บท
ตั้งค่า

ตอนที่3 l น่าแปลก

ฉันอุทานเสียงหลงเสียงดังลั่นเหมือนปรอทแตก เพราะจู่ ๆ ก็ถูกรวบข้อมือ ไม่พอ...ร่างบอบบางของฉันก็ถูกกระชากอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มารู้ตัวอีกทีก็ตอนสะโพกมนกระแทกบนตักใครบางคน

“ปล่อยนะ!!” ฉันดิ้นรนสุดแรงให้หลุดพ้นจากแขนกำยำที่กักขังอยู่บนเอวคอดกิ่ว แต่ไม่ว่าจะทำยังไง คนด้านหลังกลับไม่ยอมปล่อยเป็นอิสระราวกับเสือล็อกเหยื่อพร้อมขย้ำก็ไม่ปาน

จนฉันนี่แหละเป็นฝ่ายเหนื่อยเอง

“ไอ้บ้า...” พอเผลอผ่อนแรงลง คนด้านหลังก็ฉวยโอกาสโน้มใบหน้าเข้าหาท้ายทอยขาวเนียน ทันใดนั้น! ลมหายใจอุ่นร้อนก็เป่ารดบนผิวเรียบ เล่นงานฉันถึงกับขนลุกซู่ทั้งตัว

โอ๊ย...สยิวกิ้ว

จังหวะที่ฉันลดเกราะป้องกันลง มือหนาก็ไม่รอช้าที่จะเอื้อมมาลูบไล้บนขาอ่อนอย่างถือวิสาสะ เป็นการลวนลามอย่างไร้มารยาท แต่ทว่า...ความอุ่นร้อนที่สัมผัสได้จากอุ้งมือหนา ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนร่างกายถูกไฟอุ่น ๆ โอบล้อมไว้ ใจสั่นระรัวด้วยความหวั่นไหวที่ไม่อาจควบคุมได้ ลมหายใจติดขัดและแก้มร้อนผ่าว ราวกับถูกเวทย์มนต์สะกดให้เคลิบเคลิ้มไปโดยไม่รู้ตัว

ดวงตาคู่สวยเริ่มพร่าเลือน หัวใจเต้นแรงรัวราวกับกลองศึก ในขณะที่ความคิดสับสนทั้งกลัวทั้งปรารถนาผสมปนเปกันอย่างแยกยาก ถึงขนาดต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อพยายามหักห้ามใจ

มือหนาเลื่อนขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข้ามาใต้กระโปรง ความนึกคิดของฉันเป็นอันขาดสะบั้น ลืมเลือนเหตุผลที่ควรต่อต้าน ที่เหลืออยู่คือความลุ่มหลงล้วน ๆ

“อ๊ะ...” เสียงหวานหลุดออกมาจากคอระหง คนด้านหลังกระตุกยิ้มร้าย แววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนเลื่อนนิ้วขึ้นมาสัมผัสกับขอบกางเกงในตัวบาง ทำฉันสะดุ้งเฮือก ความเย็นวาบปนตื่นเต้นแล่นวูบไปทั่วร่าง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะหลุดจากอก ร่างกายเริ่มร้อนผ่าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นี่มันอะไรกัน...ฉันอยาก...อยากให้เขาทำมากกว่านี้

หัวเข่ามนแยกออกจากกันในขณะที่ปลายนิ้วร้ายสอดใส่เข้าไปใต้ขอบกางเกงในแตะโหนกอูม ยิ่งทำให้ฉันเสียววาบหวาม ถึงกับต้องเอื้อมลงมาจับข้อมือหนาอัตโนมัติพร้อมกับทำเสียงซูดปาก หลับตาพริ้ม นั่นไม่ใช่การห้ามปราม แต่ฉันแค่หาเครื่องเหนี่ยวรั้งสติไม่ให้หลุดลอยไปกับการกระทำของเขา

ชายหนุ่มทำเสียงในลำคอยามปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความอุ่นและน้ำฉ่ำแฉะภายในร่องรัก เขาไม่อายที่จะกลายเป็นเป้าสายตาให้คนอื่น เพราะรอบข้างทำยิ่งกว่าพวกตนเสียอีก ความจริงไม่มีใครหันมาสนใจหรอก เห็นเป็นเรื่องธรรมดาซะด้วยซ้ำสำหรับชั้นสามแห่งนี้

บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงครางกระเส่าและเสียงพูดคุยแตกพร่าของผู้คนที่ดูไม่แยแสต่อเหตุการณ์วาบหวาม เงาสลัวและกลิ่นอายความร้อนแรงปกคลุมไปทั่ว บอกให้รู้ว่าทุกคนปล่อยใจล่องลอยไปตามกระแสอารมณ์ ซึ่งไม่มีสิ่งใดจะเหนี่ยวรั้งสติของฉันได้เลย

เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน

ฉันละทิ้งความอาย ปล่อยตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกเสน่หานี้อย่างหมดจด คล้อยตามอารมณ์ที่คนด้านหลังจะปรนเปรอให้

ในวินาทีนั้น ปลายนิ้วของเขาแตะโดนน้ำสีใสที่เปียกชุ่มในร่องรักของฉัน ความรู้สึกเย็นและอุ่นปะปนกันจนเกิดเป็นความเสียวซ่านที่ไหลวนทั่วร่างกาย หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกจนเผลอกลั้นลมหายใจไว้ ความรู้สึกเหมือนถูกคลื่นอารมณ์ซัดกระหน่ำทำให้ไร้แรงต่อต้าน เลือดในกายมันป่าวร้องความต้องการมากกว่านี้

แต่ทว่า...

นิ้วสากที่คิดว่าจะเสียบเข้ามา กลับดึงออกไปอย่างน่าเสียดาย อารมณ์ที่เคลิบเคลิ้มอยู่แปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดในทันที

“นาย...” เสียงไม่พอใจเปล่งออกมาในวินาทีเดียวกับร่างตัวเองถูกคนด้านหลังผลักให้ยืนเต็มความสูง ฉันหันกลับไปมองคนด้านหลังเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาหยัดกายยืนด้วยเช่นกัน เขาไม่พูดพร่ำก็เป็นฝ่ายเอื้อมมากุมมือฉันไว้ แล้วจูงให้เดินตาม

ซึ่งเขาเดินนำไปยังประตูบานเล็กด้านในสุด ฉันก็เพิ่งสังเกตว่าตรงนั้นมีทางเข้า แถมยังมีการ์ดร่างบึกบึนสองคนกำลังยืนเฝ้าด้วยหน้าตาเคร่งขรึม อย่างกับหลังประตูเป็นสถานที่ต้องห้าม มีแวบหนึ่งที่ฉันกระตุกมือรั้งเจ้าของมือหนาไว้ แต่เขาก็ยังเดินนำต่อราวกับคุ้นชินที่นี่เป็นอย่างดี

จะไม่คุ้นได้ไง ก็เขาเป็นโฮสต์ที่นี่อะเนอะ ฉันเพิ่งนึกออก

การ์ดสองคนยืนนิ่งอย่างกับไม่เห็นเขากับฉัน ปล่อยให้หนุ่มโฮสต์เปิดประตูนั้น เป็นฉันเสียเองที่เริ่มจะหวั่น ๆ ไม่รู้ว่าในนั้นเป็นอย่างไร ความกลัวผุดขึ้นในใจ ดังนั้นฉันจึงมองสำรวจรอบ ๆ ระหว่างที่กำลังเดิน เพื่อหาลู่ทางรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

แต่แล้ว...

สิ่งที่คิดกลับไม่ใช่...เมื่อเดินขึ้นบันไดเล็ก ๆ มาจนสุดทาง ดวงตาคู่สวยกลับเปิดกว้างในบัดดล เพราะเบื้องหน้าเป็นเพียง ประตูหลายบานเรียงต่อกันไปตามทางเดิน ซึ่งมีระยะห่างกันพอดิบพอดี สร้างความรู้สึกคล้ายกำลังเดินอยู่ในโรงแรมม่านรูดไม่มีผิดเพี้ยน ผนังสีเข้มและแสงไฟสลัวเพิ่มบรรยากาศลึกลับ แวบแรกคำว่า ‘ห้องเชือด’ ผุดขึ้นมาในหัว ทำให้ฉันหวั่นและเริ่มจะวิตก

แต่...พอเขาออกแรงบีบมือเพิ่มขึ้น น่าแปลกที่ความกลัวหายไปเป็นปลิดทิ้ง ฉันเงยมองเสี้ยวหน้าชายหนุ่ม แสงสว่างจากไฟนีออนทำให้เห็นชัดเต็มตา ความหล่อของเขาไม่ใช่แบบฉบับแบดบอย แต่ดูคล้ายเป็นผู้ชายอบอุ่น

ทำไมเขามาเป็นโฮสต์นะ ก็คงขัดสนเรื่องเงินแหละ

เพราะมัวแต่คิดเกี่ยวกับอาชีพคนตรงหน้า...จึงมาได้สติอีกทีก็ตอนที่ตัวเองถูกพาเข้ามาในห้องใดห้องหนึ่ง ชายหนุ่มปล่อยมือบางเป็นอิสระก่อนจะก้าวกลับไปปิดประตู ซึ่งระหว่างนั้นฉันก็กวาดตาสำรวจรอบห้อง

เบื้องหน้าเป็นเพียงแค่ห้องธรรมดา ที่มีเตียงนอนหลังใหญ่ถูกปกคลุมด้วยผ้าปูที่นอนสีเทา มีผ้าม่านสีทึบคลุมหน้าต่าง มีโซฟาหนังสีดำวางติดผนัง บนโต๊ะเตี้ยปลายเตียงวางเครื่องดื่มและไวน์ไว้ เพดานประดับด้วยไฟสีเหลืองนวล บรรยากาศดูไม่ต่างจากห้องเช่าขนาดกลาง

จังหวะนั้นชายหนุ่มคว้าเอวคอดกิ่วบังคับให้ฉันหมุนตัวกลับไปหาเขา เป็นวินาทีเดียวกับที่ใบหน้าคมคร้ามโน้มเข้ามาครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มโดยไม่ทันตั้งตัว

กลีบปากทั้งคู่ประกบกันแนบแน่น สัมผัสอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วร่าง ฉันรู้สึกถึงความประหม่าแต่กลับไม่มีแรงจะขัดขืน หัวใจเต้นตุ้บหนักราวกับจะทะลุนอกอก กลิ่นกายและลมหายใจของเขาอบอวลอยู่ใกล้จนฉันแทบลืมความกลัวไปสิ้น

ปกติคนอย่างฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ยอมให้ใครเข้าหาง่าย ๆ แต่ในวินาทีนี้กลับปล่อยใจให้ล่องลอยอย่างไม่อาจควบคุม ตอบรับจังหวะจูบของเขาด้วยความซาบซ่าน ราวกับว่าโลกทั้งใบเหลือเพียงสองเรา

จูบธรรมดาแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและดูดดื่มเมื่อเขาบดบี้กลีบปากแรงขึ้น ไม่พอ...ยังดันปลายลิ้นชำแรกผ่านเข้าไปในโพรงปากด้วย

ฉันกลายเป็นผู้หญิงว่าง่าย ยอมทำตามที่เขาควบคุมทุกอย่าง ดวงตาคู่งามปิดลงช้า ๆ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวสั่นนิด ๆ ยกมันค่อย ๆ วางบนแผงอกแกร่ง ตอนนี้ร่างกายของฉันตอบรับเขาอย่างไม่มีข้อกังขา

ลิ้นร้ายไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กซะจนมุม ฉันยอมศิโรราบปล่อยให้ลิ้นหนาเกี่ยวพันนัวเนียตามท่วงลีลา ความช่ำชองและเจนจัดของโฮสต์หนุ่ม แค่ไม่กี่วินาทีเขาทำให้ฉันถึงกับตัวเบาไร้เรี่ยวแรง ต้องรีบเกาะอกแกร่งไว้แน่นราวกับหาเครื่องยึดเหนี่ยวเพื่อประคองไม่ให้ล้มลงไปกับแรงอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามา

ทันใดนั้น!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel