บท
ตั้งค่า

อยู่ไทย

ริสาเอ่ยคำนั้นทั้งที่จ้องมองปฐพี น้ำเสียงของเขาที่เกิดขึ้นภายหลังช่างขัดแย้งกับความดีใจระคนความกระตือรือร้นจนเผลอคลี่ยิ้มระบายไปทั่วใบหน้าคมคายเมื่อครู่ ดูท่าความสุขที่ฉายออกมามันได้ดับวูบลงในบัดดล และเขาเองก็มองเธออย่างไม่อยากเชื่อเรื่องที่เพิ่งได้ยินเช่นกัน

“มะ เมื่อไหร่กัน” เสียงของเขาแผ่ว ดวงตาเริ่มร้อนผ่าวจนต้องรีบกดเปลือกตาลงครึ่งหนึ่งเพื่อซ่อนเอาไว้ไม่ให้ริสาเห็นพยายามตั้งใจฟังสิ่งที่เธอบอก

“เธอลาออกไปหลายปีแล้ว อืม...น่าจะราวๆ สามปีครึ่งได้แล้วมั้ง”

“จริงเหรอครับ” ริสาผงกหัวสังเกตเห็นหลากหลายอารมณ์ฉายผ่านใบหน้าเนียนสะอาด

“เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันครับ แล้วพี่ริสาไม่มีเบอร์โทรเธอเลยเหรอครับ”

ริสาไม่ตอบเพียงแต่มองเขาแล้วยิ้มอ่อน สีหน้าปฐพีเจื่อนลง เขาไม่ใช่เด็กทำไมจะมองไม่ออกว่าริสาปิดบัง เช่นนั้นความสงสัยจึงยิ่งทวีคูณคิดเพียงว่าเห็นทีจะต้องรีบกลับบ้านไปถามแม่ว่าที่ผ่านมามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับผู้หญิงที่ตนเองรักกันแน่ ก่อนจะขอเบอร์ริสาไว้เพื่อโทรติดต่อถามไถ่แล้วลากลับ

ริสามองปฐพีเดินออกไปจนพ้นห้องด้วยใจแน่วแน่ หยิบโทรศัพท์แล้วลุกตามดูให้แน่ใจว่าเขาไปหรือยัง เมื่อเห็นว่าเขาเดินห่างออกไปไกลแล้วมือถือที่กำไว้แน่นก็ถูกยกขึ้นแนบหูขณะสายตาจับจ้องตรงโถงทางเดินดูให้มั่นใจว่าไร้เงาคนที่เพิ่งจากไป

เสียงคลี่เปิดเอกสารเหนือโต๊ะทำงานเพื่อตรวจวาระการประชุมในห้องกรรมการผู้จัดการของโรงแรมแห่งใหม่ไกลจากที่ทำงานเดิมหลายกิโลเมตร แต่ไม่ไกลจากที่พักและโรงเรียนของลูกมากนัก หญิงสาววัยสามสิบเก้าปีสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงสั่นรุนแรง เธอคิดว่าลูกน้อยของตนคงเปิดสุดเอาไว้

“โธ่เอ๊ยตกใจหมดเลย ตาหินเปิดไว้ตั้งแต่เมื่อไรกันเนี่ย”

ยารินดาบ่นอุบเพราะเมื่อเช้าลูกชายเธอเล่นโทรศัพท์ในรถผิดกับลูกสาวที่เอาแต่หลับ มิหนำซ้ำหินยังชอบถามซอกแซกเวลาเจอรูปในมือถือ มือบางรีบกดเบาเสียงในขณะที่พลิกมันขึ้นดูว่าใครโทรมาแล้วก็ได้เห็นว่าเป็นเพื่อนที่ทำงานเดิม

“เอ๋ ริสาเองหรอกเหรอ แปลกจังนานแค่ไหนแล้วที่ไม่ติดต่อมาหรือที่ทำงานมีเรื่องอะไร” เธอละสายตาจากอุปกรณ์สื่อสารก่อนจะมองใหม่อย่างลังเล ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจรับ

“ฮัลโหล ริสา ว่าไงสบายดีหรือเปล่า” เธอถามน้ำเสียงกระตือรือร้น นานแล้วที่ไม่ได้คุยกัน

“พี่ยุ้ยหนูนึกว่าพี่เปลี่ยนเบอร์แล้วเสียอีก หนูสบายดีว่าแต่พี่เถอะเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม”

“สบายดีจ้าแต่ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ พี่ก็บอกแล้วว่าไม่เปลี่ยนแน่นอน” เธอกล่าวขณะที่ควงปากกาหมุนอยู่เหนือนิ้ว

“ก็มีคนพูดแบบนั้นน่ะสิคะ หนูเลยสับสนเพราะตัวเองก็ไม่ได้โทรหาพี่นานแล้วมัวแต่ยุ่งๆ น่ะค่ะ”

“ใครบอกพี่ก็ยังใช้เบอร์เดิมนะ” ยารินดากล่าวสีหน้าของเธองุนงงในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

“จะใครซะอีกล่ะคะ ก็คนนั้นไงหล่อๆ สูงๆ ผมยาวๆ”

“หืม มีด้วยเหรอ”

“แหมพี่ยุ้ยก็ทำเป็นลืมนะคะ”

“ก็ถ้าหล่อสูงพี่ก็รู้จักหลายคนนะ คิก”

“จ้าพี่สาวคนสวยแหมหนูไม่สวยบ้างก็แล้วไป ชิ”

“เอาน่า ริสาก็มีแฟนแล้วนี่ ไม่หล่อได้ไงล่ะ ไม่งั้นจะแต่งจนมีลูกสามเหรอ”

“จ้า แหม” ริสาตอบกลับอย่างประชดขณะที่ยารินดาหัวเราะคิกคักก่อนถาม

“ว่าแต่ใครเหรอ ผมสั้นพี่ก็พอรู้แต่ผมยาวไม่น่ามีนะ”

“พี่ยุ้ย หนูไม่อ้อมค้อมนะตั้งใจฟังดีๆ ล่ะ”

“คิก ขนาดนั้นเลยเหรอ” ยารินดายังคงยกมือขึ้นป้องปากขบขันเพื่อนรุ่นน้องจากที่ทำงานเก่าแต่แล้วสิ่งที่เธอได้ยินก็ทำให้รอยยิ้มนั้นค่อยๆ หุบลง

“เขากลับมาแล้วนะตอนนี้อยู่เมืองไทยแล้ว”

พูดแค่นั้นก็พอเดาได้ข่าวแบบนี้มีอยู่เรื่องเดียวและมีแค่คนเดียวที่กลับมา ความน้อยอกน้อยใจที่สะสมมันพรั่งพรูจนม่านหมอกในใจเกิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับม่านน้ำใส

ยารินดาเพียงกล่าวขอบใจริสาที่ส่งข่าวเพราะไม่รู้จะแสดงออกกับเพื่อนรุ่นน้องไปอย่างไรดี ตั้งแต่มีลูกแฝดความรู้สึกที่มีให้เขาเธอเอามาทุ่มเทให้เด็กทั้งสองจนไม่มีเวลานึกถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว ถึงจะไม่เคยปิดบังเด็กทั้งสองว่าเขาเคยเป็นคนที่เธอรัก หรือเขาเป็นใครเวลาหินและทรายถามเมื่อเปิดเจอรูปคู่ในมือถือที่ไม่เคยลบเพราะคิดว่าสักวันเด็กๆ จะต้องถามหาพ่อ

ยารินดาคาดไม่ผิดและได้บอกไปตามตรงว่าเขาคือใคร ทว่าเด็กต้องรู้ถึงเหตุผลที่ดีพอ เพราะเหตุใดพ่อจึงไม่อยู่กับพวกตน เธอบอกให้ลูกเข้าใจเสมอว่าเขาไปเรียนและย้ำอยู่ตลอดว่าอย่าไปรบกวนเพราะพ่อทำเพื่ออนาคต ทั้งยังบอกว่า แม่เป็นคนขอให้พ่อของลูกทำแบบนั้นเอง และเป็นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ที่หินถามเธออีกครั้งว่า ตนและพี่สาวฝาแฝดจะได้เจอพ่อบ้างไหม

คำถามของลูกมันทำให้เธอใจแป้วบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่องและเป็นแบบนั้นเสมอมา เธอก็ไม่รู้จะทำเช่นไรจะบอกลูกแบบไหน เขาจะกลับมาไหมตนเองยังอยากเจอเขาหรือเปล่า เพราะสภาวะทางอารมณ์ตอนนั้นมันยังส่งผลถึงปัจจุบัน

ทว่าเมื่อคิดถึงหน้าลูกๆ ที่คล้ายเขาตอนเด็กน้ำตาของเธอก็หยดอีกครั้ง ย้อนนึกถึงวันที่เขากลับมาได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกันทั้งคืนแล้วดันพลาดลืมกินยาคุมฉุกเฉินทั้งที่เขาเตือนแล้วว่าถุงยางมันแตกถึงสองครั้งในเวลาห่างกันแค่สามสิบนาที เพราะแบบนั้นเธอถึงได้แฝดชายหญิงมา แถมยังคลอดธรรมชาติซึ่งหายากมากสำหรับแฝดส่วนใหญ่จะผ่าออก หมอบอกว่าคงเพราะเธอเดินมากช่องคลอดเลยขยายดีเด็กจึงคลอดง่ายทรายกลับหัวลงก่อนและหินเองเกิดห่างทรายเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะใช้เวลากลับหัวเด็กแฝดจากไข่คนละใบ

ตอนรู้ว่าตนตั้งท้องยารินดาเครียดมาก น้อยใจที่ติดต่อปฐพีไม่ได้จะบอกแม่เขาก็กลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวถ่วงอนาคต ทั้งกลัวแม่ของเขาที่เคยเป็นเพื่อนกันตั้งแต่วัยเยาว์หาว่าคิดจับลูกชายที่ห่างจากตัวเองถึงสิบปี จึงได้แต่เก็บเรื่องราวเอาไว้ เศร้าโศกทุกข์ใจจนกลายเป็นพาน คิดเองเออเองทุกอย่างถึงปฏิกิริยาที่ดาวเพื่อนรุ่นพี่แสดงออกต่อตัวเองจนไม่อยากติดต่อแม่ลูกคู่นั้นอีก โชคดีโนอาห์เพื่อนของเธอที่เป็นหมออยู่เมืองนอกทั้งยังเป็นพ่อทูนหัวของเด็กๆ คอยให้กำลังใจและคำปรึกษาตลอดจึงผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนั้นมาได้

เขาไปถามหมอสูติถึงสาเหตุความขุ่นเคืองที่เกิดขึ้นต่อปฐพีและได้บอกว่ามันเป็นภาวะทางอารมณ์ เมื่อเครียดตอนตั้งครรภ์อยากคุยอยากปรึกษาพ่อของเด็กทว่าเขาไม่มีเวลาว่างมากพอหรือจะว่าด้วยเหตุใดก็ไม่อาจรู้ได้ มันทำให้เธอน้อยใจและเอาแต่โกรธเคืองเวลาเขาโทรมาไม่อยากคุยไม่อยากรับสายจนต้องปิดเสียงไว้ จากเวียนวนจับแต่โทรศัพท์ขึ้นมาดู ลังเลว่าจะรับหรือไม่รับเดี๋ยวหยิบเดี๋ยววางจนเขาวางสายไปเองแล้วก็ร้องไห้เองเป็นแบบนั้นอยู่ซ้ำๆ ไปๆ มาๆ เธอก็เริ่มชินชา

แม่ของยารินดาและพ่อเลี้ยงรู้เรื่องนี้ดี และแม่ยังรู้จักปฐพีเธอโกรธมากที่ทำลูกตนท้องแต่ไม่ยอมรับผิดชอบ เธอเข้าใจแบบนั้นและคิดจะเอาเรื่องให้ได้แต่ยารินดาขอไว้เพราะเขาเรียน ในความโกรธแค้นเคืองตอนนั้นยังคงเหลือความปรารถนาดีไม่คิดทำลายอนาคตกัน

แม่ของเธอคอยยุยงให้เปิดใจคบคนใหม่โดยเฉพาะโนอาห์พ่อทูนหัวของเด็กๆ แต่เธอทำไม่ได้เพราะมองไม่เห็นหนทางแห่งรักและให้สถานะเพื่อนกับเขาไปแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel