เธอหายไปไหน
แจ้งนักอ่าน : นิยายเรื่อง ตามดวงใจหวนคืน เป็นภาคต่อของ เล่ห์เสน่หาเพื่อนสาวแม่ และ หลงลีลารักลูกชายเพื่อน (เรื่องสั้นมุมมองที่ 1) ไม่ได้ลงใน Hinovel นะคะ
..................................................................................................................................................................................................................................................................
พฤษภาคม 2031 ฝรั่งเศสตอนใต้ บนระเบียงตึกห้องพักหรูใจกลางเมืองคานส์ ร่างสูงยืนทอดสายตาออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอกด้วยแววหม่น แสงสีทองตรงขอบฟ้ายิ่งพาใจเหงาถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วมิอาจนับได้ในขณะที่สมาร์ตโฟนยังแนบอยู่ข้างแก้มรอปลายสายที่ส่งเสียงบ่งบอกว่าติดแต่กลับไม่เคยรับ ทว่าเขาก็ไม่เคยย่อท้อถึงแม้จะเกิดคำถามขึ้นภายในใจนานัปการ ก่อนจะลดมันลงจ้องมองที่หน้าจอและรูปของเธอกับตัวเองที่ถ่ายคู่กันตอนไปอ่าวปะการัง
“ทำไมติดต่อไม่ได้เลยนะนี่ก็สามปีแล้วหรือว่าเธอมีคนใหม่ ไปแล้วจริงๆ ไม่มีทาง ฉันไม่เชื่อ เธอไม่ใช่คนอย่างนั้นและไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า ตั้งแต่วันนั้นที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เราก็บอกให้ทิ้งข้อความไว้เดี๋ยวจะติดต่อกลับ แต่เธอไม่ทิ้งอะไรไว้เลยไม่พอยังหายไปอีก โทรหากี่ครั้งก็ไม่รับสายเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ ถามคุณแม่ก็เอาแต่บอกว่าไม่รู้ หรือคุณแม่จะเกลียดเธอแล้ว”
ปฐพี ทวีโชค หรือ ดิน สูดหายใจเข้าลึกมองที่อุปกรณ์สื่อสารก่อนเงยหน้าทอดสายตาไปนอกหน้าต่าง เมื่อพยายามติดต่อผู้หญิงที่ตนเฝ้าแอบรักตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่มจนเรียนจบมหาวิทยาลัย ได้ทำงานที่เดียวกับเธอและมีโอกาสได้เคียงข้างแนบชิดสนิทกาย แต่เพราะเธอขอให้เขาทำตามความฝันและทำตามความปรารถนาดีของแม่ จึงได้จากบ้านมาเรียนในที่แสนไกล
ตลอดระยะเวลาที่เรียนช่วงสองเดือนแรกกว่าเขาจะปรับตัวได้ก็ลำบากพอสมควรแต่ก็เฝ้านึกถึงแต่คำพูดเธอและไม่อยากให้ความหวังดีของแม่กับทรัพย์สินที่เสียไปต้องสูญเปล่าและกลัวตัวเองไม่มีค่าหากทิ้งการเรียนแล้วกลับไปหาเธอจึงตั้งใจศึกษาและอดทนกับความรู้สึกคิดถึงของตัวเอง อยากให้แม่และเธอภูมิใจเมื่อตนเองทำสำเร็จ
และด้วยการเรียนที่ยุ่งเหยิงหลักสูตรที่บีบรัดกับเวลาเพื่อย่นระยะให้มันสั้นลงจากเก้าปีเหลือเจ็ดปีเขาต้องอดทนลงเรียนเพิ่มทำโปรเจกต์หลายโปรเจกต์ให้เสร็จภายในระยะเวลา โชคดีที่เพื่อนร่วมทีมก็มีเป้าหมายเดียวกันเพื่อลดค่าใช้จ่ายเอาเวลาที่จะต้องเสียไปอีกสองปีไปทำอย่างอื่น
ชายหนุ่มรู้ดีว่าผู้หญิงที่เขารักอาจไม่เข้าใจเพราะหลังจากสองปีที่จบปริญญาโทเขาก็ห่างหายจากการติดต่อหาเธอเพราะยุ่งเกินไปช่วงเวลาที่ต้องโทรหาเธอเขาหลับราวซ้อมตายตื่นมาอีกทีก็ต้องรีบกินรีบไปเรียนทั้งต้องเร่งทำงานตามโปรเจกต์
ยืนนึกถึงความหลังอยู่นานก็ไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้นมาจึงตัดสินใจเดินไปหยิบเอาเสื้อสูทสีเทาที่พาดไว้เก้าอี้คล้องแขนที่ถือโทรศัพท์ หันไปหยิบคีย์การ์ดเสียบลงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากห้อง
ปฐพีต้องไปงานเทศกาลเมืองคานส์เพื่อร่วมฟังผลประกาศรางวัลกับทีมของตนในวันสุดท้ายของงานและเป็นวันปิดหลังจากเดินวนเข้าวนออกร่วมสิบเอ็ดวัน ปีนี้เรื่องที่ส่งประกวดเขารับหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับและเป็นโปรเจกต์สุดท้ายที่ร่วมกันทำกับเพื่อนก่อนที่จะรับใบประกาศจบการศึกษาปริญญาเอกสาขาวิชาภาพยนตร์
การมาเรียนที่นี่เจ็ดปีทำให้เขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งความรู้มากมายทั้งการเขียนบท ดูแลงานศิลป์ประกอบฉากควบคุมงบประมาณและกำกับการแสดง
“เป็นไงบ้างเพื่อน” โทชิหนุ่มลูกครึ่งอเมริกันญี่ปุ่นที่เรียนด้วยกันถามเมื่อปฐพีนั่งลงบนเก้าอี้ในงานมุมของผู้กำกับหน้าใหม่ที่ทางผู้จัดเตรียมไว้ และเขาถูกเชิญมานั่งจุดนี้ทุกปีที่มีงานส่งร่วมประกวดผ่านทางมหาวิทยาลัยฟิล์ม
“ก็โอเค”
“แต่สีหน้านายดูไม่ดีเลยนะ ติดต่อเธอยังไม่ได้อีกเหรอ”
“อืม” ร่างสูงทำหน้าเจื่อนขณะขยับตัวพิงเก้าอี้
“เฮ้พวก นี่กี่ปีแล้วที่ติดต่อเธอไม่ได้ เธออาจ...” โทชิหยุดเพื่อเปลี่ยนประโยคเพราะเคยโดนเพื่อนชาวไทยสวดยับจนเกือบต่อยกันมาแล้วเรื่องที่พูดว่าผู้หญิงของเขาอาจมีคนอื่น
“นี่พวกเอมิลี่ก็ดูคลั่งไคล้นายมากเลยนะ ทำไมนายไม่มองเธอบ้าง”
“ฉันเคยบอกนายแล้วไงว่าฉันรักของฉันและเคยสัญญาว่าจะกลับไปหาเธอ ฉันต้องทำตามสัญญาลูกผู้ชายสิ”
“แล้วเอมิลี่ล่ะ นายไม่แคร์ความรู้สึกเธอเลยเหรอ”
“โทชิ ฉันไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้น ฉันเห็นเธอเป็นแค่เพื่อนหรือเหมือนน้องสาว อีกอย่างนายเองก็มีใจให้เธอไม่ใช่เหรอนายเลิกผลักไสเธอให้ฉันได้แล้ว”
“เพราะแบบนั้นเหรอนายถึงไม่ยอมรับรักเธอ”
“ก็มีส่วนบ้าง แต่หลักๆ คือฉันมีคนที่รักแล้ว ฉันรักเธอมากความรักของฉันที่มีต่อเธอมันเกิดขึ้นตั้งแต่ฉันอายุยังน้อย”
“แต่มันนานแล้วนายน่าจะเปิดใจให้เอมิลี่บ้าง” โทชิพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าแววตาของเขาที่เฉมองไปทางอื่นก็หมองหม่นเช่นกันมันบ่งบอกว่าใจเขาโศกาเพียงใดที่ต้องพูดออกมาแบบนั้นและปฐพีรู้ดี เขาเห็นสีหน้าและอาการที่เพื่อนแสดงออกต่อเอมิลี่มาโดยตลอด
เธอเป็นผู้หญิงที่งดงามนิสัยน่ารัก ทว่าไม่ห่วงสวยลุยไปกับพวกเขาทุกที่ แต่ปฐพีไม่เคยรู้สึกกับเธอเชิงชู้สาวเลย ยิ่งรู้ว่าโทชิมีใจให้เอมิลี่เขายิ่งต้องเป็นห่วงความรู้สึกเพื่อน
“โทชิ เพื่อน นายจะผลักไสผู้หญิงที่นายรักให้คนอื่นไม่ได้นะ”
“ก็เธอรักนายนี่พวก ฉันทำอะไรไม่ได้หรอก”
“แต่นายยังไม่ได้พยายาม ตลอดเวลานายเอาแต่ผลักไสเธอมาให้ฉัน” โทชิได้ฟังก็ชักสีหน้าในขณะที่บนเวทีเริ่มมีการกล่าวทักทายแขกเหรื่อในงานหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นสัญชาติอเมริกันได้แต่ถอนหายใจ
“มันก็จริง ถูกของนายฉันไม่เคยพยายามเอาแต่แอบน้อยใจอยู่คนเดียวผิดกับนายที่ดูมั่นใจจนเธอหลงใหล”
“นายก็พูดเกินไปเธอไม่ได้หลงใหลฉันหรอก นี่เพื่อนนายเป็นหนุ่มญี่ปุ่นครึ่งอเมริกันนะ นายน่ะทั้งหล่อ เท่ ฉลาดรูปร่างดีบ้านโคตรรวยเชื่อฉันสิไม่มีอะไรที่นายด้อยไปกว่าฉันเลยโทชิ อย่าเอาเรื่องเอมิลี่กับฉันมาทำให้ตัวเองรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเลย นายน่ะคู่ควรกับอะไรก็ตามที่นายต้องการเพื่อน ฉันเชื่อนะว่า ถ้านายให้โอกาสตัวเองเอมิลี่ก็จะให้โอกาสนายเช่นกัน มั่นใจในตัวเองเถอะ”
“อืม ขอบใจนะดินนายเป็นเพื่อนที่ดีของฉันว่ะ”
“ไม่ต้องแสดงอาการซาบซึ้งขนาดนั้น เดี๋ยวใครๆ เขาจะหาว่าเราเป็นคู่เกย์” ปฐพีแกล้งเย้า
“บ้าน่าพวก แล้วนายคิดจะเอายังไงต่อกับเธอคนนั้นล่ะ คนที่นายรักน่ะ”
“หลังเรียนจบฉันจะกลับไทยไปสืบเอง”
“แล้วงานล่ะพวก”
“ขอพักก่อนตลอดเวลาฉันเร่งรีบเรียนเพื่อให้ได้กลับไปหาเธอไวๆ ทำให้รู้สึกเหนื่อยและโล่งใจมากที่เรียนจบเสียที นั่นไงเอมิลี่มาแล้ว” ปฐพีเปลี่ยนเรื่องฉับพลันเมื่อเพื่อนร่วมทีมอีกคนมาแต่เมื่อโทชิหันไปเห็นเขาก็จะลุกขึ้นเปลี่ยนที่นั่งเพื่อให้เอมิลี่ได้นั่งตรงกลางอย่างที่เคยทว่าปฐพีคว้าข้อมือเขาไว้แล้วส่ายหน้า
“นายควรนั่งข้างฉันให้เธอไปนั่งข้างนาย”
“แต่ว่า”
“ไม่มีแต่” ว่าแล้วร่างสูงก็คว้าไหล่เพื่อนล็อกไว้ก่อนหันไปหาเอมิลี่ตอนเธอเข้ามาใกล้พอดีสองหนุ่มจึงกล่าวทักทายเธอตามด้วยคำชื่นชมของโทชิ
“เอมิลี่คุณดูดีมากเลยนะในชุดนี้”
“ขอบคุณโทชิ ทั้งสองคนคุยอะไรกันอยู่เหรอ” หญิงสาวในชุดเดรสเข้ารูปเน้นสัดส่วนสีขาวยืนอยู่ต่อหน้าบุรุษทั้งสอง เธอยืนนิ่งมองสองคนหยอกกันขณะรอให้โทชิขยับ โทชิได้แต่ยิ้มแห้งพยายามขัดขืนแต่ปฐพีหัวเราะกลบเกลื่อนแกล้งหยอกล้อเพื่อนเพื่อถ่วงเวลาให้เอมิลี่ตัดสินใจเลือกที่นั่งเอง ไม่ใช่เพราะโทชิลุกให้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“เรามีเรื่องต้องเคลียร์ปัญหากันนิดหน่อยน่ะ” ปฐพีกล่าว
“ปัญหาเหรอ”
“อืม” ปฐพีพยักหน้า
“แหะๆ” โทชิหัวเราะแห้ง หญิงสาวมองทั้งสองอยู่สักพักขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนส่ายหน้าแล้วตัดสินใจเดินไปนั่งข้างโทชิ
“อีกสองคนไปไหนล่ะ” เธอถาม
“น่าจะยังเดินอยู่ข้างนอกนะ นั่นไงมาพอดี” โทชิบอกเมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนเดินเข้ามาในระหว่างที่บนเวทีเริ่มฉายตัวอย่างภาพยนตร์นานาชาติ และตัวอย่างหนังสั้นที่ทางทีมผู้กำกับหน้าใหม่หลายทีมจากหลายมหาวิทยาลัยส่งเข้าประกวดบนจอแบบหลายหน้าต่างพร้อมกัน หนึ่งในนั้นมีผลงานจากทีมของพวกเขาด้วย
ในงานเหล่าคนดังและผู้กำกับจากทั่วทุกมุมโลกต่างตั้งใจรอฟังและรอร่วมแสดงความยินดีกับผู้ชนะในรางวัลต่างๆ และปีนี้ทีมของปฐพีก็ได้รางวัลอีกครั้งในรอบห้าปีแต่ครั้งนี้ได้ถึงสองรางวัลนั่นทำให้ทีมเขาเนื้อหอมทันที ทั้งห้าขึ้นกล่าวขอบคุณเล็กน้อยในฐานะผู้ชนะภาพยนตร์สั้นและซิเน่ฟาวเดชั่นซึ่งเป็นรางวัลสำหรับภาพยนตร์จากนักศึกษาภาพยนตร์ เพื่อส่งเสริมผู้กำกับรุ่นใหม่
ก่อนออกจากงานเพื่อไปฉลองความสำเร็จกันอยู่ๆ ก็มีคนเรียกปฐพี เมื่อหันกลับก็ได้พบว่ามีชายชาวเอเชียคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาหาตน เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อเอกภพมาจากไทยเป็นคนทำสื่อของวงการบันเทิงไทยและได้ให้นามบัตรไว้ ปฐพีรับเอากระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำปั๊มนูนแผ่นเล็กโดยไม่อิดออดและยังได้ให้ข้อมูลการติดต่อตนเองเช่นกัน ทว่าเมื่อซักไซ้ไล่เลียงกันไปมาก็ปรากฏว่าคุยถูกคอจึงชวนไปดื่มสังสรรค์ที่บาร์
