บท
ตั้งค่า

ไม่ได้ย้ายแผนก

หกคนสวนเสเฮฮาในร้านอาหารกึ่งบาร์ที่หาได้และมีโต๊ะว่าง โทชิได้มีโอกาสนั่งข้างเอมิลี่โดยไม่มีปฐพีกั้น จิตใจของเขามีชีวิตชีวาและเผยตัวตนที่อยากแสดงต่อหน้าเธอมาตลอดทำให้หญิงสาวประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษและเอาใจใส่

ขณะเดียวกันปฐพีกำลังคุยหลายอย่างกับเอกภพและถูกทาบทามให้ไปทำโฆษณาให้ที่ไทย ชายหนุ่มไม่ได้รับปากแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียทีเดียว เขาให้เหตุผลว่าต้องตามหาคนก่อนถ้ากลับถึงไทยจะติดต่ออีกครั้งว่าจะรับหรือไม่รับเพื่อเป็นการไม่เสียเวลากับทั้งสองฝ่ายซึ่งเขามีกำหนดกลับทันทีหลังรับใบประกาศนียบัตร เมื่อดื่มกินอิ่มหนำต่างแยกย้ายกลับที่พักมีเพียงโทชิกับเอมิลี่ที่ไปต่อกันลำพัง

สามเดือนให้หลังปฐพีก็ยืนอยู่หน้าสนามบินสุวรรณภูมิพร้อมกับเพื่อนที่ตามมาเที่ยวยกทีมพวกเขาวางแผนมาผ่อนคลายเมืองไทยสามเดือน โดยสองคนจะไปภูเก็ต อีกสองคนจะไปเชียงใหม่แต่ทั้งหมดจะเที่ยวกรุงเทพก่อนปฐพีจึงจองโรงแรมให้ทุกคนที่เดิมคือที่ที่ตนเคยทำงานเมื่อเกือบแปดปีก่อน

แกรก!!

ร่างสูงโปร่งแต่งตัวทะมัดทะแมงด้วยเชิ้ตแขนยาวสีขาวแกะกระดุมด้านบนสองเม็ดสวมทับด้วยกางเกงยีนสีเข้มกับผมยาวที่รวบเป็นมวยหลวมๆ ไว้ด้านหลังดึงประตูออกแล้วก้าวเข้าด้านในอย่างคุ้นชิน

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ คุณผู้ชายมาติดต่อเรื่องจองห้องจัดเลี้ยงหรือห้องประชุมคะ”

“ผมมาพบคุณยารินดาครับ” เสียงทุ้มของเขาทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังค้นเอกสารในตู้เหล็กหลังโต๊ะทำงานตรงที่คนที่เขามาขอพบเคยนั่งหยุดชะงักก่อนหันกลับมามองแล้วร่างกายก็แข็งนิ่งอยู่ชั่วขณะเหมือนเวลาถูกหยุดไว้โดยไม่รู้ตัวก่อนทุกอย่างจะกลับสู่ปกติในขณะที่คนอื่นๆ ต่างสนใจและพุ่งสายตามายังเธอ

“เอ่อ!?” เธอมองเขาด้วยแววตาสงสัยรู้สึกคุ้นแต่ไม่แน่ใจ เขาดูเปลี่ยนไปมาก ไม่ใช่ว่าหน้าตาเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้แต่เป็นท่าทางการวางตัวเสื้อผ้าและผมที่น่าจะยาวเฟื้อยก่อนที่เขาจะยกมือไหว้จนอีกคนรีบรับไหว้แทบไม่ทัน

“สวัสดีครับพี่ริสา ผมดินเองนะครับจำได้ไหม”

“อ่ะ อ้อ น้องดินเองเหรอพี่ก็ว่าอยู่ทำไมคุ้นหน้า”

ปฐพีส่งยิ้มบางให้ริสาในขณะที่เธอดึงเก้าอี้ก่อนเข้าไปนั่ง เมื่อคนอื่นเห็นว่าริสารู้จักกับชายแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาก็กลับไปสนใจงานตัวเองต่อ

“เชิญนั่งสิน้องดิน”

“ขอบคุณครับ”

“เป็นอย่างไรบ้างสบายดีหรือเปล่าหายหน้าหายตาไปเลยตั้งหลายปี การเรียนเป็นยังไงบ้าง”

“ผมเรียนจบแล้วครับ แล้วพี่ริสาล่ะเป็นยังไงบ้างครับ

“พี่ก็เรื่อยๆ แต่โดยรวมก็โอเค ว่าแต่ดินมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เพิ่งมาถึงครับ ผมตั้งใจพาเพื่อนมาเช็กอินที่นี่ส่งถึงแล้วค่อยจะแยกย้ายกันไปครับ”

“หืม เพื่อนหรือคนรู้ใจเอ่ย” ริสาเอียงหน้าหรี่ตามองอมยิ้มเธอรู้ว่าการพูดแบบนั้นกับคนไม่สนิทมันเสียมารยาทมากแต่ก็ตัดสินใจทำ ส่วนปฐพีได้แต่หัวเราะกลั้วในลำคอพลางตอบคำถามให้เธอหายสงสัย

“เพื่อนครับ ทีมที่เคยเรียนด้วยกันสร้างงานด้วยกัน ตอนนี้เราเรียนจบกันแล้วพวกเขาเลยอยากมาผ่อนคลายที่ประเทศไทยแต่อยากเที่ยวชมกรุงเทพก่อนถึงจะแยกย้ายกันไปครับส่วนผมพอส่งเพื่อนแล้วก็จะกลับบ้าน” ริสาพยักหน้า

“แล้วน้องดินมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” คราวนี้ริสาเข้าเรื่อง เธอจำได้ดีว่าครั้งก่อนดินกลับมาไทยและได้แวะมาที่นี่จึงถามเข้าประเด็นเลย

“มีครับ” ปฐพีจ้องตาเธอและริสาก็มองเขาเฝ้ารอฟังสิ่งที่เขาต้องการ

“ผมอยากรู้ว่าคุณยารินดาไปไหน เธอไม่อยู่ที่นี่แล้วเหรอครับ ทำไมโต๊ะทำงานเธอพี่ริสาถึงได้นั่งแทน ต้องขอโทษจากใจที่พูดออกไปแบบนี้นะครับ แต่ผมไม่เห็นเธอเลย เธอย้ายแผนกเหรอครับ”

“คุณยารินดาเหรอ” ริสาเอียงคอมองปฐพีด้วยสีหน้าราบเรียบ ขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้าสายตาจับจ้องที่เธอดูแน่วแน่และจริงจังคาดคั้นผ่านสายตา

ริสาครุ่นคิดว่าจริงๆ แล้วปฐพีต้องการอะไร เพราะเท่าที่รู้เขากับยารินดาขาดการติดต่อสื่อสารและริสามักแอบเห็นความเศร้าของเธอตลอดระยะเวลาที่ร่วมงาน แต่ตอนนี้ชายหนุ่มตรงหน้ากลับมาและเรียกยารินดาต่างออกไป เมื่อก่อนตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นปฐพีจะเรียกน้ายุ้ยเสมอ

“ทำไมไม่เรียกน้ายุ้ยเหมือนเดิมล่ะ” ริสาถามทำให้คนรอบข้างที่นั่งอยู่ทำงานหูผึ่ง

“เพราะตอนนั้นเธอขอให้ผมเรียกต่อหน้าทุกคนแบบนั้น”

นั่นเป็นเหตุผลของเมื่อก่อนแต่ตอนนี้ชายหนุ่มไม่อยากเรียกแบบนั้นแล้ว เพราะสำหรับเขามันช่างฟังดูเหินห่างทำให้เห็นช่องว่างระหว่างอายุมากถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าเธอแก่กว่าตนถึงสิบปีแต่เขาอยากเรียกเธอเหมือนคู่รักทั่วไปที่อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญ

“ดินโกรธพี่ที่มานั่งแทนที่เธอเหรอ” ริสาถามอีกครั้งเมื่อเห็นเขาหน้าตึงและเพื่อนร่วมห้องทำงานต่างเริ่มสลับกันเหลือบมอง

“เปล่าครับไม่ใช่แบบนั้น”

“แล้วทำไมมองพี่อย่างนั้นล่ะ”

“พี่ริสาอย่าเข้าใจเจตนาผมผิดนะครับ ผมแค่อยากรู้ว่าคุณยารินดาเธอหายไปไหน ตั้งแต่ผมกลับอเมริกาครั้งนั้นผมก็ติดต่อเธอไม่ได้อีกเลย โทรติดก็ไม่เคยรับสาย เธอเปลี่ยนเบอร์หรือเปล่า หรือเธอย้ายแผนก พี่ช่วยบอกผมได้ไหมครับผมจะไปหาเธอ”

สมองของริสาเริ่มประมวลผลใหม่เมื่อได้ยินแบบนั้น เธอรู้เพียงว่าการหายไปของเขาทำให้ยารินดาซึมเหม่อลอยจับโทรศัพท์มองมันอย่างลังเลแล้ววางลงสูดหายใจเข้าลึกและแอบถอนออก บางครั้งริสาก็เห็นเพื่อนรุ่นพี่หรือเจ้านายเก่าแอบซับน้ำตา นั่นเป็นภาพในความทรงจำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ อยู่หลายเดือน ทุกๆ วันดูเหมือนว่ายารินดาจะเครียดกินเยอะขึ้นจนรูปร่างที่ดีทรวดทรงองเอวที่เคยชัดมันแปลกและเปลี่ยนไป ก่อนริสาจะถามย้ำในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

“ดินโทรหาเธอเหรอ”

“ครับ แต่ว่าสามปีกว่าเลยที่เธอไม่รับสายผม”

“เธอไม่รับสายเลยเหรอ” เขาพยักหน้าแววตาที่จริงจังและกระตือรือร้นเปลี่ยนเป็นเศร้าก่อนจะหลบสายตาลงกลืนน้ำลาย

“ถ้าพี่มีเบอร์ใหม่เธอช่วยเมตตาให้ผมด้วยครับ” ริสาได้ยินก็แอบถอนหายใจนึกสงสัยว่าเรื่องสองคนนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่

“เรื่องเบอร์พี่ไม่รู้ แต่เธอไม่ได้ย้ายแผนก”

“จริงเหรอครับเธอยังอยู่ห้องนี้เหรอ แล้วเธอไปไหนล่ะครับ เธอไปพบลูกค้าใช่ไหม พี่ช่วยบอกผมได้หรือเปล่าว่าเธออยู่ห้องประชุมหรือห้องจัดเลี้ยงชั้นไหนผมจะรีบไปหาเธอ”

“เธอลาออก”

“หา”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel