บท
ตั้งค่า

ตอนที่2

ความเงียบในห้องเช่าที่เพิ่งถูกไล่ออกยังติดอยู่ในหัวไม่หาย แต่ความจริงตรงหน้ากลับหนักกว่าอนาคตของเด็กในอ้อมแขน

เขานั่งนิ่งอยู่ปลายเตียง มองสมุดบัญชีเงินฝากที่เปิดค้างอยู่บนหน้ากระดาษ ตัวเลขไม่มาก…แต่เป็น “ทั้งหมด” ที่เขาตั้งใจจะเก็บไว้ให้ลูกสาวในวันข้างหน้า

นิ้วเขาลูบสันสมุดเบาๆเหมือนกำลังขอโทษ

“ปะป๊าขอยืมไปใช้ก่อนนะคะเอวา…”

เขาพูดกับลูกน้อยทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ภาษาอะไรเลย แต่ในอกเขากลับเหมือนมีอะไรบีบแน่น ความรู้สึกผิดที่ต้องแตะเงินก้อนสุดท้ายของลูก…เพื่อให้รอดวันนี้

สุดท้าย เขาก็ตัดสินใจถอนเงินออกมา ใช้มันแลกกับ “หลังคา” ที่พอจะเริ่มต้นใหม่ได้ แม้จะไม่ใช่ที่ที่ดีนักก็ตาม

ไม่นาน เขาก็ได้บ้านเช่าหลังเล็กๆสภาพเก่า ผนังซีด รอยชื้นตามมุม บานหน้าต่างฝืดเหมือนไม่มีใครเปิดมานาน แต่สำหรับเขา…มันคือโอกาสอีกครั้ง

หญิงเจ้าของบ้านยืนกอดอกมองเขาอย่างพิจารณา ก่อนพูดเสียงเรียบ

“ตามสบายเลยนะพ่อหนุ่ม”

“ป้าครับ…”

เธอเลิกคิ้วเหมือนบอกให้พูดมา

“ว่าไง มีอะไรจะถามก็ถามตอนนี้เลยนะ”

เขากลืนก้อนแข็งในคอ ก่อนตัดสินใจถามตรงๆ

“ป้าพอมีงานแนะนำให้ผมไหมครับ…ตอนนี้ผมตกงาน แล้วเงินที่ผมเก็บออมมาทั้งชีวิตก็ใกล้จะหมดแล้ว”

หญิงสูงวัยกวาดตามองเด็กในอ้อมแขน ก่อนถอนหายใจ

“มีลูกติดแบบนี้…จะทำงานได้เหรอ”

เขารีบตอบทันที เหมือนกลัวคำว่า ‘ไม่ได้’ จะปิดประตูทุกบาน

“ได้สิครับ ถ้าเขาอนุญาต”

“แล้วทำอะไรเป็นบ้าง…ทำงานบ้านเป็นไหม”

“เป็นครับ”

“อย่างเช่น?”

เขารีบไล่เรียงด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ทำความสะอาด ล้างจาน ซักผ้า ทำกับข้าว รีดผ้า…ประมาณนี้ครับ”

หญิงสูงวัยพยักหน้าเหมือนตัดสินใจบางอย่าง

“งั้นทุกๆวันอาทิตย์ ป้าจะมารับนะ”

หัวใจเขาเหมือนมีแสงเล็กๆวาบขึ้น

“ครับป้า…ขอบคุณมากครับ”

“ถ้ามีงานที่อื่นอีก ป้าจะบอก”

“ครับป้า”

เธอกำลังจะเดินออกไป แต่หันกลับมาทิ้งท้าย

“ป้าขอตัวก่อนนะ ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอก บ้านนี้ไม่มีคนอยู่นานแล้ว มันจะโทรมๆหน่อย”

เขามองไปรอบบ้านเก่าๆแล้วพยักหน้ารับ แม้ในใจจะรู้ว่ามันไม่ได้ “หน่อย” เลย

“ไม่เป็นไรครับป้า…ผมอยู่ได้”

ระหว่างที่ลูกสาวหลับ เขารีบลงมือทำความสะอาด เก็บฝุ่นที่จับหนา เช็ดคราบตามพื้น ลากถังน้ำไปทั่วบ้าน เหงื่อชื้นเต็มแผ่นหลังแต่เขาไม่หยุด เพราะทุกนาทีที่บ้านน่าอยู่ขึ้น…ลูกก็จะปลอดภัยขึ้น

“อุแว๊ๆๆ!”

จังหวะที่เขากำลังจะเอาขยะออกไปทิ้ง เสียงร้องดังลั่นห้องจนเขาสะดุ้ง รีบวางถุงขยะแล้ววิ่งกลับเข้าไป

“โอ๋ๆ…ไม่ร้องนะคะคนเก่ง”

เขาอุ้มลูกสาวขึ้นมา เดินไปมาโยกเบาๆจนเสียงร้องค่อยๆแผ่วลง เหลือเพียงสะอื้นสั้นๆเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง

“ตายจริง…”

เขาหันไปเห็นกระป๋องนมผงที่เหลือเพียงน้อยนิด ใจกระตุกทันที ความกังวลพุ่งขึ้นเหมือนคลื่น

โทรศัพท์สั่น

“Rrr…”

เขารีบรับสายเหมือนคว้าเส้นเชือกเส้นสุดท้าย

“ว่าไงพ่อหนุ่ม”

“ป้าครับ…” เขาลังเลนิดเดียวก่อนพูดออกไป “ป้าพอมีเงินให้ผมยืมไหมครับ”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนอีกฝ่ายกำลังชั่งใจ

“ถ้าป้าให้ยืม แล้วพ่อหนุ่มจะเอาเงินที่ไหนคืนให้ป้าล่ะ”

เขารีบพูดเร็วๆด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทั้งที่ใจสั่น

“ผมยืมไม่เยอะครับป้า ขอแค่พอค่านมผงก็พอ ส่วนเรื่องคืน…ผมคืนแน่นอนครับ ป้าไม่ต้องห่วง”

“อ่ะๆ ก็ได้…ถือว่าเห็นแก่เด็ก”

เหมือนเขาได้ลมหายใจกลับมาอีกครั้ง

“ขอบคุณมากๆนะครับป้า…ขอบคุณจริงๆ”

เขาก้มหน้าลงทั้งที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น ความซาบซึ้งจุกแน่นจนพูดอะไรไม่ออกไปมากกว่านั้น

6 ปีต่อมา…

แสงไฟสตูดิโอสว่างจนแสบตา เสียงเพลงเปิดรายการดังสะท้อนทั่วฮอลล์ เขายืนหลังฉากในชุดสูทเรียบหรู มือที่เคยสั่นตอนชงนมให้ลูก…วันนี้สั่นเพราะความตื่นเต้นอีกแบบ

พิธีกรประกาศเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ

“แขกรับเชิญพิเศษของเราในวันนี้…พบกับคุณโอม พระเอกหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงแซงโค้ง!”

“กรี๊ดดดด!”

เสียงแฟนคลับระเบิดขึ้นทันที เขาก้าวออกไปยืนกลางเวที รอยยิ้มสุภาพถูกฝึกมาอย่างดี แต่ในอกลึกๆ เขายังเป็นผู้ชายคนเดิม—คนที่เคยวิ่งอุ้มลูกขึ้นบันไดด้วยหัวใจสั่นๆ

“เชิญนั่งครับ”

“ขอบคุณครับ”

“คุณโอมรู้สึกยังไงบ้างครับ กับการมาออกรายการสัมภาษณ์สดครั้งแรก”

“ยังตื่นเต้นครับ แล้วก็ขอบคุณพี่ๆน้องๆแฟนคลับทุกคนที่มาเป็นกำลังใจให้ผมวันนี้ครับ”

พิธีกรยิ้ม ก่อนเปลี่ยนประเด็นไปเรื่องงาน

“พูดถึงผลงาน…ผมได้ยินมาว่าคุณโอมกำลังจะมีละครเรื่องใหม่ ประกบคู่กับนางเอกเบอร์ต้นๆของช่อง ใช่ไหมครับ”

เขายิ้มบางๆ แต่สายตาจริงจังขึ้น

“อันนี้ผมขอเคลียร์ก่อนนะครับ ว่าผมยังไม่ได้ตอบตกลงกับทางผู้ใหญ่”

“แล้วคิดยังไงบ้างครับ กับละครเรื่องใหม่ที่ทางผู้ใหญ่กำลังจะป้อนให้”

“ดีมากๆครับ และผมก็ขอบคุณผู้ใหญ่ที่เอ็นดูผมมาโดยตลอด” เขาหยุดนิดหนึ่งเหมือนเลือกคำ “แต่ที่ผมกลับมาคิดทบทวน เพราะละครเรื่องนี้ต้องไปถ่ายทำที่เมืองนอก…แล้วผมไม่อยากห่างลูกสาวครับ”

เสียงฮือฮาเบาๆดังขึ้นรอบฮอลล์

“แล้วไม่เสียดายเหรอครับ ถ้าไม่ได้เล่นเรื่องนี้”

“ก็คิดหนักเหมือนกันครับตอนนี้”

พิธีกรพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนพาเข้าคำถามประวัติชีวิต

“คุณโอมอยากจะพูดอะไรเกี่ยวกับตัวเองไหมครับ เผื่อบางคนยังไม่รู้”

เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนเล่าออกไปช้าๆเหมือนยอมเปิดแผลเก่าให้คนทั้งประเทศเห็น

เขาปิดท้ายด้วยรอยยิ้มเจือความจริงใจ

“ผมขอบคุณแฟนคลับทุกคนนะครับที่คอยสนับสนุนผลงานผมมาโดยตลอด ผมจะพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆครับ”

“แค่นี้เหรอครับ” พิธีกรแซว

“ครับ” เขาหัวเราะเบาๆ “ขอบคุณครับ”

เสียงปรบมือดังยาว บทสัมภาษณ์ในวันนั้นทำให้ชื่อของเขายิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อไฟหน้ากล้องดับลง เขายังยิ้มค้างตามมารยาท ก่อนลุกขึ้นไหว้ทีมงานและเดินลงจากเวที เสียงกรี๊ดจากแฟนคลับยังดังตามหลังเหมือนคลื่นที่ไม่ยอมสงบ

แต่ทันทีที่พ้นมุมกล้อง…รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆจางลงเอง

“คุณโอมครับ ทางนี้ครับ” ทีมงานโบกเรียกพาไปหลังฉาก “เดี๋ยวมีสัมภาษณ์สั้นๆกับสื่ออีกนิดนะครับ”

เขาพยักหน้า รับน้ำดื่มจากมือผู้จัดการแล้วจิบเล็กน้อย ความคอแห้งไม่ได้มาจากการพูดในรายการอย่างเดียว แต่มาจากความคิดถึง “คนตัวเล็ก” ที่บ้าน

มือเขาล้วงโทรศัพท์ออกมาโดยอัตโนมัติ ตั้งใจจะส่งข้อความถามว่าลูกสาวกินข้าวหรือยัง

แต่หน้าจอกลับเด้งแจ้งเตือนขึ้นมาก่อน

เบอร์ที่ไม่ได้เห็นมาหลายปี…

ชื่อที่ถูกฝังไว้ใต้ความพยายามจะลืม

สายตาเขานิ่งค้างเหมือนโดนดึงวิญญาณออกไปชั่ววินาที ปลายนิ้วเย็นเฉียบ ขณะมองตัวอักษรบนหน้าจอซ้ำๆราวกับไม่อยากเชื่อ

…เธอ

หัวใจเขาเต้นแรงจนได้ยินในหูตัวเอง

“คุณโอม?” ผู้จัดการเรียก “เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าเริ่มซีดนะ”

เขากำโทรศัพท์แน่นเหมือนกลัวมันหล่นหาย แล้วฝืนยิ้มบางๆกลบเกลื่อน

“ไม่ครับ…ไม่มีอะไร”

แต่ในวินาทีเดียวกันนั้น ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาอีกบรรทัด

“ฉันอยากเจอลูก…ได้ไหม”

โลกทั้งโลกเหมือนเงียบลงกะทันหัน เหลือเพียงเสียงหัวใจของเขาที่ดังผิดจังหวะ

มือที่เคยมั่นคงเวลายืนหน้ากล้อง…สั่นอีกครั้ง

ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น

แต่เพราะความทรงจำทั้งหกปี…กำลังย้อนกลับมาไล่ล่าเขาอย่างไม่ปรานี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel