ด้ายแดงวาสนานี้ข้าเป็นคนผูกเอง

51.0K · จบแล้ว
กะปอมพ่นไฟ
34
บท
659
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

'ไป๋มู่เหยา' คุณหนูใหญ่สกุลไป๋ถึงวัยจะต้องออกเรือน ทว่าบุรุษที่มาสู่ขอล้วนหาดีไม่ได้สักคนเดียว สตรีเช่นนางจึงขอเลือกเฟ้นสามีด้วยตนเอง "คุณชายท่านนี้ ท่านสนใจอยากจะเป็นสามีของข้าหรือไม่"

นิยายจีนโบราณเกิดใหม่รักแรกพบจีนโบราณโรแมนติกนิยายย้อนยุคคนธรรมดา18+คนในใจแฮปปี้เอนดิ้ง

บทนำ

บทนำ

เรือนรับรอง

ภายในห้องด้านในสุดของเรือนรับรองของจวนเจ้าเมือง สตรีผู้มีใบหน้าอันงามล้ำกลับมีเนื้อตัวแดงก่ำด้วยต้องพิษราคะจากคนเลว ลมหายใจหอบถี่ด้วยความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในกายจนมิอาจถอดถอนได้ อาภรณ์งามที่สวมใส่ถูกฝ่ามือหนาของบุรุษตรงหน้าดึงทึ้งจนหลุดลุ่ย เผยให้เห็นผิวกายอันขาวเนียนละเอียดราวกับน้ำนม

"ปะ ปล่อยข้า! อย่ามาแตะต้องตัวข้า อ่า..."

"ฮ่าฮ่าฮ่า ผิวของเจ้าช่างนุ่มลื่นยิ่งนัก ข้าคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ใช้ยานี้กับเจ้า หากให้ข้าต้องรอนานถึงครึ่งปี มิสู้ข้าตีตราจองเจ้าก่อนเลยดีหรือไม่"

บุรุษหนุ่มกระหยิ่มยิ้มเมื่อเห็นสตรีที่เขาพึงใจดิ้นพล่านอยู่บนเตียง เขากระชากอาภรณ์ของตนทิ้งข้างเตียงอย่างไม่ไยดี ไม่แม้แต่จะสนใจว่าผ้าไหมเนื้อดีที่ได้จากของกำนัลจะฉีกขาดหรือเสียหาย เพราะเวลานี้ร่างกายของเขามันร้อนรุ่มด้วยปรารถนาสตรีตรงหน้านี้มากเหลือเกิน ยิ่งได้ยินเสียงครางหวานกึ่งกลางกายพลันตั้งตระหง่านทันที เขาโน้มตัวลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวอันหอมกรุ่นอย่างไม่รอช้า

"อะ ออกไปนะ ฮึก ๆ"

สตรีผู้ตกอยู่ในห้องราคะดีดดิ้นด้วยความไม่ยินยอม นางรังเกียจกลิ่นกายและสัมผัสจากบุรุษผู้นี้มากเหลือเกิน ก่อนที่นางจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายโน้มหน้ากัดไปที่ใบหูของเขาเต็มแรง กลิ่นคาวของเลือดพลันคละคลุ้งในโพรงปากเล็กทันที

"โอ๊ย! กล้ากัดข้าหรือนังแพศยา"

เพียะ!!

ฝ่ามือหนาพลันตบเข้าที่แก้มนวลเสียงดังลั่นด้วยความโกรธ เขาผละร่างออกมาเล็กน้อยพร้อมกับจับใบหูที่เกือบขาดด้วยความตกใจ

"ฮึ ๆ สะ สมควรแล้วเจ้าชาติชั่ว!!"

นางด่าหยาบชายตรงหน้าอย่าวงไม่ไว้หน้า ต่อให้เขาจะมีบิดาผู้ยิ่งใหญ่ในเมืองฉางชิงหนุนหลัง ทว่าตอนนี้นางก็หาได้เกรงกลัวไม่ ปิ่นปักผมถูกดึงจากบนมวยผม นางชี้ไปยังชายผู้นั้นอย่างไม่หวาดหวั่น เลือดในกายร้อนฉ่าด้วยพิษกำหนัดและความโกรธ

"เหอะ! คิดว่าปิ่นแค่นี้จะทำอันใดข้าได้หรือไร ช่างไร้เดียงสานัก หากเจ้ายอมคลานเข่ามาขอโทษข้าเสียแต่โดยดี ข้าสัญญาว่าจะยังแต่งเจ้าเข้าจวนเป็นภรรยาเอกอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่! สกุลไป๋ของเจ้าก็เตรียมล่มจมได้เลย"

ชายผู้นั้นเดินไปนั่งตรงเก้าอี้อย่างถือดี เขาหยิบผ้าขึ้นมาซับเลือดตรงใบหูอย่างไม่รีบร้อนนัก ด้วยเขามีเวลาทั้งคืนที่จะเล่นสนุกกับนาง ยิ่งนางพยศเขายิ่งชอบใจเหลือเกิน

"ฮึ! เจ้าคิดง่ายไปแล้วเจ้าเดรัจฉาน ข้ารู้ดีว่าแรงสตรีมิอาจทำร้ายเจ้าได้ แต่ข้าก็มีแรงมากพอที่จะปลิดชีพตนเองเพื่อหลีกหนีความอัปยศในวันนี้"

"เจ้าจะทำอะไร!"

ชายผู้นั้นลุกขึ้นพรวดด้วยความตกใจ เขารีบตรงเข้ามาหานางด้วยความกลัวและเสียดาย ทว่าเพียงแค่เขาถลาเข้ามาปิ่นในมือของนางก็ตรงเข้าปักดวงตาข้างขวาของเขาอย่างแม่นยำ เรือนร่างบอบบางที่ดูไร้เรี่ยวแรงกลับผุดลุกขึ้นยืน นางเินไปตรงหน้าของชายผู้ก้มลงไปกุมดวงตาของตนด้วยความเจ็บปวด ท่าทางของนางเวลานี้ราวกับราชสีห์ที่กำลังเล่นกับเหยื่อเสียอย่างนั้น

"ฮึ ๆ คิดว่าตนเองสามารถทำร้ายผู้อื่นได้เพียงฝ่ายเดียวหรือ ข้าเองก็สามารถทำร้ายคนชั่วช้าเลวทรามต่ำช้าเช่นเจ้าได้เหมือนกัน"

แววตาของนางแข็งกร้าวด้วยความโกรธ ฝ่าเท้าเล็กถีบไปยังใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเลือดอย่างแรงจนร่างของเขากระเด็นไปติดกับผนังห้อง

"โอ๊ย ๆๆๆ เจ้ามันบ้าไปแล้ว หากทำร้ายข้า ท่านพ่อของข้าต้องไม่ปล่อยเจ้าและสกุลไป๋ไปอย่างแน่นอน คิดลองดีกับจวนเจ้าเมืองอย่างนั้นหรือ"

แม้เขาจะเจ็บจนแทบลุกไม่ขึ้นแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะข่มขู่นาง ด้วยหวังว่านางจะยอมหยุดเพียงแค่นี้แล้วปล่อยเขาไป เมื่อเขารอดไปได้ค่อยคิดบัญชีกับนางย้อนหลังก็ยังไม่สาย อย่างไรนางก็ยังต้องอยู่ที่เมืองฉางชิงไปจนตาย

"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าทำกับเจ้าถึงเพียงนี้ยังคิดว่าข้าจะหวาดกลัวบิดาผู้คดโกงของเจ้าอยู่อีกหรือ เจ้ามันก็แค่เศษสวะไร้ค่าเท่านั้น คนอย่างเจ้ามิสมควรเป็นสามีหรือบิดาใครทั้งนั้น เพราะเจ้าน่ะมันเลวจนเกินจะเยียวยาแล้ว"

จบคำนางก็ปักปิ่นที่เปื้อนเลือดไปยังหว่างขาของเขาทันที ปลายปิ่นปักฉึกไปยังท่อนเนื้อที่อ่อนยวบอย่างรุนแรง

"อ๊ากกกกก!!"

เลือดสีแดงสดพลันไหลออกจากบาดแผลราวกับน้ำไหล นางมิเพียงปักลงไปแค่ครั้งแรก แต่ยังดึงปิ่นออกมาแล้วปักซ้ำลงไปอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งจนพอใจ นางถึงได้หยุดเพียงเท่านี้

บุรุษผู้นั้นสลบเหมือดตั้งแต่นางปักปิ่นลงไปบนแท่งหยกของเขาครั้งแรกแล้ว ร่างสูงนอนจมอยู่บนกองเลือดอย่างน่าสยดสยอง หากผู้ใดมาพบเข้าคงตกใจจนแทบสิ้นสติเป็นแน่

"ฮึ! อ่อนหัดนัก ไร้น้ำยาเพียงนี้แล้วยังคิดอยากจะเป็นสามีของข้าอีก แค่คนเช็ดรองเท้าเจ้ายังไม่คู่ควรเลย"

นางโยนปิ่นลงไปบนตัวของเขาอย่างไม่ไยดี ก่อนจะพาร่างอันไร้เรี่ยวแรงของตนออกไปจากห้องแห่งนี้ ยาลูกกลอนที่นางกินเข้าไปสามารถต้านพิษกำหนัดได้เพียงแค่หนึ่งเค่อเท่านั้น นางจะต้องรีบไปหาท่านพ่อท่านแม่หรือจื่อรั่ว ทว่าสติของนางกลับเริ่มเลือนรางขึ้นมาอีกแล้ว ร่างกายร้อนรุ่มราวกับตกอยู่บนกองเพลิง กายสาวพลันร้อนผ่าวยิ่งนัก โดยเฉพาะตรงส่วนนั้นที่ฉ่ำเยิ้มจนนางรับรู้ได้ถึงความเปียกแฉะ...

"อ๊า... จะไม่ไหวแล้ว อื้อ..."

นางหยุดเดินแล้วยืนพิงตรงเสาด้วยความทรมาน และก่อนที่นางจะทานทนพิษราคะไม่ไหวอยู่แล้ว กลับมีเงาร่างที่คุ้นเคยเดินตรงมาหานางด้วยท่าทางรีบร้อน ด้านหลังของเขายังมีสาวใช้ตัวน้อยและคนของเขาติดตามมาไม่ห่าง นางผุดยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจและดีใจ ร่างบอบบางพลันพุ่งเข้าไปกอดเขาทันที

"ท่านมาได้เสียที... ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด อ่า... ข้าไม่ไหวแล้ว!!"