บท
ตั้งค่า

ตอนที่9 l ยกเค้า

เมื่อฉันเปิดประตูห้องตัวเอง ก็แทบจะล้มทั้งยืน อุปกรณ์ทำมาหากินที่เคยวางเกะกะตรงโถงทางเดินกลับไม่เหลือสักชิ้น สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในหัว คือของมีค่า...

ฉันไม่รอช้าปรี่ไปยังห้องนอน ตรงดิ่งไปยังตู้เสื้อผ้า ซึ่งเป็นที่ใช้ซ่อนตู้เซฟใบเล็กไว้เป็นความลับ แต่แล้วภาพที่ปรากฏตรงหน้าเหมือนถูกสาดน้ำเย็นใส่กลางใจ ตู้เซฟเปิดอ้าอยู่ ของมีค่าทั้งทองคำ เงินสด และข้าวของที่เก็บไว้ด้วยความภาคภูมิใจมาหลายปี หายไปหมดเกลี้ยง ที่ยังเหลืออยู่มีเพียงสมุดบัญชีของบริษัทวางทิ้งโดดเดี่ยวอยู่ด้านใน กระเป๋าแบรนด์เนมที่วางไว้ในตู้กระจกใกล้กันก็หายไปด้วย ฉันเหมือนตกลงไปในเหวลึก ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น อนาคตที่วางแผนไว้จะทำนู่นทำนี่ให้ตัวเองกับครอบครัวกลับพังทลายในพริบตา หมดกัน...ไม่เหลืออะไรแล้ว

ขณะที่หยาดน้ำสีใสรื้นในดวงตาคู่สวยจวนเจียนจะไหลรินออกมา ฉันก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ ไม่รีรอ...คว้าสมุดบัญชีที่เหลืออยู่ รีบขับรถไปห้างฯ ที่ใกล้ที่สุด

ฉันเลือกให้พนักงานปรับหน้าเคาน์เตอร์แทนการอัปเดตสมุดหน้าตู้ ภาพที่เห็นในกระดาษกลับเป็นหน้าเปล่า เงินสดที่เคยให้กัลยานำมาฝากทุกอาทิตย์กลับไม่มีเลยสักบรรทัด

ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเหมือนถูกบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก ขาอ่อนแรงจนเซถอยหลังเกือบจะล้มลงกับพื้น โชคดีที่พี่พนักงานซึ่งอยู่ใกล้ ๆ สังเกตเห็นสีหน้าซีดเผือดของฉัน รีบเข้ามาประคองอย่างรวดเร็ว และถามไถ่หลายประโยค ทว่าเสียงใด ๆ ไม่เข้าหูฉันเลย อย่างกับว่าตัวเองกลายเป็นคนหูดับไปแล้ว ความรู้สึกมันช่างหนักอึ้งและว่างเปล่า สายตาเหม่อลอย คล้ายวิญญาณหลุดลอยไปไกล

ฉันอยากให้มันเป็นเพียงความฝัน...พอตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น

ซึ่งมันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหัวใจที่เต้นหน่วงอยู่ในขณะนี้มันตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง ฉันถูกยกเค้า ถูกโกงถูกขโมย ล้วนเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันทั้งสิ้น ไม่เคยนึกเลยว่าชีวิตจะต้องมาเจออะไรแบบนี้

วินาทีนั้นรินดาโทรมาได้จังหวะพอดี เสียงเรียกเข้าทำให้ฉันได้สติ รีบปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนจะกดรับสาย

“มึง อีกัลยาขโมยเงินกู”

[เชี่ย!! อีเลวอีสันดานชั่ว ทำเพื่อนกู กูไม่เอาไว้แน่]

“มึงสืบได้ยังว่าถ่ายจากห้างฯ ไหน”

[ได้แล้ว ที่ห้างxx]

“เออ กูจะไปจัดการมัน”

[กูไปด้วย เจอกันที่ห้างฯ นะเว้ย]

นัดแนะกันเสร็จ ฉันก็ขับรถไปยังห้างฯ ที่ว่าด้วยความโกรธ ระหว่างในรถก็คิดไปต่าง ๆ นานา ถ้าเจออีนั่นจะจิกหัวตบให้สักที ก่อนจะถามเรื่องเงินของตัวเอง

ทันใดนั้น!

ติ๊ง! ติ๊ง!

เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่โยนทิ้งไว้บนเบาะข้างคนขับทำให้ฉันสะดุ้ง เหลือบไปมองอย่างลังเล ใจอยากหยิบขึ้นมาดูทันที แต่กำลังบังคับพวงมาลัยจึงไม่สามารถเอื้อมไปหยิบได้ และเมื่อได้โอกาสรถติด ฉันก็โน้มตัวไปหยิบมัน

ทว่า!

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ใจเต้นแรงด้วยความประหม่า เมื่อพบว่าเสียงข้อความเมื่อครู่เป็นการแจ้งเตือนจากธนาคารเกี่ยวกับรายการถอนเงินออกจากบัญชี แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง รีบกดดูรายละเอียด มือสั่นเล็กน้อยด้วยความวิตก เพราะเงินจำนวนสามล้านบาทที่เปิดบัญชีคู่กับอิษฏ์ตั้งแต่ตอนเรียนถูกถอนออกในคราวเดียว

เมื่อรู้ว่าถูกถอนจากธนาคารไม่ได้ผ่านตู้เอทีเอ็ม ฉันก็ไม่รอช้าที่จะเปลี่ยนเส้นทางไปที่นั่นแทน แน่นอนว่าคนที่ถอนเงินต้องเป็นอิษฏ์และกัลยาก็ต้องอยู่กับเขาด้วย ฉันจะได้คิดยอดทั้งสองคนให้สาสม...

แต่แล้ว!

สิ่งที่คิดไว้กลับไม่เป็นดั่งใจ ฉันมาถึงธนาคารแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของคนทั้งสอง ความโกรธและผิดหวังพุ่งขึ้นมาจนแทบจะระเบิด ฉันประสบเรื่องร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยฝีมือของคนเหล่านั้นราวถูกมีดกรีดหัวใจเป็นชิ้น ๆ ทั้งอิษฏ์และกัลยาต่างก็เคยเป็นคนที่เชื่อใจที่สุด แต่กลับทำร้ายและหักหลังอย่างเลือดเย็น

ใจร้ายใจดำ...เงินที่อุตส่าห์หามาทั้งชีวิตกลับถูกคนอื่นขโมยไปอย่างง่ายดาย ฉันอยากร้องไห้ซะเดี๋ยวนี้ แต่ในอกกลับแค้นจนไม่มีหยาดน้ำตา

ตอนนี้ฉันจะทำอะไรได้นอกจากขับรถมายังสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับสองคนนั้น แม้รู้อยู่เต็มอกว่าตำรวจคงทำอะไรไม่ได้มากนัก

ทว่า...ฉันมาหาที่พึ่ง ต้องการความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้นั้นคือ

“โง่ยังไงให้ถูกหลอก” เสียงคนด้านข้างพูดแผ่วเบา ในขณะที่ฉันนั่งอยู่หน้าโต๊ะสอบสวนเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อความไว้ ประโยคนั้นฉันจะไม่เจ็บใจเลย หากคนพูดไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนาย เขามองมาที่ฉันด้วยสีหน้าเอือมระอา นั่นทำให้ความอดทนในใจขาดสะบั้น

“ฉันเป็นเหยื่อนะคะ คุณตำรวจไม่น่าพูดเคลมกันแบบนี้”

“ผมแค่พูดตามความคิด”

“ใช่ค่ะ ฉันโง่จริง เรื่องนั้นยอมรับ แต่ไม่ใช่หน้าที่ของคุณตำรวจต้องมาซ้ำเติม”

สถานการณ์เริ่มไม่ดี นายตำรวจอีกคนจึงพูดห้ามก่อนที่ฉันจะหยิบโทรศัพท์มาอัดคลิปแฉพฤติกรรมน่ารังเกียจของคนในเครื่องแบบ

“พอ ๆ นั่นอินฟลูฯ นะเว้ย เดี๋ยวก็ดังหรอก” นายตำรวจคนที่เข้ามาห้ามพูดกับตำรวจคนไร้มารยาท

“ก็แค่พวกไม่ดังจะกลัวอะไร”

คำดูถูกนั้นฉันได้ยินชัดเจน ใช่! ฉันไม่ใช่คนดัง เป็นเพียงเจ้าของช่องเล็ก ๆ เพราะอย่างนี้สินะมันไม่เห็นหัว ได้! สักวันจะทำให้ดูว่าฉันไปไกลขนาดไหน

หลังจากให้ข้อมูลเรียบร้อย ฉันก็เดินออกมาจากสถานีตำรวจ หยาดน้ำตาที่พยายามอดกลั้นไว้ก็เป็นอันไหลทะลักราวทำนบแตก ทิ้งตัวนั่งลงบนขั้นบันไดตรงทางเข้าโรงพัก ไม่สนใจสายตาคนแถวนั้นเลยว่าคิดยังไง

แต่อย่างน้อยในความโชคร้าย ในเรื่องเฮงซวย ฉันก็ยังมีมิตรภาพดี ๆ จากเพื่อน เพียงแค่โทรไปตาม ทั้งรินดาและบาร์บี้ก็รีบมาหาในทันที

เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ฉันเลือกไม่บอกครอบครัว เพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่คิดมาก ยอมเก็บความหนักอึ้งและแบกภาระไว้คนเดียวตามนิสัยของฉัน ได้แต่หวังว่าสักวัน...เงินที่ถูกขโมยไปจะกลับมาหาเจ้าของที่แท้จริง และขอให้เรื่องเลวร้ายจบลงแค่นี้ เพราะฉันไม่อาจรับมือกับความผิดหวังได้อีกแล้ว

ปัจจุบัน

นาฬิกาในมือฉันถูกวางไว้ที่เดิม ก่อนจะเลือกเดินกลับมาแต่งตัวเป็นชุดนอนต่อ แล้วล้มตัวนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า ไม่วายหยิบสมาร์ตโฟนมาเล่นฆ่าเวลา

ฉันลงรูปตัวเองตอนถ่ายที่ญี่ปุ่นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มชูสองนิ้วลงสตอรี่ พร้อมทั้งเขียนแคปชันว่า ‘ขออย่าให้โลกใจร้ายไปมากกว่านี้’ โพสต์ปุ๊บยอดวิว ยอดกดไลก์ก็ดีดขึ้นรัว ๆ แม้จะมีผู้ติดตามไม่เยอะเหมือนอินฟลูฯ คนอื่น แต่ฉันก็มีกลุ่มแฟนคลับเหนียวแน่นมาตั้งแต่ตอนไลฟ์สดแรก ๆ ผ่านไปหลายปีพวกเขาก็ไม่เคยทิ้งกัน แถมทุกครั้งก็จะมาคอมเมนต์ให้กำลังใจเสมอ นั่นทำให้ฉันมีกำลังใจมีพลังที่จะทำงานต่อ อยากจะไลฟ์สดซะเดี๋ยวนี้! แต่ติดที่ว่าพรุ่งนี้ต้องไปสถานีตำรวจแต่เช้า เอาวะ! คืนนี้หลับให้เต็มอิ่มก็แล้วกัน

ยังดีนะที่น้ำแข็งมีเพื่อนดี ไม่งั้นโลกจะโหดร้ายกับเธอมากเกินไป

สปอยล์

“T-rex ใครวะ?”

ฉันเก็บความสงสัยไว้ หันมาตั้งใจขับรถต่อ จนกลับมาถึงห้อง สิ่งแรกที่ทำคือหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟา แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือส่องไอจีที่ค้างคาใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel