บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 เลือดบนแขนเสื้อ

กลิ่นกำยานจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือห้องทรงพระอักษร แสงจากตะเกียงส่องต้องขอบถ้วยหยกบนโต๊ะจนวาววับ

เซียวจิ่งเหยียนเพิ่งยกถ้วยน้ำแกงขึ้นจิบ

เพียงอึกเดียวเท่านั้น

มือที่ถือถ้วยก็ชะงัก

คิ้วเข้มขมวดแน่น ก่อนสีพระพักตร์จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

“ฝ่าบาท?”

หลินเยว่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลลุกขึ้นทันที

ถ้วยหยกหลุดจากพระหัตถ์ กระทบพื้นดังเพล้ง

เซียวจิ่งเหยียนก้มลง มือข้างหนึ่งกุมลำคอ อีกข้างยันขอบโต๊ะเอาไว้แน่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้นทีละเส้น

“ฝ่าบาท!”

หลินเยว่รีบเข้าไปประคองเขา

ยังไม่ทันถึงตัว ร่างสูงก็เซถอยหลัง

เลือดสีแดงเข้มทะลักออกจากริมฝีปาก หยดลงบนแขนเสื้อสีทองทีละหยด

หัวใจของนางกระตุกวูบ

“พิษ...”

เซียวจิ่งเหยียนพยายามสูดลมหายใจ แต่ทุกครั้งที่หายใจเข้ากลับเหมือนมีเปลวไฟเผาอยู่ในอก

เขาหันไปมองถ้วยน้ำแกงบนพื้น

จากนั้นจึงมองหลินเยว่

แววตาคมคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธ

มีเพียงความตกใจ

และคำถามที่เขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้

หลินเยว่หน้าซีด

“หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่ได้ใส่อะไรลงไปนะเพคะ”

เซียวจิ่งเหยียนยกมือขึ้นเหมือนต้องการพูดบางอย่าง

แต่เสียงที่ออกมากลับแหบพร่า

“เจ้า...”

“หม่อมฉันไม่รู้จริง ๆ เพคะ!”

นางคว้ามือเขาไว้แน่น

“ฝ่าบาท ทรงอดทนไว้ก่อน หม่อมฉันจะเรียกหมอหลวงเดี๋ยวนี้”

ปัง!

ประตูถูกผลักเปิดอย่างแรง

องครักษ์หลวงหลายสิบนายกรูกันเข้ามา กระบี่ถูกชักออกจากฝักพร้อมกันจนเกิดเสียงโลหะเสียดสีก้องไปทั่วห้อง

หลินเยว่หันกลับไปอย่างตกใจ

“พวกเจ้าทำอะไร?”

หัวหน้าองครักษ์คุกเข่าลง แต่ไม่ได้มองนาง

“ฝ่าบาท กระหม่อมได้รับคำสั่งให้ควบคุมตัวพระสนมหลินเยว่พ่ะย่ะค่ะ”

“อะไรนะ?”

หลินเยว่คิดว่าตนเองฟังผิด

“ด้วยข้อหา...ลอบวางยาพิษฝ่าบาท”

อากาศในห้องพลันเงียบงัน

นางหันไปมองเซียวจิ่งเหยียน

เขาเองก็มองนาง

สายตาของทั้งคู่สบกันอยู่ชั่วขณะ

หลินเยว่เห็นความไม่เชื่อในดวงตาของเขา

และนั่นทำให้นางเจ็บยิ่งกว่าการถูกกล่าวหาเสียอีก

“หม่อมฉันหรือ?”

เสียงนางแผ่วลง

“เหตุใดต้องเป็นหม่อมฉัน?”

หัวหน้าองครักษ์ไม่ตอบ

ทหารสองนายก้าวเข้ามา

หลินเยว่ถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะถูกมือแข็งแรงคว้าข้อมือ

“ปล่อยข้า!”

นางสะบัดเต็มแรง

“ข้าเป็นสนมของฝ่าบาท พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาจับข้า?”

“พระสนม โปรดอย่าขัดขืน”

“ข้าไม่ได้ทำ!”

เสียงของนางสั่นขึ้นเป็นครั้งแรก

“ฝ่าบาทก็ทรงรู้ว่าข้าไม่ได้ทำ!”

เซียวจิ่งเหยียนพยายามลุกขึ้น

เขาใช้มือยันโต๊ะ เสียงหอบหายใจหนักขึ้นทุกขณะ

“ปล่อย...นาง...”

คำสั่งแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน

แต่หลินเยว่ได้ยิน

นางหันกลับไป

“ฝ่าบาท!”

เซียวจิ่งเหยียนพยายามก้าวมาหา

เพียงสองก้าว ร่างสูงก็ทรุดลงข้างโต๊ะ

เลือดไหลจากมุมปากอีกครั้ง

“ฝ่าบาท!”

หลินเยว่ดิ้นจนหลุดจากมือทหารชั่วขณะ นางพุ่งกลับไปหาเขา แต่ปลายกระบี่หลายเล่มกลับขวางตรงหน้า

“ถอยไป!”

“เขาเป็นฮ่องเต้ของพวกเจ้า!”

นางตวาด

“ยังไม่รีบตามหมอหลวงอีกหรือ!”

หัวหน้าองครักษ์กัดฟัน

“หมอหลวงกำลังมา พระสนม โปรดเสด็จไปกับพวกกระหม่อมก่อน”

“ไม่!”

หลินเยว่จับขอบโต๊ะไว้แน่น

“ข้าจะอยู่ที่นี่”

“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“เหตุใดไม่ได้!”

ไม่มีคำตอบ

เพราะคำตอบนั้นอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว

ชามน้ำแกง

ร่องรอยพิษ

และหลักฐานอีกหลายอย่างที่ถูกจัดวางเอาไว้ราวกับเตรียมพร้อมมานาน

หลินเยว่หันไปมองโต๊ะ

บนถาดข้างชามน้ำแกงมีผ้าเช็ดหน้าของนาง

มีตราประจำตำหนักของนาง

แม้แต่ขวดเครื่องหอมที่นางใช้เป็นประจำก็วางอยู่ตรงนั้น

ทุกอย่างชี้มาที่นาง

ราวกับมีใครบางคนรู้ล่วงหน้าว่า วันนี้นางจะนำอาหารมาให้ฮ่องเต้

“ไม่จริง...”

ริมฝีปากของนางสั่น

“นี่เป็นของของข้า”

เซียวจิ่งเหยียนมองตาม

ดวงตาของเขาค่อย ๆ เย็นลง

เขาเข้าใจแล้ว

นี่ไม่ใช่การลอบวางยาธรรมดา

มีคนเตรียมการเอาไว้ทั้งหมด

และคนผู้นั้นต้องอยู่ใกล้เขามากพอที่จะล่วงรู้ทุกการเคลื่อนไหว

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก

เหล่านางกำนัลรีบถอยออกจากทาง

สตรีในชุดหงส์สีแดงเข้มเดินเข้ามาอย่างสง่างาม

เซี่ยหลัน

ฮองเฮาหยุดอยู่ตรงประตู

สายตาของนางกวาดผ่านถ้วยน้ำแกงบนพื้น ผ่านเลือดบนพระวรกายของฮ่องเต้ ก่อนจะหยุดที่หลินเยว่

สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกใจ

“ฝ่าบาท!”

นางรีบเดินเข้าไปหา

“เกิดอะไรขึ้นเพคะ?”

เซียวจิ่งเหยียนเงยหน้าขึ้น

แววตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

เซี่ยหลันคุกเข่าข้างพระวรกาย ก่อนหันไปมองหลินเยว่

“เหตุใดพระสนมจึงอยู่ที่นี่?”

หลินเยว่หัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเหลือเชื่อ

“ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันเป็นคนนำอาหารมาถวายฝ่าบาท”

“เช่นนั้นหรือ?”

“เพคะ”

“แล้วเหตุใดอาหารของพระสนมจึงมีพิษ?”

หลินเยว่ชะงัก

“หม่อมฉันไม่ทราบ”

“ไม่ทราบ?”

น้ำเสียงของฮองเฮาอ่อนโยน แต่คำพูดกลับหนักขึ้นทุกคำ

“พระสนมเป็นผู้เดียวที่อยู่กับฝ่าบาทก่อนเกิดเหตุ แล้วจะไม่ทราบได้อย่างไร?”

“หม่อมฉันไม่ได้ทำ!”

หลินเยว่หันไปมองฮ่องเต้

“ฝ่าบาท ทรงบอกพวกเขาสิเพคะ”

เซียวจิ่งเหยียนกำมือแน่น

เขาอยากพูด

อยากบอกทุกคนว่านางไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้

แต่พิษกลับกัดกินลมหายใจของเขาทีละน้อย

“ปล่อย...นาง...”

เสียงนั้นเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ

หลินเยว่เบิกตา

“ฝ่าบาท...”

เซี่ยหลันก้มหน้าลงเล็กน้อย

“นำพระสนมออกไปก่อน”

ทหารก้าวเข้ามาอีกครั้ง

หลินเยว่ถูกคว้าตัว

“ปล่อยข้า!”

นางหันกลับไปหาเซียวจิ่งเหยียน

เขากำลังพยายามลุกขึ้น แต่ไม่สำเร็จ

“ฝ่าบาท!”

มือของเขายื่นออกมา หลินเยว่เองก็ยื่นมือกลับไป ปลายนิ้วของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่ชุ่น แต่สุดท้ายก็ไม่ทันแตะกัน

ทหารลากนางออกจากห้อง

“ฝ่าบาท!”

เสียงของหลินเยว่ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย

“หม่อมฉันไม่ได้ทำ!”

ประตูตำหนักกำลังปิดลง

ก่อนช่องว่างระหว่างบานประตูจะแคบจนเหลือเพียงเส้นเดียว หลินเยว่เงยหน้าขึ้น

แล้วนางก็เห็นเขา

บุรุษในชุดสีเข้มยืนอยู่ด้านหลังฮองเฮา

ใบหน้าหล่อเหลาสงบนิ่ง

ไม่มีความตกใจ

ไม่มีความหวาดกลัว

มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่หายไปอย่างรวดเร็ว

หลินเยว่จำใบหน้านั้นได้

เซียวจิ่งเหวิน

พระอนุชาของฮ่องเต้

และในวินาทีนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แล่นผ่านหัวนางอย่างเย็นเยียบ

เหตุใด...

เขาจึงอยู่ที่นี่ในเวลานี้?

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel