกาส หากเป็นเมื่อก่อนคงเสนอทางเลือก ว่าจะตายในตำหนักหรือออกไปตายที่ด้านนอก

"ใช่ๆ คนผู้นั้นแหละ"

เซี่ยเจิงเอ่ยออกมาด้วยท่าทีสนใจผิดปกติ ดูเหมือนว่าจะสนใจขันทีเสวียนเหยียนจริงๆ

"เจ้าเป็นจอมปลวกในตำหนักข้าหรืออย่างไร"

"ก็ตำหนักของเจ้ามีแต่เรื่องน่าสนใจ"

"เจ้าอยากให้ข้าไว้ชีวิตเขาหรือ หากอยากได้ก็พาไปเถิด ตำหนักข้ามีขันทีอีกมาก หากมิพอก็รับมาเพิ่มได้"

โจวเทียนหลานเอ่ยพลางลงมือตวัดปลายพู่กันต่ออย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก

"ข้าพานาง....พาขันทีเสวียนเหยียนไปด้วยมิได้ เจ้าก็รู้ว่าสนามรบอันตรายเพียงใด ในเมื่อเจ้ามอบเขาให้ข้าแล้ว เช่นนี้ก็ฝากดูแลขอเพียงมีชีวิตอยู่ก็พอ หากจบสงครามแล้วข้าจะมาทวงเขาคืน"

คำพูดของเซี่ยเจิงดูจริงจังจนโจวเทียนหลานรู้สึกแปลกใจ เขาแน่ใจว่าสหายมิเคยพบเสวียนเหยียนมาก่อน หรือเรื่องน่าสนใจที่ชายหนุ่มพบก่อนมาหาหนึ่งเค่อนั้น คือขันทีเสวียนเหยียนเช่นนั้นหรือ

" ถือว่านางแลกกับดอกเบี้ยที่เจ้าเอาเกลือข้ามาใช้ก่อนแล้วกัน"

"ภายในสองปีก่อนเขาเป็นอิสระ เมื่อถึงครานั้นเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ใช้งานเสวียนเหยียน"

ถึงชายหนุ่มจะมอบคนของตนเองให้สหายได้ แต่ขันทีเสวียนเหยียนก็มอบตัวเข้าวังมาแค่สองปีเท่านั้น หลังจากสองปีก็ไม่ใช่คนของเขาอีก ชายหนุ่มไม่มีสิทธิ์มอบให้ผู้ใดต่อจากนั้น

"ข้ารู้แล้วน่า"

เซี่ยเจิงเอ่ยพลางเดินออกจากตำหนักไปโดยที่ไม่ร่ำลา โจวเทียนหลานเพียงส่ายหน้าเท่านั้น ก่อนจะวางพู่กันและดับตะเกียง เดินไปนอนที่เตียงกว้างเนื่องด้วยเวลาตอนนี้เข้าปลายยามอิ๋นแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel