ตอนที่16 l แคสติง
@ห้องแคสติงทางด้านซ้ายมือ
“เชิญคุณน้ำแข็งด้านในได้เลยค่ะ” พนักงานบอก
“เอ๊ะ! ไม่เข้าไปด้วยกันเหรอ”
“เข้าได้เฉพาะคนแคสติงค่ะ”
“อ๋อ ขอบคุณมากนะคะ”
เมื่อพนักงานเดินจากไป ฉันสูดลมหายใจเต็มปอดเพื่อลดความตื่นเต้น ก่อนจะผลักประตูเข้าไป แล้วพบว่าเป็นห้องโถงขนาดกว้างไม่ใหญ่มากนัก พื้นห้องปูด้วยพรมสีดำ มีโต๊ะยาวสีขาวตั้งอยู่ตรงกลาง แสงไฟนีออนส่องสว่าง ตอนแรกคิดว่าน่าจะมีทีมงานอยู่กันเยอะ บรรยากาศน่าจะเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทว่า...กลับไม่เป็นดั่งที่คิดไว้ ในห้องมีเพียงแค่ชายคนหนึ่งในชุดสูทสีดำยืนหันหลังอยู่ตรงหลังโต๊ะยาว เดาจากแผ่นหลังกว้างและสูทราคาแพงแล้วน่าจะเป็นระดับหัวหน้าแคสติงในครั้งนี้
ฉันก้าวเข้าไปยืนเต็มตัว ถือวิสาสะมองรอบห้องไม่พอ ไปเพิ่งมองยังบนโต๊ะยาวสีขาวนั้นด้วย สิ่งแรกที่เห็นคือกระดาษเอสี่วางซ้อนกันอยู่สองสามแผ่น ระยะที่ฉันยืนอยู่ทำให้ไม่เห็นว่าเขียนอะไร แต่ที่แน่ ๆ ตรงมุมขวามือมีรูปของฉันอยู่ เดาว่าคงเป็นคอมการ์ดที่พี่เมย์ส่งมาให้ แถมที่วางอยู่ใกล้กันยังมีกล่องถุงยางสีต่างกันสี่กล่อง แวบหนึ่งที่เผลอเบิกตากว้าง ก่อนจะฉุกคิดได้ว่าที่นี่เป็นบริษัทผลิตถุงยาง ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกมันจะวางอล่างฉ่างอยู่ตรงนั้น
“สวัส...” ฉันสูดหายใจก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เขาตกใจ แต่ยังไม่ทันจบประโยค ชายคนนั้นก็หันขวับกลับมาหาทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง หัวใจตกไปยังตาตุ่ม แทบไม่เชื่อสายตาว่าคนตรงหน้าจะเป็น...
“คุณ...” มือบางขยี้ตาตัวเองโดยไม่หวงมาสคาร่าและขนตาปลอม ฉันกระพริบตาปริบ ๆ ไล่ความพร่ามัว แถมยังตบแก้มเบา ๆ เสริมเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝัน
“อื้ม” ชายหนุ่มขานรับด้วยเสียงในคอ เขาไม่ประหลาดใจกับการพบฉัน เอาแต่ยิ้มมุมปากราวกับกำลังรออยู่
“หน้าโหลใช่ไหม” ฉันไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีคนหน้าเหมือนกันขนาดนี้ คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเหมือนโฮสต์ญี่ปุ่นคนนั้นไม่มีผิด อย่างกับฝาแฝดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง การยืนเก๊ก ใบหน้าโครงหน้า ทรงผม อย่างกับพิมพ์เดียวกัน
แม้ทุกอย่างจะชัดเจน ฉันก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี จนกระทั่งฝ่ายตรงข้ามพูดบางอย่าง “คอนนิชิวะ” คำทักทายสั้น ๆ บวกกับที่เขาแกล้งใช้มือเปิดสาบเสื้อตรงช่วงอกให้ฉันเห็นรอยสัก เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าใช่คนเดียวกันจริง
บร๊ะเจ้า!!!
“เจอกันอีกแล้ว...คุณน้ำแข็ง” เขาเว้นวรรคเหมือนจงใจย้ำชื่อของฉัน
“ทำไมเป็นนาย” ฉันเชื่ออย่างไม่มีข้อกังขา ความรู้สึกตอนนี้ทั้งโกรธทั้งตกใจปะปนกันจนไม่รู้จะจัดการยังไงดี
เขาโกหก เขาแกล้ง คงสนุกมากสินะที่ปั่นหัวฉัน
พอคิดเช่นนั้นความเดือดดาลก็พลันปะทุขึ้นในอกจนแทบระเบิด เกลียดที่สุดกับการถูกหลอก เจอไอ้อิษฏ์กับอีกัลยาทำร้ายยังไม่พอ ต้องมาเจอเหตุการณ์ซ้ำเดิมอีก
ฉันยืนกำสองมือข้างกายแน่นจนนิ้วขาว กัดฟันกรอด ๆ เพื่ออดทนไม่ให้ด่าทอคำแรง ๆ ออกไป แม้ในใจจะอยากทำมากก็ตาม
เห็นฉันเป็นคนร่าเริง แต่เมื่อเกลียดใครแล้วเกลียดจริง รวมถึงไอ้ตาบ้านี่ด้วยเช่นกัน...ว่าแล้วก็หมุนตัวกลับมาหาประตู
ทว่า...ขณะที่กำลังจับลูกบิดนั้น จู่ ๆ คนด้านหลังก็พูดบางอย่างทำให้ฉันหยุดชะงัก
“จะมาเป็นพรีเซนเตอร์ไม่ใช่หรือไง แค่นี้ก็ถอดใจตั้งแต่ไม่ได้เริ่ม?”
คำพูดของเขาแทงใจฉันเต็มเปา ใช่! ฉันอยากได้งานนี้และต้องการเงินด้วย ขืนชวดค่าแรงหลักล้านไป อย่าหวังเลยจะมีโอกาสอีก
เอาวะ!! เป็นไงเป็นกัน
ฉันหลับตาปี๋ สูดลมหายใจเต็มปอด เรียกสติโดยนึกถึงคาถาเรียกวิญญาณเพื่อนรักมาสิงสู่ ‘โอม...ยัยบาร์บี้จงมาสถิต’ แม้เจ้าหล่อนจะยังไม่ตาย แต่ทุกครั้งที่ทำแบบนี้ก็ช่วยสร้างความมั่นใจได้อย่างอัศจรรย์
สักวันเหอะจะเอารูปเพื่อนไปทำล็อกเกตคล้องคอ
ดวงตาคู่สวยลืมตาพึ่บ ก่อนจะหันกลับไปหาคนด้านหลัง
“ค่ะ ฉันมาแคสติงเพื่อเป็นพรีเซนเตอร์” ทั้งแววตาเอย น้ำเสียงเอย ท่าทางเอย บ่งบอกถึงการรับคำท้าทายที่เขาจะหยิบยื่นให้ต่อจากนี้
มาเถิด...อีน้ำแข็งคนนี้พร้อมรับมือ
ว่าแล้วก็เดินทอดน่องไปยังหน้าโต๊ะยาว ส่วนเขาก็ไม่ละสายตาจากฉันแม้แต่น้อย เดานัยน์ตาคมกริบคู่นั้นไม่ออกจริง ๆ ว่าคิดอะไรอยู่ ที่แน่ ๆ มันไม่ต่างกับคืนเร่าร้อนนั้นเลย
“ให้พรีเซนต์ถุงยางพวกนี้ใช่ไหม” ฉันถาม พลางหลุบสายตามองกล่องสี่อันตรงหน้า ใช่! มันเหมือนกับของที่เขาใช้เล่นงานฉันไม่มีผิด สีชมพูเข้มเป็นกลิ่นสตรอว์เบอร์รี สีน้ำเงินเป็นแบบบางเฉียบแต่มีรอยขรุขระ กล่องสีดำเป็นรุ่นสีใสที่มีกลิ่นน้ำหอมของผู้ชาย กล่องสีแดงเร่าร้อนด้วยการเสริมความหนาให้ดูราวกับมีมุกแก่ผู้สวมใส่ ฉันรู้ดีเพราะเคยถูกลองพวกมันมาหมดแล้วด้วยฝีมือของเขา...
“ชอบอันไหนก็ดึงความน่าสนใจให้เห็นหน่อยสิ”
“ได้ค่ะคุณอเล็กซ์”
“ทำไมเธอรู้...”
อึ้งเลยสิ! เป็นคราวของฉันบ้างที่จะทำให้เจ้าของชื่อตกใจ อยากจะขิงว่าฉันน่ะรู้ชื่อนายตั้งแต่ที่ญี่ปุ่นแล้ว
ดวงตาคู่สวยมองคนตรงหน้าด้วยความมั่นใจ หึ! ฉันจะเป็นฝ่ายคุมเกมบ้าง ให้รู้ไปเลยว่าน้ำแข็งคนนี้จะไม่มีทางถูกแกล้งฝ่ายเดียว
ถ้าถามว่าชอบสีไหนที่สุด แน่นอนว่าผู้หญิงหวาน ๆ อย่างฉันก็ต้องสีชมพู มันมีลักษณะราบเรียบไม่โดดเด่นเหมือนอีกสามกล่องที่เหลือ แต่เมื่อเปิดออกจากซอง กลิ่นของมันจะลอยอบอวลไปทั่วห้องราวกับอยู่ในสวนสตรอว์เบอร์รีก็ไม่ปาน ยิ่งเมื่อรวมกับฟีโรโมนของคนสวมใส่และคู่นอนด้วยแล้ว มันยิ่งเพิ่มอารมณ์ให้อย่างบอกไม่ถูก
“ถ้าเธอไม่เหมาะสมกับสินค้า นักธุรกิจคนไหนก็คงไม่อยากลงทุนด้วย” สิ่งที่เขาพูดก็ถูก เรื่องธุรกิจฉันก็พอรู้บ้าง ดังนั้นเพื่อให้ได้งานนี้ฉันจึงต้องแสดงฝีมืออย่างเต็มที่
กระดุมสองเม็ดบนชุดเดรสถูกปลดออกอย่างไม่ลังเล เผยลำคอระหงกับไหล่ขาวเนียน กลุ่มผมที่ปล่อยสยายถึงกลางหลัง ถูกรวบด้วยมือหนึ่งให้มากองรวมกันอยู่ข้างเดียว เสริมความเซ็กซี่ ก่อนที่ฉันจะหยิบกล่องสีชมพูมาเปิด พลางมองเขาด้วยสายตายั่วยวน
ซองสี่เหลี่ยมสีชมพูอันหนึ่งถูกหยิบออกจากกล่อง กลิ่นสตรอว์เบอร์รีก็ฟุ้งลอยไปในบรรยากาศทั้งที่ยังไม่ได้ฉีกซองด้วยซ้ำ เพิ่มความหวานแฝงไปด้วยความเร่าร้อน ซองในมือถูกเสียบไปในร่องอก แล้วเดินทอดน่องไปหาชายหนุ่มที่กำลังมองฉันไม่ละสายตา
เซ็กซี่ล่ะสิ หึ!
เมื่อพวกเรายืนเผชิญหน้ากัน กลับกลายเป็นหัวใจของฉันเต้นโครมคราม ความทรงจำในคืนอันแสนร้อนแรงย้อนกลับมาชัดเจน ความวาบหวามยังติดตรึงทุกอณูของร่างกาย ฉันลอบสบตากับเขา หวังลึก ๆ ว่าคนตรงหน้าจะเต็มไปด้วยแรงปรารถนาไม่ต่างจากตน
“อยากให้ฉันเทสดูไหมคะ” เสียงแตกพร่าถาม พลางเลื่อนมือถือวิสาสะลูบไล้ไปตามแผงอกหนา แม้จะมีเสื้อสูทกั้นแต่ความแน่นหนั่นของกล้ามเนื้อยังเหมือนเดิม
ฉันหยิบซองถุงยางจากร่องนมมาคาบไว้แทน ก่อนจะเอื้อมมือโอบคอคนเบื้องหน้า มองสบตากับเขาในระยะใกล้อย่างไม่กลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงไม่หาย
“แน่ใจ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบพลางยกแขนกำยำจะโอบเอวคอดกิ่ว
