บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เหตุใดมือข้าจึงเล็กเช่นนี้

บทที่ 3 เหตุใดมือข้าจึงเล็กเช่นนี้

ความมืดค่อย ๆ จางหายไป เซียวจิ่งเหยียนขมวดคิ้ว สิ่งแรกที่รู้สึกคือความนุ่ม ไม่ใช่พื้นหินเย็นเยียบ ไม่ใช่พื้นไม้ในท้องพระโรง แต่เป็นผ้าไหมบางเบาที่รองรับแผ่นหลังอยู่

สิ่งที่สองคือกลิ่น

กลิ่นดอกเหมยอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องหอมที่คุ้นเคยอย่างประหลาด

เขาขยับตัว ผ้าห่มเลื่อนลงจากอก

“อือ...”

เสียงที่หลุดออกมาทำให้เขาชะงัก เซียวจิ่งเหยียนลืมตาขึ้นทันที เหนือศีรษะไม่ใช่เพดานห้องทรงพระอักษร

แต่เป็นม่านโปร่งสีชมพูอ่อน

เขานิ่งไปหลายอึดใจ

ก่อนยกมือขึ้นดู มือเรียวเล็ก ขาวนวล นิ้วทั้งห้าบอบบางจนเห็นข้อชัดเจน เขาจ้องมือของตัวเอง

พลิกซ้าย

พลิกขวา

จากนั้นค่อย ๆ ยกขึ้นแตะแก้ม ผิวเนียนนุ่ม ไม่มีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่หลังมือขวาซึ่งเขามีมาตั้งแต่วัยเยาว์

เซียวจิ่งเหยียนลุกพรวดจากเตียง

“นี่มัน...”

เสียงของเขาหยุดชะงัก เพราะเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเขา

เขากระโดดลงจากเตียง เดินโซเซไปยังกระจกทองเหลืองที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะ เงาสะท้อนในนั้นทำให้เขานิ่งค้าง

ใบหน้าของสตรีผู้หนึ่งกำลังมองกลับมา

ผมยาวดำขลับตกลงถึงเอว

ดวงตากลมคู่นั้นเขาจำได้ดี

ริมฝีปากที่กำลังอ้าค้างอยู่ก็จำได้

เซียวจิ่งเหยียนยกมือแตะแก้มของคนในกระจก

อีกฝ่ายก็ทำเช่นเดียวกัน

“...หลินเยว่?”

เขาพูดออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ ยังไม่ทันได้ตั้งสติ ประตูตำหนักก็เปิดออก นางกำนัลหลายคนเดินเข้ามา

“พระสนม ทรงตื่นแล้วหรือเพคะ?”

เซียวจิ่งเหยียนหันขวับ พระสนม?

เขามองคนพูด จากนั้นมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง

“ข้า...”

คำพูดติดอยู่ในลำคอ

นางกำนัลยิ้มอย่างไม่รู้เรื่อง

“วันนี้พระสนมทรงต้องเข้าเฝ้าฮองเฮาเพคะ หากไม่รีบแต่งองค์อาจสายได้”

เซียวจิ่งเหยียนสูดหายใจลึก

เขาเคยเผชิญกองทัพนับหมื่น

เคยตัดสินคดีประหารต่อหน้าขุนนาง

เคยถูกลอบสังหารมานับครั้งไม่ถ้วน

แต่ไม่มีครั้งใดทำให้เขาพูดไม่ออกเท่าครั้งนี้

“เอากระจกออกไป”

“เพคะ?”

“ข้าไม่อยากเห็นมัน”

นางกำนัลมองหน้ากัน

“พระสนมทรง...อารมณ์ไม่ดีหรือเพคะ?”

เซียวจิ่งเหยียนกำลังจะตอบว่า ข้าตายไปแล้วและตื่นมาอยู่ในร่างของเจ้านายพวกเจ้า

แต่เมื่อเห็นสายตาตกใจของทุกคน เขาก็กลืนคำพูดกลับลงคอ

“...เอาไว้ก่อน”

“เพคะ”

นางกำนัลสองคนเข้ามาใกล้ คนหนึ่งถือหวี อีกคนถือกล่องเครื่องประดับ

เซียวจิ่งเหยียนถอยหลังทันที

“พวกเจ้าจะทำอะไร?”

“แต่งองค์ให้พระสนมเพคะ”

“ไม่ต้อง!”

ทั้งสองชะงัก

“ข้าทำเอง”

“พระสนมทรงทำเองหรือเพคะ?”

เซียวจิ่งเหยียนนิ่งไป

เขาไม่เคยแต่งหน้า

ไม่เคยเกล้าผม

และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเครื่องประดับบนโต๊ะชิ้นไหนเอาไว้ทำอะไร

“...ใช่”

เขาตอบอย่างหนักแน่น

นางกำนัลยิ้มเจื่อน ๆ

“เช่นนั้น...หม่อมฉันจะยืนรออยู่ข้าง ๆ เพคะ”

สิบนาทีต่อมา เซียวจิ่งเหยียนยืนจ้องเครื่องประดับกองโตอย่างเคร่งเครียด

“สิ่งนี้เอาไว้ทำอะไร?”

“ปิ่นเพคะ”

“ข้ารู้ว่ามันเป็นปิ่น”

เขาหยิบขึ้นมา

“ข้าหมายถึงเหตุใดต้องมีตั้งมากมาย?”

นางกำนัลก้มหน้า

“เพื่อความงามเพคะ”

เซียวจิ่งเหยียนมองปิ่นทองในมือ

“...ความงามต้องใช้เงินเท่าไร?”

“เพคะ?”

เขาถอนหายใจ

สามเดือนก่อนเขายังเป็นฮ่องเต้

วันนี้กลับต้องมานั่งเรียนรู้วิธีเสียบปิ่น

สวรรค์กำลังเล่นตลกกับเขาอยู่หรือไร

อีกด้านหนึ่ง หลินเยว่ลืมตาขึ้นพร้อมความรู้สึกเหมือนศีรษะกำลังจะแตก

สิ่งแรกที่เห็นคือม่านสีทอง

สิ่งที่สองคือชายชราหลายคนคุกเข่าอยู่ข้างเตียง

สิ่งที่สามคือขันทีคนหนึ่งกำลังร้องไห้

“ฝ่าบาท! ในที่สุดพระองค์ก็ทรงฟื้น!”

หลินเยว่ผงะ

“ฝ่าบาท?”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

นางก้มมองตัวเอง เสื้อคลุมสีทอง แขนเสื้อกว้าง มือใหญ่ นิ้วเรียวยาวแต่แข็งแรง

นางยกมือแตะแก้ม จากนั้นคลำใบหน้า สันกราม จมูก คิ้ว ทุกอย่างไม่ใช่ของนาง

หลินเยว่ค่อย ๆ หันไปมองกระจก แล้วเกือบกรีดร้อง ใบหน้าที่สะท้อนกลับมาคือ...

เซียวจิ่งเหยียน

“...”

นางเงียบไป

ขันทีข้างเตียงตัวสั่น

“ฝ่าบาท?”

หลินเยว่หันกลับมา

“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”

ขันทีหน้าซีด

“ฝะ...ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

“อ้อ”

นางพยักหน้า แล้วหันกลับไปมองกระจกอีกครั้ง

“เช่นนั้นข้าก็คือ...”

นางชี้หน้าตัวเอง

“เซียวจิ่งเหยียน?”

ขันทีแทบหยุดหายใจ ไม่มีใครกล้าตอบ หลินเยว่หันกลับมา

“ทุกคนออกไปก่อน”

ขันทีทั้งห้องชะงัก

“ออกไปให้หมด”

“แต่ฝ่าบาท...”

“ข้าขอเวลาทำใจกับหน้าตัวเองสักครู่”

เงียบ

เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งห้อง

หลินเยว่กะพริบตา

“มีอะไร?”

ขันทีคนหนึ่งรีบก้มศีรษะ

“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ!”

จากนั้นทุกคนก็รีบออกไปแทบพร้อมกัน ประตูปิดลง หลินเยว่หันกลับไปมองกระจก

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...”

นางเอามือกุมหน้า

“ข้าตายแล้วไม่ใช่หรือ?”

ไม่ถึงครึ่งชั่วยามต่อมา ทางเดินเชื่อมระหว่างตำหนักฝ่าย ในกับตำหนักชั้นในเงียบสงบ

เซียวจิ่งเหยียนเดินออกมาพร้อมนางกำนัลสองคน เขายังไม่คุ้นกับกระโปรงยาว ทุกก้าวจึงแข็งทื่อราวกับกำลังเดินบนพื้นน้ำแข็ง

“พระสนม ทรงเดินช้าลงหน่อยเพคะ”

“ข้ากำลังเดินตามปกติ”

“แต่พระสนมกำลังเหยียบชายกระโปรงเพคะ”

เขาก้มลง จริงด้วย เซียวจิ่งเหยียนถอนหายใจ

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าจากอีกด้านก็ดังขึ้น หลินเยว่กำลังเดินออกจากอีกฝั่งของระเบียง

นางสวมฉลองพระองค์สีทอง มีขันทีติดตามอยู่ด้านหลัง ทั้งสองเดินสวนกัน

เพียงไม่กี่ก้าว

เซียวจิ่งเหยียนชะงัก

หลินเยว่ก็ชะงัก

สายตาของทั้งคู่สบกัน

หญิงสาวในชุดสนมมองฮ่องเต้ตรงหน้า

ฮ่องเต้ในชุดมังกรก็มองนางกลับ

ไม่มีใครพูด

หนึ่งลมหายใจ

สองลมหายใจ

สามลมหายใจ

เซียวจิ่งเหยียนค่อย ๆ เบิกตา

หลินเยว่ยกมือขึ้นชี้เขา

“เจ้า...”

เขาชี้กลับ

“เจ้า...”

ทั้งสองก้าวเข้าหากันพร้อมกัน

จนขันทีและนางกำนัลด้านหลังต่างตกใจ

เซียวจิ่งเหยียนก้มเสียงต่ำ

“หลินเยว่?”

หญิงสาวตรงหน้าหน้าซีด

“ฝ่าบาท?”

เขามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จากนั้นมองตัวเอง แล้วกลับไปมองนางอีกครั้ง

หลินเยว่ก็ทำเช่นเดียวกัน

ความเงียบตกลงระหว่างคนทั้งคู่ ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นแทบพร้อมกัน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”

ขันทีและนางกำนัลรอบข้างสะดุ้งสุดตัว

ส่วนคนสองคนตรงกลางทางเดิน...

เพิ่งเข้าใจพร้อมกันว่า

พวกเขาไม่ได้เพียงกลับมาจากความตาย

แต่ยังกลับมาในร่างของอีกฝ่ายอีกด้วย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel