ตอนที่ 11 ไม่มีผู้ใดบอกเจ้าหรือว่าห้ามสงสัยเรื่องของข้า
ณ ตำหนักหลานฮวา
"เฮ้อ~ เกือบไปแล้ว"
เจียงซือหนิงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อหนีพ้นออกมาได้ ยามอยู่ต่อหน้าอ๋องปีศาจผู้นั้นแทบกลั้นหายใจตลอดเวลา แต่จะว่าไปเขาก็มิได้เดินสี่ขาเสียหน่อย แล้วเหตุใดถึงมีคนร่ำลือเช่นนั้นกัน
"ข้าถามอีกเรื่องได้หรือไม่"
เจียงซือหนิงเอ่ยถามไฉรั่ว
"เรื่องอันใดหรือ"
"ข้าได้ยินข่าวมาว่าชินอ๋องเดินสี่ขา..."
"ก็ใช่ ยามปกติแล้วชินอ๋องจะใช้รถเข็นไม้ไม่ก็ไม้เท้าช่วยพยุง บางครามีสีหน้าเจ็บปวดเพราะความทุกข์ทรมาน แต่หลายครั้งข้ากลับเห็นว่าเดินได้เหมือนคนปกติอย่างเช่นวันนี้ คนในตำหนักมิมีผู้ใดกล้าสงสัย ข้าเองก็ไม่กล้าถามเช่นกัน"
"เจ้าจะบอกว่าบางครั้งเขาก็ปกติดีเหมือนคนธรรมดา แต่บางคราก็ไม่ปกติหรือ"
หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เจ้าอย่าได้สงสัย กฎเหล็กอีกข้อในตำหนักแห่งนี้คือห้ามสงสัยเรื่องเกี่ยวกับท่านอ๋อง หากเจ้ามีอยากเดือดร้อน"
ทันทีที่ไฉรั่วเอ่ยเตือนหญิงสาว มือเรียวก็ยกขึ้นปิดปากตนเองไว้ทันที
เจียงซือหนิงทำตามสิ่งที่ไฉรั่วสอนสำหรับการดูแลเรือนหลานฮวา ทั้งการดูแลความสะอาดในเรือน การปัดเช็ดตำรา อีกทั้งตัดแต่งสวนหย่อมรอบๆ สำหรับนางแล้วงานพวกนี้มิได้ลำบากอีกทั้งไม่ต้องยุ่งวุ่นวายกับผู้ใด หากอ๋องปีศาจนั้นมาก็แค่ออกจากเรือนไปดูแลสวนแทน ทำงานเสร็จก็กลับที่พักนอน หากทุกอย่างราบรื่นเช่นนี้จนครบสองปีก็ดี
ป๊อก!
ซี๊ด~~
ตำราเล่มหนาที่อยู่บนสุดของชั้นตกใส่หัวของนาง มือเรียวกุมไปที่หน้าผาก พร้อมส่งเสียงร้องออกมาเบาๆด้วยความเจ็บ รอยจ้ำสีแดงปรากฏที่หน้าผากเนียนทันที
"ทำงานวันแรกก็เล่นงานข้าเลยหรือ"
หญิงสาวก้มหยิบตำราที่ตกพื้นพร้อมพูดกับตำราเล่มนั้นด้วยความโมโห
"เจ้ากับข้ายังต้องอยู่ด้วยกันไปอีกถึงสองปีเชียวนะ เพราะงั้นใจดีกับข้าหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร"
หญิงสาวยังบ่นใส่ตำราไม่หยุดด้วยความโมโห
"เจ้าแน่ใจหรือว่าขันทีใหม่มิได้เป็นพวกวิปลาส"
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนตัวเล็กกำลังยื่นด่าหนังสือ มือหนึ่งใช้ไม้เท้ายันร่างกายของตนเองเอาไว้
"......"
จื่อซ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนายไม่รู้จะเอ่ยตอบเช่นไร จึงเดินไปหวังจะไปบอกให้หญิงสาวออกไปก่อนแต่กลับถูกห้ามเอาไว้
"ไปเตรียมชามาให้ข้า"
"ขอรับ"
จื่อซ่งรับคำก่อนไปทำตามคำสั่ง
โจวเทียนหลานใช้ไม้พยุงตัวเองเดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก ที่กำลังใช้ผ้าเช็ดตำราทีละเล่มอย่างที่ไฉรั่วบอกโดยที่ไม่รู้ตัว
"ตำราเป็นร้อยเป็นพันเล่มเช่นนี้ เขาผู้เดียวต้องอ่านกี่ชาติถึงครบทุกเล่มกัน"
หญิงสาวพึมพำออกมาเบาๆ
"ไม่มีผู้ใดบอกเจ้าหรือว่าห้ามสงสัยเรื่องของข้า"
เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง เจียงซือหนิงตกใจที่จู่ๆก็มีคนโผล่มาอย่างเงียบๆ เอนกายถอยหลังชิดชั้นวางตำรา
ตุบ!
ตำราเล่มหนาที่อยู่ชั้นบนสุดเล่มเดิมตกใส่หัวหญิงสาวอีกครั้งบริเวณเดิม แต่ครั้งนี้มันมีได้เป็นรอยแดงอีกแล้ว โลหิตสีแดงไหลออกมาเป็นสายตามกรอบหน้า แต่ความเจ็บนี้กลับไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะทกสะท้ายเลย เพราะบุรุษที่อยู่ตรงหน้าทำให้นางกลัวมากกว่า
"ชินอ๋อง!"
เจียงซือหนิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"เอ่อ.....ขออภัยขอรับ ขะขะข้ามิรู้ว่าท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่ จะรีบออกไปเดี๋ยวนี้"
คนตัวเล็กไม่เอ่ยเปล่า แต่รีบเก็บข้าวของที่ใช้ทำความสะอาด ขณะนั้นเองชั้นวางตำราที่เดิมเอนเอียงอยู่แล้วแต่เพราะมีนางพิงอยู่เลยทำให้มันตั้งอยู่ได้ คราที่ตัวหญิงสาวเดินออกตำรามากมายกลับตกลงมารวมทั้งชั้นวางตำราไม้ขนาดใหญ่ด้วย
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เสียงตำราตกมาใส่หญิงสาวไม่หยุด ไวเท่าความคิดร่างบางรีบเข้าไปบังคนตัวโตทันที
"ชินอ๋องระวังขอรับ"
ตุบ! ตุบ! ปัง!
เจียงซือหนิงใช้ร่างกายตนเองกอดคนตัวโตแน่นให้เขานั่งลงไปที่พื้น ให้ร่างกายตนเองยันชั้นวางตำราไม้ที่ล้มทับมาใส่หลังตนเอง แต่ชั้นวางตำราที่ตั้งเรียงกัน หากมันล้มหนึ่งชั้น ชั้นตัวอื่นๆก็ล้มลงมาต่อกันเป็นทอดๆ
"ชินอ๋อง"
จื่อซ่งที่ได้ยินเสียงรวมทุกคนอื่นๆรีบกรูเข้ามาด้วยความตกใจ สภาพภายในเรือนตำราตอนนี้อย่างกับแผ่นดินไหว ฝุ่นตลบอบอวนมองไม่เห็นคนอยู่ในเรือนก่อนหน้าเลยด้วยซ้ำ
"ทะทะท่านจื่อซ่ง ชินอ๋อง...ชินอ๋องอยู่นี่"
เจียงซือหนิงพยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ โจวหนิงเชินตอนนี้ถูกร่างเล็กทับป้องกันตนเองเอาไว้ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตนเองจะตกอยู่ในสภาพนี้....
"เสวียนเหยียน~~~"
ชายหนุ่มตะโกนชื่อคนที่อยู่บนตัวเขาเสียงดัง
