บทที่ 3 สมรสพระราชทาน
กู้ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรเหตุการณ์ทั้งหมดมาระยะหนึ่งแล้ว พระนางทรงทราบดีว่าตระกูลเสิ่นมีความสำคัญต่อราชสำนักเพียงใด
“จื่อเวย เข้ามาหาข้าสิ”
เสิ่นจื่อเวยรีบยอบกาย
“เพคะ ฮองเฮา”
นางเดินเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าพระนางอย่างนอบน้อม
ฮองเฮาทอดพระเนตรดวงตาที่แดงเรื่อของนาง ก่อนจะถอนพระทัยเบา ๆ
“เด็กดี เจ้าได้รับความไม่เป็นธรรมแล้ว”
“หม่อมฉันไม่กล้าคิดเช่นนั้นเพคะ”
“เจ้านี่นะ”
ฮองเฮาทรงเอื้อมพระหัตถ์มาประคองนางขึ้น ก่อนทอดพระเนตรไปทางซ่งเจียหมิง
“เรื่องหมั้นหมายมิใช่เรื่องที่บุรุษคนหนึ่งจะสามารถยกเลิกได้ตามใจชอบ โดยเฉพาะเมื่อเป็นสัญญาที่ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลตกลงกันเอาไว้ คุณชายซ่ง เรื่องในวันนี้เจ้ากระทำไม่เหมาะสมจริง ๆ”
ซ่งเจียหมิงรีบคุกเข่าลง
“กระหม่อมทราบความผิดพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมกับซีอินรักกันจริง ๆ หากไม่พูดกันให้ชัดเจน กระหม่อมเกรงว่าคงยากนักที่จะยกเลิกสัญญาหมั้นหมายได้”
ฮองเฮาทรงขมวดพระขนง
“ความรักของเจ้ามิใช่ความผิด แต่การทำให้สตรีผู้หนึ่งต้องอับอายต่อหน้าผู้คนมากมายต่างหากที่ไม่เหมาะสม”
ซ่งเจียหมิงก้มหน้าลงทันที
ฮองเฮาจึงทรงหันกลับมาหาเสิ่นจื่อเวย
“จื่อเวย เจ้าเป็นบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ ทั้งยังมีรูปโฉมงดงาม กิริยามารยาทเรียบร้อย จะปล่อยให้เจ้าอ้างว้างไร้คู่ได้อย่างไร”
หนังตาของเสิ่นจื่อเวยกระตุก
มาแล้ว!
ฉากนี้มาแล้ว!
ฮองเฮาทรงแย้มพระสรวล
“ตระกูลกู้ของข้ามีหลานชายที่ยังไม่ได้แต่งงานอยู่หลายคน หากเจ้าไม่รังเกียจ...”
“ฮองเฮากำลังจะจับคู่ให้ผู้ใดหรือ”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางเข้าอุทยาน
ขันทีผู้หนึ่งรีบประกาศเสียงดัง
“ฝ่าบาทเสด็จ!”
ผู้คนทั้งหมดรีบคุกเข่าลงพร้อมกัน
“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”
เสิ่นจื่อเวยคุกเข่าตามคนอื่นอย่างรวดเร็ว
หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
มาแล้วจริง ๆ ด้วย!
หลี่เฉิงหรงฮ่องเต้!
และอีกไม่กี่อึดใจ พระองค์จะพระราชทานสมรสให้นางกับหลี่เฉิงอวิ๋น
บุรุษในฉลองพระองค์ลายมังกรเสด็จเข้ามาในอุทยาน พระพักตร์ยังคงหล่อเหลา พระเนตรคมกริบและเปี่ยมด้วยอำนาจ
“ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
ฮ่องเต้เสด็จไปประทับข้างกู้ฮองเฮา
“เมื่อครู่เจิ้นได้ยินฮองเฮากำลังพูดเรื่องจับคู่ให้ผู้ใดอยู่หรือ”
“เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นเพคะ”
กู้ฮองเฮาทรงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวบรัด หลี่เฉิงหรงฟังจนจบ ก่อนทอดพระเนตรไปทางซ่งเจียหมิง
“เจ้าเป็นบุตรชายตระกูลซ่ง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าเป็นผู้ขอถอนหมั้น”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ในเมื่อเจ้ากับคุณหนูเสิ่นไม่มีวาสนาต่อกัน เจิ้นก็คิดว่าไม่ควรบังคับ”
ซ่งเจียหมิงแสดงสีหน้ายินดี แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยขอบพระทัย ฮ่องเต้ก็ตรัสต่อ
“ทว่าเรื่องหมั้นหมายเป็นเรื่องของสองตระกูล มิใช่เรื่องที่เจ้าจะประกาศยกเลิกกลางงานเลี้ยงได้ตามใจชอบ กลับไปแล้วให้บิดาของเจ้าส่งคนไปเจรจากับจวนแม่ทัพให้เรียบร้อย”
“กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เฉิงหรงจึงหันมาทางเสิ่นจื่อเวย
“เงยหน้าขึ้นให้เจิ้นดูหน่อย”
นางทำตามอย่างว่าง่าย
“เจ้าเป็นบุตรสาวของเสิ่นอี้เหิงใช่หรือไม่”
“เพคะ”
“ปีนี้อายุเท่าใดแล้ว”
“สิบเจ็ดปีเพคะ”
ฮ่องเต้ทรงพยักพระพักตร์ช้า ๆ
“ถึงวัยออกเรือนแล้ว”
เสิ่นจื่อเวยรู้สึกว่าหัวใจตนเองแทบจะหยุดเต้น
ฝ่าบาทเพคะ!
หม่อมฉันเพิ่งสิบเจ็ดเองนะเพคะ!
แต่คำพูดเหล่านี้นางย่อมไม่กล้าเอ่ยออกมา ฮ่องเต้ทอดพระเนตรกู้ฮองเฮาแวบหนึ่ง
“เมื่อครู่ฮองเฮาตรัสว่าตระกูลกู้มีบุรุษหนุ่มที่ยังไม่ได้แต่งงานอยู่หลายคนใช่หรือไม่”
“เพคะ”
“บังเอิญเสียจริง”
มุมพระโอษฐ์ของหลี่เฉิงหรงยกขึ้นเล็กน้อย
“เจิ้นเองก็มีพระอนุชาที่ยังไม่ได้แต่งงานอยู่ผู้หนึ่งเช่นกัน”
รอยยิ้มของกู้ฮองเฮาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที สั้นเสียจนแทบไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นยกเว้นเสิ่นจื่อเวย
มาแล้ว!
“อ๋องหก หลี่เฉิงอวิ๋น”
เพียงพระนามนี้ถูกเอ่ยขึ้น บรรยากาศภายในอุทยานก็เปลี่ยนไปทันที บรรดาคุณหนูที่เมื่อครู่ยังซุบซิบกันต่างเงียบกริบ
เทพสังหารแห่งต้าหลี่!
ผู้ใดในเมืองหลวงจะไม่รู้จักพระนามนี้
หลี่เฉิงอวิ๋นมีพระชนมายุเพียงยี่สิบสองปี แต่กลับผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน ในมือกุมกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดสายหนึ่งของต้าหลี่
เขาเป็นพระอนุชาร่วมพระมารดาของฮ่องเต้ เป็นคนที่หลี่เฉิงหรงทรงไว้วางพระทัยที่สุด และเป็นดาบที่คมกริบที่สุดในพระหัตถ์ของโอรสสวรรค์
บรรดาองค์ชายในเมืองหลวงเห็นพระปิตุลาผู้นี้ยังต้องเกรงใจสามส่วนแม้แต่องค์รัชทายาทก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“เฉิงอวิ๋นปีนี้อายุยี่สิบสอง ยังไม่มีพระชายาเอก”
หลี่เฉิงหรงทอดพระเนตรเสิ่นจื่อเวย
“เจิ้นเห็นว่าเจ้าเป็นบุตรสาวแม่ทัพใหญ่เสิ่น รูปโฉม กิริยา และชาติกำเนิดล้วนเหมาะสมกับเขา”
พระองค์หยุดเล็กน้อย ก่อนตรัสด้วยพระสุรเสียงที่ไม่เปิดช่องให้ผู้ใดโต้แย้ง
“เช่นนั้นเจิ้นจะพระราชทานสมรสให้เสิ่นจื่อเวยเป็นพระชายาเอกของอ๋องหก”
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นรอบด้าน
แม้แต่กู้ฮองเฮาก็ทรงนิ่งไปชั่วขณะ
ผู้คนภายนอกอาจมองว่านี่เป็นเพียงการที่ฮ่องเต้ทรงเห็นพระทัยบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ซึ่งเพิ่งถูกถอนหมั้น จึงพระราชทานคู่ครองที่สูงศักดิ์กว่าให้เพื่อรักษาหน้านาง
แต่ผู้ที่เข้าใจสถานการณ์ในราชสำนักต่างรู้ดีว่า... นี่ไม่ใช่เพียงการพระราชทานสมรส!
อ๋องหกมีกองทัพอยู่ในมือ
แม่ทัพใหญ่เสิ่นก็มีกองทัพอยู่ในมือ
หากสองฝ่ายเกี่ยวดองกัน... ความหมายของเรื่องนี้ย่อมไม่ธรรมดา
กู้ฮองเฮาทรงกำผ้าเช็ดพระหัตถ์แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนคลายออกอย่างรวดเร็ว
“ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งนักเพคะ”
เสิ่นจื่อเวยกลับรู้สึกชาหนึบที่ศีรษะ
อ๋องหก!
หลี่เฉิงอวิ๋น!
บุรุษที่คนทั้งแคว้นเรียกว่าเทพสังหาร! และที่สำคัญ เขาคือตัวละครที่ถูกพระเอกกับนางเอกต้นฉบับลากลงไปในโคลนพร้อมกับตระกูลเสิ่น!
เสิ่นจื่อเวยจำตอนจบของเขาได้ดี หลังจากนางปฏิเสธการแต่งงานครั้งแล้วครั้งเล่า ความสัมพันธ์ระหว่างอ๋องหกกับตระกูลเสิ่นก็เลวร้ายลง
หลินซีอินกับซ่งเจียหมิงคอยเติมเชื้อไฟอยู่เบื้องหลัง
หลักฐานจริงบ้างเท็จบ้างถูกโยนเข้ามาไม่ขาดสาย
ตระกูลเสิ่นเริ่มสงสัยว่าหลี่เฉิงอวิ๋นต้องการช่วงชิงอำนาจทหาร
ส่วนฝ่ายอ๋องหกก็ถูกทำให้เชื่อว่าตระกูลเสิ่นมีใจเอนเอียงไปทางองค์รัชทายาทและจงใจทำให้เขาเสียหน้า
จากพันธมิตรที่ฮ่องเต้ตั้งใจสร้างขึ้น... กลับกลายเป็นศัตรูที่พร้อมจะชักดาบใส่กัน และหมากตัวแรกที่ทำให้ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น ก็คือเสิ่นจื่อเวย
ไม่ได้!
นางจะไม่เดินซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด!
หากวันนี้นางปฏิเสธพระราชโองการ ก็เท่ากับนางเป็นผู้ตัดสายสัมพันธ์ที่ฮ่องเต้ต้องการสร้างด้วยมือตนเอง ไม่เพียงทำให้อ๋องหกเสียหน้า แต่ยังเท่ากับตบพระพักตร์ฮ่องเต้ต่อหน้าผู้คนมากมาย ต่อให้นางไม่อยากแต่งเพียงใด วันนี้ก็ต้องตอบรับไว้ก่อน
เสิ่นจื่อเวยคุกเข่าลงทันที
“หม่อมฉันเสิ่นจื่อเวย รับพระราชโองการเพคะ”
เสียงของนางดังฟังชัด
“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงพระเมตตา”
ทั่วทั้งอุทยานเงียบลงอีกครั้ง หลี่เฉิงหรงทอดพระเนตรนางด้วยความประหลาดพระทัยอยู่เล็กน้อย
“เจ้ายินยอมหรือ”
“เพคะ”
เสิ่นจื่อเวยตอบโดยไม่ลังเล
“ฝ่าบาททรงพระเมตตาหม่อมฉันถึงเพียงนี้ หม่อมฉันซาบซึ้งยังไม่ทัน จะกล้าขัดพระประสงค์ได้อย่างไรเพคะ”
นางก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม
“อีกทั้งท่านอ๋องหกสร้างคุณูปการให้แผ่นดินมานับครั้งไม่ถ้วน หม่อมฉันเคยได้ยินชื่อเสียงของท่านอ๋องมานาน หากได้รับพระราชทานสมรสให้เป็นพระชายาของพระองค์ นับเป็นวาสนาของหม่อมฉันเพคะ”
คราวนี้ไม่เพียงหลี่เฉิงหรงที่แปลกพระทัย กู้ฮองเฮา ซ่งเจียหมิง และหลินซีอินต่างก็มองนางอย่างไม่อยากเชื่อ
โดยเฉพาะหลินซีอิน นางรู้จักเสิ่นจื่อเวยมาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายยึดติดกับซ่งเจียหมิงมากเพียงใด เหตุใดวันนี้จึงยอมรับการแต่งงานกับชายอื่นง่ายดายถึงเพียงนี้
