บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 คืนที่ทั้งสองตาย

บทที่ 2 คืนที่ทั้งสองตาย

เสียงโซ่เหล็กลากไปตามพื้นหินดังครืดคราดอยู่ในทางเดินมืดใต้พระราชวัง หลินเยว่ถูกผลักเข้าไปในห้องคุมขัง นางเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนประตูเหล็กจะปิดลงตรงหน้า

ปัง!

เสียงกลอนถูกสอดเข้าที่

นางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปลายแขนเสื้อยังมีรอยเลือดของเซียวจิ่งเหยียนติดอยู่

หลินเยว่ก้มมองมัน เลือดแห้งแล้ว แต่กลิ่นคาวยังติดอยู่ปลายจมูก

“ฝ่าบาท...”

เสียงของนางเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ตั้งแต่ถูกลากออกมาจากตำหนัก นางไม่ได้เห็นเขาอีกเลย

ไม่รู้ว่าพิษเป็นอย่างไร

ไม่รู้ว่าหมอหลวงมาถึงหรือยัง

ไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ที่น่ากลัวที่สุดคือ นางไม่รู้ว่าเขาเชื่อหรือไม่ว่านางเป็นคนวางยา

หลินเยว่เดินไปนั่งลงบนพื้นเย็นเฉียบ พิงกำแพงหินแล้วหลับตา

“ข้าไม่ได้ทำ...”

นางพึมพำกับตัวเอง

“ข้าไม่มีทางทำร้ายพระองค์”

เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง

หลินเยว่ลืมตา

ทหารสองคนเดินมาหยุดหน้าห้องขัง

คนหนึ่งเปิดประตู

“ออกมา”

“จะพาข้าไปไหน?”

“ประหาร”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้นางนิ่งงัน

“เดี๋ยวก่อน”

หลินเยว่ลุกขึ้น

“ข้ายังไม่ได้พบฝ่าบาท”

ไม่มีใครตอบ

“ข้าต้องการพบพระองค์”

“ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ประหารพระสนม”

หัวใจของหลินเยว่เหมือนถูกบีบ

นางมองชายผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ

“เป็นไปไม่ได้”

“พระสนม...”

“ฝ่าบาทไม่มีทางรับสั่งเช่นนั้น”

นางยอมให้ทหารจับแขน แต่ขณะเดินออกจากคุก นางยังคงหันกลับไปมองประตูตำหนักด้านใน ราวกับหวังว่าจะได้ยินเสียงใครสักคนเรียกชื่อของนาง

ทว่าไม่มี

---------------------------

ในเวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของวังหลวง เซียวจิ่งเหยียนถูกลากออกจากพระแท่น พิษทำให้พระวรกายอ่อนแรง แต่สติของเขายังคงแจ่มชัด เขามองไปรอบท้องพระโรง ขุนนางที่เคยคุกเข่าถวายพระพร บัดนี้กลับยืนเรียงรายอยู่สองข้างทาง

ไม่มีใครก้าวออกมาช่วย แม้แต่คนที่เขาเคยแต่งตั้งด้วยพระหัตถ์

“เอาตราประทับมา”

เสียงหนึ่งดังขึ้น

เซียวจิ่งเหยียนเงยหน้า

เซียวจิ่งเหวินเดินออกมาจากกลุ่มขุนนาง ชุดคลุมสีดำปักลายมังกรทองทำให้เขาดูแตกต่างจากองค์ชายผู้สง่างามที่เซียวจิ่งเหยียนเคยรู้จัก

“จิ่งเหวิน”

ฮ่องเต้เอ่ยเสียงแหบ

“เจ้ากำลังทำอะไร?”

พระอนุชายิ้ม

“กระหม่อมกำลังช่วยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

“ช่วยข้า?”

เซียวจิ่งเหยียนหัวเราะเบา ๆ แม้ริมฝีปากจะมีเลือดไหล

“ด้วยการถือดาบจ่อคอข้าน่ะหรือ?”

“หากฝ่าบาทยอมมอบตราประทับแต่โดยดี ก็ไม่จำเป็น ต้องมีใครต้องตาย”

เซียวจิ่งเหยียนมองเขาอย่างเย็นชา

“เจ้าคิดว่าข้าจะมอบแผ่นดินให้เจ้าง่าย ๆ?”

จิ่งเหวินไม่ตอบ

คนที่ตอบกลับเป็นสตรีผู้หนึ่ง

“ฝ่าบาทยังทรงดื้อเหมือนเดิมเลยนะเพคะ”

เซี่ยหลันเดินออกมาจากหลังม่าน ชุดหงส์ของนางยังคงงดงามไร้ที่ติ ใบหน้าไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว

เซียวจิ่งเหยียนมองนางนิ่ง

บางอย่างในอกเหมือนพังลงอย่างช้า ๆ

“เป็นเจ้า...”

เซี่ยหลันยิ้มบาง

“เพคะ”

“เจ้าทำ?”

“หากฝ่าบาทหมายถึงพิษ หม่อมฉันเพียงช่วยเปิดประตูให้คนที่รออยู่ข้างนอกเข้ามาเท่านั้น”

นางก้าวเข้ามาใกล้

“ส่วนคนลงมือ...มีคนอื่นจัดการเพคะ”

เซียวจิ่งเหยียนกำหมัด ภาพหลินเยว่ผุดขึ้นมาในหัว ดวงตาของนางตอนถูกลากออกไป มือที่พยายามเอื้อมมาหาเขา เสียงที่ยืนยันซ้ำ ๆ ว่าไม่ได้ทำ

เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง ตอนนั้นเขาคิดเพียงว่าต้องช่วยนาง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้ว

ทุกอย่างถูกวางเอาไว้หมดแล้ว ทั้งอาหาร ทั้งหลักฐาน ทั้งคำสั่งจับกุม และคนที่อยู่เบื้องหลัง...

เซี่ยหลัน

“เหตุใด?”

เสียงของเขาแผ่วลง

“ข้าไม่เคยทำร้ายเจ้า”

เซี่ยหลันมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เพราะพระองค์ไม่เคยให้สิ่งที่หม่อมฉันต้องการ”

“บัลลังก์?”

“ทั้งบัลลังก์...และอำนาจ”

นางหยุดไปเล็กน้อย จากนั้นจึงหันไปมองเซียวจิ่งเหวิน สายตาที่ทั้งสองใช้มองกันทำให้เซียวจิ่งเหยียนรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งร่าง

ไม่ใช่สายตาระหว่างพี่สะใภ้กับน้องสามี มันสนิทสนมเกินกว่านั้น และในวินาทีนั้นเอง ความจริงที่เขาไม่เคยคิดจะเชื่อก็ชัดเจนขึ้น

“พวกเจ้าสองคน...”

เซียวจิ่งเหยียนมองทั้งคู่

“ร่วมมือกันมาตลอด?”

จิ่งเหวินยิ้ม

เซี่ยหลันไม่ตอบ แต่ความเงียบของนางคือคำตอบ เซียวจิ่งเหยียนหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น

คนหนึ่งคือภรรยาที่เขาแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮา

อีกคนคือพระอนุชาที่เขาไว้ใจที่สุด

คนสองคนที่ไม่ควรหักหลังเขา กลับเป็นคนที่เตรียมมีดไว้แทงเขาจากด้านหลังมานานที่สุด

“ตราประทับอยู่ไหน?”

จิ่งเหวินถาม

เซียวจิ่งเหยียนไม่ตอบ

“ฝ่าบาท”

“ออกไป”

เสียงของเขายังคงมีอำนาจ

“ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิต พวกเจ้ายังไม่ใช่เจ้าของแผ่นดิน”

จิ่งเหวินถอนหายใจ

“เช่นนั้นกระหม่อมคงต้องขออภัย”

เขายกมือขึ้น ทหารก้าวเข้ามาล้อมพระวรกาย

เซียวจิ่งเหยียนมองคนเหล่านั้น

แล้วกล่าวด้วยเสียงที่พยายามประคองให้มั่นคงที่สุด

“ข้าคือฮ่องเต้”

ไม่มีใครขยับ

“ข้าสั่งให้พวกเจ้าถอย”

ยังคงไม่มีใครขยับ คราวนี้เขารู้แล้ว พระราชอำนาจของเขาเหลือเพียงคำพูด คนที่ถือดาบอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนของเขาอีกต่อไป

ลานประหารด้านหลังวังหลวงเงียบผิดปกติ หลินเยว่ถูกนำตัวมายืนกลางลาน

ลมหนาวพัดชายเสื้อให้ปลิว นางเงยหน้ามองท้องฟ้า คืนนี้ไม่มีดาวสักดวง

“ฝ่าบาท...”

นางพึมพำอีกครั้ง หากเขายังมีชีวิตอยู่ เขาจะมาช่วยนางหรือไม่? หากเขาเชื่อว่านางเป็นคนวางยา...

เขาจะยังมองนางเหมือนเดิมหรือไม่?

หลินเยว่หลับตา น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้ม แต่ถูกลมเย็นพัดจนแทบแห้งในทันที

นางไม่กลัวตายเท่าไร

สิ่งที่กลัวคือ...

นางจะไม่ได้บอกเขาว่านางรักเขา

เสียงดาบถูกชักออกจากฝัก

หลินเยว่ลืมตา นางมองตรงไปข้างหน้า

“ข้าไม่ได้วางยา”

ไม่มีใครตอบ

“หากฝ่าบาทยังมีพระชนม์ชีพอยู่...ฝากบอกพระองค์ด้วย”

นางหยุด ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย

“ว่าข้าไม่เคยเสียใจที่ได้รักพระองค์”

ดาบถูกยกขึ้น ในเวลาเดียวกันนั้น เซียวจิ่งเหยียนถูกบังคับให้คุกเข่าต่อหน้าบัลลังก์ ตราประทับราชลัญจกรถูกวางอยู่ตรงหน้า

เขามองมัน จากนั้นหลับตาลง สิ่งสุดท้ายที่นึกถึงไม่ใช่บัลลังก์ ไม่ใช่แผ่นดิน ไม่ใช่แม้แต่ความแค้น แต่เป็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่เคยยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะทรงพระอักษร แล้วดุเขาเพราะไม่ยอมกินข้าว

“ฝ่าบาท ถ้าพระองค์ยังดื้ออีก หม่อมฉันจะไม่ถวายข้าวเย็นแล้ว”

เขาเคยคิดว่าคำขู่เช่นนั้นช่างไร้สาระ ตอนนี้กลับอยากได้ยินมันอีกสักครั้ง เพียงครั้งเดียวก็ยังดี

“หลินเยว่...”

เสียงกระซิบหลุดจากริมฝีปาก

แล้วดาบในลานประหารก็ฟาดลง

ทุกอย่างดับวูบในเวลาเดียวกัน

ความเจ็บปวดหายไป

เสียงผู้คนหายไป

แม้แต่ลมหายใจก็ไม่มีอีก

เหลือเพียงความมืด

มืดจนไม่รู้ว่าตนเองกำลังอยู่ที่ใด

เซียวจิ่งเหยียนรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในน้ำที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

ไกลออกไปมีเสียงหนึ่งดังขึ้น

ไม่ใช่เสียงของเซี่ยหลัน

ไม่ใช่เสียงของจิ่งเหวิน

แต่เป็นเสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

สงบนิ่งจนชวนให้ขนลุก

“หากย้อนกลับไปได้อีกครั้ง...”

เสียงนั้นหยุดลง

ราวกับกำลังรอคำตอบ

“เจ้าจะเลือกเหมือนเดิมหรือไม่?”

เซียวจิ่งเหยียนพยายามลืมตา แต่ไม่เห็นสิ่งใด ในความมืดนั้น เขานึกถึงหลินเยว่

และเป็นครั้งแรกที่เขารู้ว่า หากมีโอกาสอีกครั้ง...

เขาจะไม่ยอมให้นางตายต่อหน้าเขาอีก

แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel