บทที่ 2 อยากเป็นสามีของข้าหรือไม่ 2/2
โรงเตี๊ยมหวัง
ทั้งหมดถูกต้อนรับเป็นอย่างดีจากหลงจู๊ ด้วยโรงเตี๊ยมหวังคือกิจการของท่านลุงไป๋มู่เหยา ทันทีที่พวกนางมาถึงก็ถูกเชิญให้ไปยังห้องพิเศษด้านใน ห้องนี้จะสงวนให้กับคนตระกูลหวังและไป๋เท่านั้น
"อาหารที่นี่อร่อยมาก คุณชายอยากทานสิ่งใดสั่งได้เลยนะเจ้าคะ"
ไป๋มู่เหยานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา โดยที่ไป๋หย่าหลินนั่งเยื้องไปทางด้านซ้าย ส่วนจื่อรั่วไปนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเล็กอีกมุมหนึ่งของห้อง ด้วยนางเป็นบ่าวมิมีสิทธิ์นั่งร่วมโต๊ะกับเจ้านายได้ ทว่าไป๋มู่เหยาใจดีจึงสั่งให้คนนำโต๊ะตัวเล็กมาให้จื่อรั่วนั่งแยกออกไป บนโต๊ะยังสั่งอาหารให้กับสาวใช้ตัวน้อยอีกด้วย
"ขอบคุณคุณหนู"
เขาสั่งอาหารสองอย่างและชาหนึ่งกาก็เพียงพอแล้ว แต่ไป๋มู่เหยาเห็นว่าน้อยเกินไปจึงสั่งอาหารเพิ่มอีกสามอย่างและขนมสองอย่าง
"เราคุยกันตั้งนานแต่ยังไม่รู้จักชื่อกันเลย ข้าแซ่ไป๋นามว่ามู่เหยาเจ้าค่ะ คุณชายเรียกข้าว่ามู่เหยาก็ได้"
ไป๋หย่าหลินและจื่อรั่วตาโต ดูท่าพี่สาวของนางจะจริงจังกับคุณชายผู้นี้เสียแล้ว เพราะมีน้อยนักที่พี่สาวของนางจะอนุญาตให้ผู้อื่นเอ่ยเรียกชื่อได้
"ที่แท้คุณหนูก็คือคุณหนูใหญ่ไป๋นั่นเอง ตัวข้ามีนามว่าโม่เซวียนมาจากเมืองหลวง"
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างใจดี เมื่อสตรีตรงหน้าเป็นมิตรต่อเขาถึงเพียงนี้ และเขายังต้องอยู่ที่เมืองฉางชิงอีกหลายเดือน อย่างไรการผูกมิตรกับสกุลไป๋ก็ย่อมดีกว่าการเป็นศัตรู
"ส่วนข้ามีนามว่าไป๋หย่าหลินเจ้าค่ะ หากไม่ได้คุณชายโม่ช่วยเอาไว้ข้าคงต้องโดนท่านพ่อและท่านแม่ดุเป็นแน่เลยเจ้าค่ะ"
โม่เซวียนยิ้มบางให้กับเด็กสาวตรงหน้า "เรื่องเพียงเล็กน้อยคุณหนูรองไม่ต้องคิดมากไปหรอก"
ไป๋มู่เหยาชะงักไปครู่ ดูเหมือนว่าบุรุษตรงหน้าจะรู้ฐานะของนางและน้องสาวเป็นอย่างดี ทั้งที่เขาเพิ่งจะมาถึงเมืองฉางชิงมิใช่หรือ นี่แสดงว่าการมาที่เมืองฉางชิงของเขาจะต้องมีอะไรแอบแฝงเป็นแน่ แต่ช่างเถิด... ขอเพียงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสกุลไป๋ นางก็จะปิดตาข้างหนึ่งเสีย
"ดูเหมือนว่าคุณชายโม่จะมาทำธุระที่เมืองฉางชิงสินะเจ้าคะ ท่านมาไกลถึงเพียงนี้ทางบ้านไม่ว่าอะไรหรือเจ้าคะ"
โม่เซวียนนึกยิ้มในใจ สตรีผู้นี้กำลังหยั่งเชิงเขาสินะ "ทางบ้านของข้าไม่ว่าอะไรหรอก พวกเขาส่งเสริมข้าเสียด้วยซ้ำ หากข้าค้าผ้าหมดก็ทำกำไรได้มากโขเลย"
ไป๋มู่เหยายกยิ้ม เขาไม่ยอมตอบง่าย ๆ เสียด้วย เช่นนั้นก็คงต้องถามอย่างตรงไปตรงมาเสียแล้ว
"แม้แต่ฮูหยินและลูก ๆ ของคุณชายก็ไม่ว่าอะไรหรือเจ้าคะ"
"ข้ายังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีทั้งฮูหยินและบุตร"
ไป๋มู่เหยายกยิ้ม ยังเป็นชายโสดอยู่สินะ เช่นนั้นก็ดี!
"เพราะเช่นนี้คุณชายโม่เลยยังไม่มีห่วงอะไรสินะเจ้าคะ"
"ใช่แล้ว" เขาเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบางเบา
จากนั้นไป๋มู่เหยาก็ไม่ได้ถามอะไรเขาอีกเลย นางคีบอาหารใส่ปากของตนเอง ขณะที่ลอบมองใบหน้าดั่งหยกสลักของเขาด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ไป๋หย่าหลินแม้อายุยังน้อยแต่ก็มองออกว่าพี่สาวของตนกำลังชมชอบคุณชายโม่เซวียนผู้นี้นัก ทั้งสายตาของพี่สาวราวกับราชสีห์ที่จ้องจะงับเหยื่ออย่างนั้นแหละ เห็นแล้วรู้สึกขนลุกนัก!
หลังจากทานอาหารจนอิ่มแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันไป โดยมิได้มีการสานสัมพันธ์ใดอีก ทว่าทันทีที่ไป๋มู่เหยากลับมาถึงจวนก็สั่งให้จื่อรั่วไปจัดการเรื่องสำคัญโดยด่วน
"ส่งคนไปสืบเรื่องของคุณชายโม่ผู้นั้นโดยละเอียด เขามาที่นี่กับใครบ้าง พักอยู่ที่ไหน ชอบทานสิ่งใด มีนิสัยอย่างไร ข้าต้องการรู้ทุกเรื่องของเขาภายในสองชั่วยาม"
"คะ คุณหนูเจ้าคะ นะ นี่คงจะไม่ดีกระมังเจ้าคะ เป็นสตรีลอบสืบเรื่องบุรุษไม่สมควรอย่างยิ่งเลยนะเจ้าคะ"
ไป๋มู่เหยาหยิบทองขึ้นมาหนึ่งแท่ง "มีอะไรไม่เหมาะสมกัน ก็ในเมื่อเขาจะมาเป็นสามีของข้า ข้าก็ควรรู้เรื่องของเขามิใช่หรือไร"
"อะไรนะเจ้าคะ" จื่อรั่วแทบจะล้มทั้งยืน
"เจ้าฟังไม่ผิดหรอก ข้าอยากได้เขามาเป็นสามีของข้า หลังจากข้ากวาดสายตาทั่วเมืองฉางชิงแล้วหามีผู้ใดเหมาะสมกับข้าเท่าเขาไม่"
"ตะ แต่คุณชายโม่เป็นคนจากเมืองหลวงนะเจ้าคะ บางทีอาจจะเป็นบุรุษมักมากในกาม หรือว่าติดการพนัน ติดสุรา ชอบใช้ความรุนแรงก็เป็นได้นะเจ้าคะ คุณหนูเพิ่งจะพบหน้าเขาวันนี้เอง การตัดสินใจเช่นนี้ไม่เร็วเกินไปหรือเจ้าคะ"
ไป๋มู่เหยายิ้มหวานให้กับจื่อรั่ว นางรู้ดีว่าสาวใช้ตัวน้อยผู้นี้กำลังเป็นห่วงนางอยู่
"ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงข้า ทว่าข้าไม่มีเวลาให้คิดมากขนาดนั้นหรอกนะจื่อรั่ว เพราะอีกหกเดือนข้าก็จะอายุ 19 แล้ว หากยังไม่แต่งงานท่านพ่อและท่านแม่ก็คงจะเป็นกังวลมาก และเมื่อถึงตอนนั้นข้าคงต้องจำใจแต่งงานกับคนที่ไม่ชอบเป็นแน่ อย่างน้อยคุณชายโม่เซวียนผู้นั้นก็มีใบหน้าหล่อเหลานัก อย่างไรข้าก็ไม่ขาดทุนนักหรอก แต่งงานกับคนหน้าตาดีต่อให้ต้องทุกข์ใจ อย่างไรก็ดีกว่าทุกข์ใจกับคนหน้าตาขี้เหร่นะ"
"บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" จื่อรั่วยิ้มรับด้วยใบหน้าใสซื่อ
เมื่อคิดตามคุณหนูแล้วนางก็ว่าเป็นจริงดังนั้น หากนางต้องถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกับคนนิสัยไม่ดีสองคน คนหนึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาแต่อีกคนหน้าตาดูไม่ได้ หากเป็นนางก็ขอเลือกคนที่หน้าตาหล่อเหลาดีกว่า อย่างไรนี่ก็ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของเขาอย่างไรเล่า
