ตอนที่ 14 เช่นนั้นไว้เจอกันตัวเล็ก
หนึ่งชั่วยามที่แล้ว
ครึ้ม! ครึน~
เสียงฟ้าร้องดังจากด้านนอก ปลุกหญิงสาวที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียตื่นขึ้น นางกลับมาที่ห้องตั้งแต่ยามเซิน ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปนานเท่าใดกันแล้ว
"โอ๊ย~"
หญิงสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อสักครู่ลืมไปว่าตนเองบาดเจ็บอยู่ จนเผลอขยับไหล่ข้างที่เจ็บ นางเอื้อมมือไปรินกาน้ำที่หัวเตียงและยกถ้วยน้ำขึ้นดื่มเหมือนคนหิวกระหาย ตอนนี้คงดึกมากแล้วเป็นแน่ และคงไม่มีอาหารเหลืออยู่แล้วกระมัง
"ช่างเถิด"
หญิงสาวเอ่ยกับตนเองก่อนจะค่อยๆพยุงร่างกายที่สะบักสะบอมไปเปิดประตูห้อง เตรียมออกไปทำความสะอาดที่เรือนหลานฮวา เรือนใหญ่ถึงเพียงนั้นต่อให้ร่างกายแข็งแรงมิบาดเจ็บถึงเพียงนี้ ก็ใช่ว่าจะทำเสร็จด้วยซ้ำ และขณะที่เกิดประตูกลับพบถาดอาหารและยาอยู่ที่หน้าห้องพัก
"ข้าเรียกเจ้าแล้วแต่มิมีเสียงตอบรับ คิดว่าเจ้าคงหลับไปแล้ว ไฉรั่ว"
หญิงสาวอ่านข้อความในใจหมายที่ถูกจานอาหารทับอยู่ก่อนจะยิ้มออกมา
"ท่านแม่ อย่างน้อยการมาที่นี่ข้าก็พบสหายดีๆแล้วหนึ่งคน"
เจียงซือหนิงเอ่ยกับตนเอง ก่อนจะนั่งลงที่หน้าห้องยัดอาหารเข้าปาก เพราะนางไม่มีแรงเดินเข้าไปแล้ว ใช้เวลาไม่นานก็ทานจนเสร็จ กางร่มมิให้ร่างกายเปียกจากสายฝนที่กระหน่ำตกลงมา เดินด้วยท่าทีทุลักทุเลมาที่เรือนหลานฮวา
"อาหารตำหนักนี้อร่อยถึงขั้นกินไปแล้วร้องให้ได้เลยหรือ"
เซี่ยเจิงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย เขายืนกางร่มอยู่บนหลังคามองหญิงสาวตั้งแต่ต้น ท่าทางกินอาหารมูมมามเช่นนั้นดูตลกดี แต่ก็มิคิดว่าตนเองจะยืนดูเช่นนั้นท่ามกลางสายฝนจนกินเสร็จ
เจียงซือหนิงเดินเข้ามาภายในเรือนหลานฮวา ก่อนจะจุดตะเกียงตามจุดต่างๆ ดวงตางามมองว่าเวลาในตอนนี้เข้ายามจื่อแล้ว ชั้นวางตำราขนาดใหญ่กว่าสิบตู้ อีกทั้งตำรามากมายกองเป็นภูเขาสลับหมวดหมู่ ตอนนี้นางเริ่มท้อใจแล้ว งานยากถึงเพียงนี้ต่อให้ใช้เวลาทั้งเดือนไม่รู้จะทำคนเดียวเสร็จหรือไม่
"เอาเถิดหากเสร็จมิทัน ก็ถือว่าข้าได้พยายามที่จะมีชีวิตต่อไปแล้ว"
เจียงซือหนิงเอ่ยเรียกกำลังใจตนเอง จากนั้นค่อยๆเก็บตำรามาแยกเป็นหมวดหมู่ไว้ ร่างบางเดินวนไปวนมา หอบตำราไม้จนบาดแผลมีเลือดซึมออกมา แต่นางหาได้สนใจไม่ ยังคงทำงานของตนเองต่อไป ถึงแม้กองตำรายักษ์จะไม่พร่องไปเลยก็ตาม
"ถูกสหายปีศาจของข้าทำโทษหรือ"
"บาดเจ็บหนักจนสภาพดูมิได้อีกด้วย"
"กองขยะตำรานั่นใช่ฝีมือเขาหรือเปล่า"
"ขันทีผู้นี้บอบบางเสียจนมิเหมือนบุรุษเลยสักนิด"
"เลือดออกขนาดนั้นทนได้เช่นไรกัน"
"หรือจริงๆข้าเห็นผีเดินไปมาในเรือนแห่งนี้กันแน่"
เซี่ยเจิงเอ่ยพึมพำกับตนเองเบาๆ พร้อมตั้งคำถามมากมายขณะที่นอนชันแขนโบกพัดในมือไปมามองหญิงสาวกว่าหนึ่งชั่วยามบนคานไม้ใต้หลังคา
"ระวัง!"
ขณะที่กำลังมองการเคลื่อนไหวไปมาของร่างเล็ก สายตาก็เหลือบไปเห็นชั้นวางตำราที่นางพยายามจะยกขึ้นแต่ว่ายกไม่ไหวจนมันจะล้มใส่ตัวนางอีกครั้ง เซี่ยเจิงทะยานลงมาจากคานไม้ใต้หลังคา ใช้เท้าถีบชั้นวางให้มันล้มไปอีกด้าน ใช้พัดในมือช้อนหลังหญิงสาวให้มาทางตน แต่พบว่าหลังตนเองก็กำลังจะเอนไปถูกตะเกียงไฟเช่นกัน จังหวะนั้นจึงออกแรงพลักนางให้ล้มตัวไปอีกด้าน หมุนตัวเอื้อมมือไปดึงแขนเรียว
จัวหวะนั้นเองมือหนาจึงได้สัมผัสกับข้อมือขาว เนื่องด้วยชายหนุ่มพอมีวิชาแพทย์ติดตัว เขาหลับตาลงชั่วครู่นับจังหวะการเต้นของหัวใจ จากนั้นลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ คำถามที่เขาตั้งก่อนหน้าว่าบอบบางมิเหมือนบุรุษมีคำตอบเสียแล้ว จากนั้นออกแรงดึงให้คนตัวเล็กยืนได้อย่างมั่นคง
"เกือบไปแล้วเห็นหรือไม่"
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างตำหนิ
"ขอบคุณผู้มีพระคุณขอรับ"
เจียงซือหนิงรีบทำท่าคารวะทันที แต่จังหวะที่นางก้มหัวอยู่นั้น ชายหนุ่มกลับหยิบตลับยาออกมายืนไปให้
"......."
เจียงอันซือมองด้วยความไม่เข้าใจ เซี่ยเจิงจึงยัดมันใส่มือเรียว
"ยานี่ช่วยห้ามเลือดได้ อีกทั้งทำให้บาดแผลของเจ้าหายเร็ว"
"ขอบคุณขอรับ"
หญิงสาวมิปฏิเสธ เนื่องด้วยนี่อาจเป็นทางเดียวที่ทำให้ร่างกายของนางดีขึ้นในเร็ววัน ถึงครานั้นอาจจะมีโอกาสใช้ชีวิตต่อไปอีกได้นานขึ้น
"ให้ข้าช่วยเก็บกวาดหรือไม่"
"มิได้ขอรับ เป็นคำสั่งชินอ๋อง"
"อ่อ! ที่แท้เจ้าก็ถูกทำโทษนี่เอง"
"เช่นนั้น...ข้าช่วยทำสิ่งที่เจ้าไม่มีวันทำได้แล้วกัน"
ปัง! ปัง! ปัง!
เซี่ยเจิงไม่เอ่ยเปล่าใช้พลังภายในถีบชั้นวางตำราสิบกว่าตัวให้ตั้งขึ้นในเวลาไม่นาน ตอนนี้เหลือเพียงกองตำราที่อยู่บนพื้น ชายหนุ่มเดินมาหาหญิงสาวที่ยังมีท่าทีตกตะลึง แต่แววตาก็เต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัว
"เจ้ามิต้องเป็นกังวล มิมีผู้ใดกล้าว่าเจ้าเรื่องที่ข้าช่วยยกชั้นวางเป็นแน่"
"......"
"รวมถึงเขาผู้นั้นด้วย"
เหมือนกับว่าชายหนุ่มอ่านใจหญิงสาวได้ เขาตอบโดยที่นางไม่ได้เอ่ยปากถามด้วยซ้ำ
"ท่านไม่มีคำถามกับข้าเลยหรือขอรับ"
"มี!"
ชายหนุ่มไม่เอ่ยเปล่ายังเดินเข้ามาหานางใกล้ๆอีกด้วย
"เอ่อ....อะไรหรือขอรับ"
"เจ้ามีนามว่าอันใด"
"เจียงเสวียนเหยียน"
"มีชื่อเดียวหรือ"
ชายหนุ่มถามอีกครั้ง เจียงซือหนิงพยักหน้า
"เช่นนั้นไว้เจอกันตัวเล็ก"
เซี่ยเจิงเอ่ยพลางโบกพัดในมือด้วยท่าทางอารมณ์ดีและเดินออกจากเรือนไป
