บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 13 ช่างเป็นเรื่องที่ดีในจังหวะที่พอดี

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เจียงซือหนิงที่นั่งอยู่บนเตียงยันกายตนเองให้ลุกขึ้น เดินกระเผลกไปเปิดประตูห้องพัก พยายามปั้นหน้าฉีกยิ้มให้ไฉรั่วเพื่อบอกว่าตนเองไม่เป็นอันใดมาก มิเช่นนั้นเห็นทีว่าตนเองคงถูกจับไปรักษาที่เรือนรักษาเป็นแน่

"ข้านำยาต้มแก้อาการปวดมาให้เจ้าด้วย เจ้ากินก่อนค่อยทำแผลจะได้มิทรมานมาก"

ไฉรั่วเอ่ยอธิบายก่อนจะบอกวิธีการทำบาดแผลให้อย่างละเอียด เจียงซือหนิงพยักหน้าเข้าใจเพราะมิได้ยุ่งยากอันใด มือเรียวเอื้อมไปรับถาดยามา แต่ไฉรั่วกลับมิปล่อย

"ใบหน้าเจ้าซีดถึงเพียงนี้ ให้ข้าทำแผลให้เถิด เป็นบุรุษด้วยกันทั้งนั้นเจ้าจะเขินอายอันใดกัน"

ไฉรั่วเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วง แต่เจียงซือหนิงกลับส่ายหน้าปฏิเสธพลางยิ้มตอบ บอกว่านางมิได้เป็นอันใดมาก คนผู้นี้เพียงวันแรกที่พบกัน หญิงสาวก็สัมผัสได้ว่าเขาเป็นคนดีและห่วงใยผู้อื่นมากจริงๆ ดูได้จากสายตาของชายหนุ่มที่ส่งมา

"เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า หากเปลี่ยนใจก็ไปหาข้าได้"

"ขอบใจเจ้ามาก"

เจียงอันถือรับถาดยามาก่อนจะล็อกประตูแน่นหนา เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดที่จะสามารถเข้ามาได้แล้ว จึงเดินไปวางถาดยาที่หน้ากระจกทองแดง มือเรียวอีกข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เอื้อมมาปลอดอาภรณ์ของตนเองออกช้าๆ แต่เพราะแขนอ่อนแรงและเจ็บปวดมากทำให้ไปโดนข้าวของบริเวณนั้น ยาต้มหกไปกว่าครึ่งถ้วยโชคยังดีที่หญิงสาวจับเอาไว้ได้ทัน

อึกๆ

หญิงสาวยกยาต้มดื่มจนหมดในคราเดียว หยดน้ำไหลลงมาตามคอขาวระหงษ์แต่นางกลับเช็ดออกอย่างลวกๆ ยาขมถึงเพียงนั้นแต่มันกลับไม่ขมขื่นเท่าชีวิตของนางในตอนนี้เลยสักนิด

ซี๊ด~~

เจียซือหนิงร้องออกมาเพราะความเจ็บ ภาพบาดแผลเหวอะหวะที่หัวไหล่เด่นชัดสะท้อนในกระจกทองแดง นางหยิบผ้าขาวมาคาบเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียงของตนเองดังลอดออกไปขณะที่ทำแผล จากนั้นล้างบาดแผลและใส่ยาตามวิธีที่ไฉรั่วบอก เม็ดน้ำตาไหลผุดราวธารน้ำ มีเพียงเสียงอู้อี้เบาๆดังออกมาเท่านั้นตลอดการทำแผล

ฉับ!

เสียงกรรไกลตัดผ้าพันแผลเป็นอันเสร็จ เมื่อเวลาล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วยาม

"เจ็บจัง ฮึก! ข้าเจ็บมากจริงๆ ฮือๆ"

หญิงสาวเอ่ยกับตนเองเบาๆ เสียงระส่ำปนเสียงสะอื้นจนน่าเห็นใจ จนในที่สุดร่างกายที่ระบมไปทั้งตัวก็ฟุบหลับไปบนเตียงนุ่ม

ณ ตำหนักจิ่งหยาง

โจวเทียนหลานเดินไปนั่งที่โต๊ะตำรา หยิบรายงานขึ้นมาอ่านด้วยท่าทีสงบนิ่ง ตอนนี้ยามโฉ่วแล้วแต่ยาที่หมอหลวงเพิ่งเปลี่ยนให้เขากลับมิได้ทำให้รู้สึกง่วงเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งนอนมิหลับอีกด้วย

"เจ้าจะทำตัวเป็นโจรทุกคราเลยหรือ"

เสียงเข้มเอ่ยขึ้นขณะที่ยังมิได้เงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ

"จะมีคราใดหรือไม่ที่ข้าจะทำตัวเป็นโจรสำเร็จ"

บุรุษสวมอาภรณ์สีขาวตลอดทั้งตัว รูปร่างและใบหน้าก็นับว่ารูปงามมิต่างจากโจวเทียนหลานมากนัก ถือพัดลวดลายคล้ายพู่กันตกใส่ในมือ เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

"โจรที่ใดสวมอาภรณ์เช่นนี้ คนเช่นเจ้าเลวกว่าโจรชั่วเสียอีก ตายไปยมบาลก็คงมิกล้าตัดสินความผิดเจ้า"

โจวเทียนหลานเอ่ยด้วยเสียงเรียบ แต่คำพูดกลับบาดลึกเข้าที่หัวใจของคนฟัง

"นี่นี่นี่ ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้นะ หากโลกนี้จะพูดถึงความชั่วช้า เช่นไรข้าก็พ่ายแพ้ให้แก่เจ้า มิเช่นนั้นเจ้าจะได้ฉายาอ๋องปีศาจหรือ"

ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ แต่โจวเทียนหลานเพียงส่ายหน้าเท่านั้น

ก๊อกๆ

"ชาขอรับชินอ๋อง"

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ฉีหมิงยกน้ำชาเข้ามาให้ผู้เป็นนายก่อนจะพบว่ามิได้อยู่ผู้เดียว

"ท่านเซี่ยเจิง"

ชายหนุ่มเอ่ยพลางก้มหัวก่อนจะเดินไปรินชาให้ทั้งสองและรีบออกไป

"ดึกดื่นถึงเพียงนี้เจ้ายังมีอารมณ์ดื่มชาอยู่ได้"

ถึงจะเอ่ยเช่นนั้น แต่ก็ยังเดินมายกถ้วยชาดื่มก่อนชายหนุ่มอยู่ดี โจวเทียนหลานวางรายงานในมือก่อนจะเอื้อมมาหยิบชาร้อน แต่กลับเห็นรอยยิ้มของสหายปรากฎบนใบหน้าด้วยความอารมณ์ดี

"มิพบกันปีเดียว เจ้าสติเลอะเลือนไปแล้วหรือ"

"เปล่า! ข้าเพียงได้พบเรื่องดีๆก่อนมาพบเจ้ามิถึงเค่อ ช่างเป็นเรื่องที่ดีในจังหวะที่พอดี"

เซี่ยเจิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel