ตอนที่12 l นายทุน(ก็ยังเป็นความลับ)
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
อะไร ๆ ก็เริ่มจะดีขึ้น ไม่ว่าฉันจะขึ้นไลฟ์เวลาไหนช่วงไหน ก็มักได้รับการตอบรับจากผู้ชมล้นหลามเสมอ จำนวนยอดคนดูเอย รายได้จากการโดเนทเอย ทุกอย่างเพิ่มเป็นเท่าตัว แม้กระทั่งคลิปธรรมดาก็กลายเป็นไวรัลได้ แบบนี้เรียกว่าคนกำลังดังสินะ...คิดแล้วก็ปลื้มใจ
วันนี้ฉันตื่นแต่เช้า เพราะต้องไปสตูดิโอของพี่เมย์เพื่อเปิดตัวเครื่องสำอางชิ้นใหม่ ก็ฉันนี่แหละเป็นพรีเซนเตอร์
มาถึงปุ๊บก็ถูกพนักงานพาไปยังห้องแต่งตัว โดยที่ยังไม่ได้ทักทายทีมงานเลยด้วยซ้ำ เทียร์ยังคงรับหน้าที่แต่งหน้าให้เหมือนเดิม พวกเราพูดคุยกันมากขึ้น เรียกว่าเริ่มสนิทกันแล้ว อันที่จริงเขาก็พูดมากนะ เพียงแต่เลือกคนคุยด้วยเท่านั้น
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
แต่งหน้าเสร็จเรียบร้อย ฉันก็เปลี่ยนเป็นชุดที่ทีมงานเพิ่งยกเข้ามา มันเป็นชุดเดรสสีชมพูสายเดี่ยวรัดรูป คว้านลึกจนเห็นร่องนม กระโปรงสั้น เนื้อผ้าบางเบาพลิ้วไหวแนบไปกับทรวดทรง ตัดกับผิวขาวของฉันได้อย่างลงตัว ชุดนี้ทำให้ฉันดูโดดเด่นราวกับตุ๊กตาในโฆษณา ความหวานที่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่นิด ๆ ทำให้รู้สึกทั้งตื่นเต้นและประหม่าในเวลาเดียวกัน สายตาของทีมงานบางคนที่เหลือบมองทำให้ฉันต้องสูดหายใจลึก พยายามเรียกความมั่นใจเข้าหาตัวเองก่อนจะก้าวออกไปสู่หน้ากล้องที่พี่เมย์กำลังไลฟ์สดอยู่
ทันทีที่ฉันปรากฏตัวต่อหน้ากล้อง ยอดวิวก็พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ทีมงานที่เฝ้าดูสถิติพากันตะลึงกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกใจปนดีใจ ส่วนฉันเองก็หัวใจเต้นแรง ทั้งตื่นเต้นและภูมิใจที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากขนาดนี้ ราวกับได้เติมพลังใจจากเสียงปรบมือที่ไม่มีวันหยุด
แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ ฉันทิ้งความตื่นเต้นนั้นแล้วหันมาพรีเซนต์สินค้าตามสคริปต์ที่ท่องมา การพูดเป็นธรรมชาติบวกกับความสวยของฉันไม่ยากเลยที่จะทำให้ลูกค้าสนใจ และพอปักตะกร้าปุ๊บก็กดสั่งซื้อในทันที ยอดหนึ่งหมื่นชิ้นจึงหมดในเวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นที่โจษจันในโซเชียล เป็นเรื่องน่ายินดีกับเจ้าของแบรนด์ พี่เมย์จึงยิ้มไม่หุบต่อหน้ากล้อง
ทว่า...
ทีมงานคนหนึ่งหลังกล้องส่งซิกว่ามีคนโทรเข้าเครื่องของหล่อน สีหน้าที่เคยยิ้มแป้นกลับเปลี่ยนไปเคร่งเครียดในบัดดล
“เดี๋ยวพี่มานะน้องน้ำแข็ง” หล่อนหันมากระซิบ เพื่อบอกเป็นนัยให้ฉันเอนเทอร์เทนลูกค้าไปก่อน
“ได้ค่ะ”
แม้ฉันจะพูดคุยกับหน้ากล้อง แต่ที่จริงกำลังมองสีหน้าพี่เมย์ขณะคุยโทรศัพท์ ต่อมเผือกมันอยากรู้ว่าปลายสายนั้นเป็นใคร เพราะตั้งแต่คนร่าเริงไปรับสายก็เอาแต่ชักสีหน้าไม่สบอารมณ์
จังหวะที่ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ ฉันก็ได้ยินคำพูดบางอย่าง
“แล้วจะทำไม ฉันให้เธอไลฟ์แบบนี้มันหนักหัวแกเหรอ”
‘หมายถึงตัวฉันหรือเปล่า’ ฉันคิดในใจ แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง คนรู้จักของฉันจะโทรหาพี่เมย์ได้ยังไง
“นายก็แค่คนลงทุน แต่ฉันต่างหากล่ะที่เป็นคนจ้าง เงียบปากไปซะ” คนโมโหตะคอกใส่โทรศัพท์ ก่อนจะเป็นฝ่ายกดวางสาย ทำให้บรรยากาศหลังกล้องเปลี่ยนเป็นตึงเครียดตาม แต่กระนั้นฉันก็ยังทำเป็นพูดคุยและยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จนกระทั่งการไลฟ์สดจบลงตามสัญญา พี่เมย์โอนเงินตามบัดเจ็ตที่ตกลงกันไว้ ทำฉันถึงกับตกตะลึงกับยอดเงินที่เข้ามาในบัญชี มันไม่ใช่แค่หนึ่งแสน แต่เพิ่มมาเป็นเท่าตัว
“ทำไมเยอะจังพี่เมย์ ใส่ตัวเลขผิดหรือเปล่าคะ เดี๋ยวน้ำแข็งโอนคืนให้”
“ไม่ผิด ๆ หนึ่งแสนคือค่าจ้าง ส่วนอีกแสนนายทุนเป็นคนให้ทิปกับน้อง”
“ฮะ! ทิปเป็นแสน นายทุนคงรวยมาก”
“ทำนองนั้นแหละ”
“ไม่เอาดีกว่าค่ะ น้ำแข็งไม่รู้จักคนนั้น ไม่อยากยุ่งกับคนแปลกหน้า” ตอนนี้ฉันอยากได้เงินก็จริง แต่ก็กลัวนายทุนที่ว่าจะเป็นพวกผู้ชายตัณหากลับ ดีไม่ดีอาจหวังอะไรบางอย่างจากตัวฉัน
“เอาไปเถอะ มันรวย”
“ไม่ค่ะ...” ฉันเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังประกอบ ยืนยันกับคู่สนทนาว่าจะไม่รับจริง ๆ แต่พี่เมย์จ้องฉันเหมือนรู้ทันความคิด
“มันไม่ได้หวังอะไรจากเราหรอก มันแค่อยากให้”
“แต่...”
“ไม่มีแต่นะ พี่ยืนยันได้ว่ามันเป็นคนดี”
“ถ้าพี่เมย์ว่าแบบนั้น น้ำแข็งก็รับค่ะ ฝากขอบคุณเขาด้วยนะคะ”
“ได้ ๆ พี่จะบอกมันให้”
ปกติฉันจะไม่รับเงินใครฟรี ๆ เพราะถือคติของฟรีไม่มีในโลก แต่พอได้ยินเธอพูดถึงคนนั้นว่า ‘มัน’ กับนายทุนแสดงว่าคงสนิทสนมกัน ทำให้ฉันเบาใจได้เปราะหนึ่ง อย่างน้อยก็คงไม่ใช่คนเลว
พี่เมย์เสนอตัวขับรถมาส่งฉันที่คอนโดฯ คนอะไรก็ไม่รู้ทั้งสวยทั้งใจดี ใส่ใจคนรอบข้างแม้ตัวเองจะเป็นถึงเจ้าของแบรนด์ เธอคงสะกดคำว่าหยิ่งไม่เป็น ถึงว่าทำไมพวกทีมงานดูจะเคารพและรักพี่เมย์เอามาก ๆ เพราะแบบนี้เองสินะ
ระหว่างในรถ
“เราสนใจทำงานอื่นนอกจากไลฟ์สดไหม” จู่ ๆ คนขับก็เหลือบตามามองพลางถาม
“หมายถึงน้ำแข็งเหรอ?”
“อื้ม อยู่กันสองคนจะถามใคร”
“พูดตามตรงนะคะ น้ำแข็งทำอย่างอื่นไม่เป็นนอกจากเป็นแม่ค้าขายของ”
“แต่เราสวยนะ พี่ว่าเป็นนางแบบดาราได้เลย”
“พี่เมย์ชมเกินไปแล้ว อาชีพแบบนั้นน้ำแข็งทำไม่เป็นหรอกค่ะ”
“แต่เราก็เป็นพรีเซนเตอร์ดีนะ อ๋อ! บริษัทที่พี่รู้จักกำลังหาพรีเซนเตอร์พอดีสนใจไหม”
“หา! บริษัทอะไรคะพี่” ฉันถามกลับด้วยเสียงตื่นเต้น พี่เมย์ถึงขั้นแนะนำเองก็คงขายเครื่องสำอางเหมือนกัน
“บริษัทขายถุงยางน่ะ”
“ฮะ!!” ฉันเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ขายสินค้ามามากมาย ก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละว่าผลิตภัณฑ์ถุงยางต้องการพรีเซนเตอร์ด้วย ซึ่งในความคิดของฉันจินตนาการไปก่อนแล้วว่าผู้หญิงที่จะเป็นนางแบบให้คงไม่พ้นต้องแก้ผ้า หรือไม่ก็ร้องซี้ดซ้าดต่อหน้ากล้อง ถ้าเป็นตัวเองคงทำไม่ได้แน่นอน เพราะลุคของฉันคือสดใสร่าเริงปนตลกเสียมากกว่า
“คงไม่เหมาะกับน้ำแข็ง”
“อย่าเพิ่งปฏิเสธสิ”
“แฮะ ๆ ไม่เอาดีกว่าค่ะ”
“เงินดีนะ เราไม่พิจารณาสักหน่อยเหรอ”
“น้ำแข็งไม่กล้าค่ะพี่เมย์ แค่นี้พอแล้วจริง ๆ”
“หวังว่าเราจะกลับไปคิดดูนะ”
“ขอบคุณที่แนะนำนะคะ ถ้าเป็นงานอย่างอื่นน้ำแข็งจะตอบรับทันทีค่ะ แต่เรื่องนี้ไม่ไหว”
“ได้ ๆ พี่เข้าใจ เราไม่ต้องคิดมาก พี่แค่แนะนำเฉย ๆ”
“ค่ะพี่เมย์”
หลังจากนั้นบรรยากาศในรถก็เงียบลง ต่างคนต่างใช้ความคิด ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เพิ่มเติม ฉันนั่งมองวิวข้างทาง ส่วนพี่เมย์ก็ตั้งใจขับรถ เมื่อรถแล่นมาถึงคอนโดฯ ของฉัน พี่เมย์จอดรถแล้วหันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้น้องสาวคนนี้ก่อนกล่าวลา ฉันจึงกล่าวขอบคุณพี่เมย์ด้วยน้ำเสียงสุภาพ จากนั้นก็ต่างแยกย้ายกลับไปตามทางของตนเอง
ระหว่างที่ฉันเดินเข้าตึกก็หยิบสมาร์ตโฟนจากกระเป๋าสะพายมาส่องช่องตัวเองไปพลาง ทว่า!
ตุบ!
จู่ ๆ ก็มีแรงกระแทกเข้าที่ไหล่จนสมาร์ตโฟนเกือบหลุดมือ ฉันเงยมองคนมาชนทันที ซึ่งมันเดินผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่เอ่ยขอโทษสักคำ
“ไอ้คนไม่มีมารยาท” ฉันด่าตามหลังไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เจตนาให้คนนั้นได้ยิน แต่มันไม่หันกลับมาสนใจ ฉันจึงเลือกหมุนตัวกลับมาเดินเข้าตึกเหมือนเดิม และต้องประหลาดใจเมื่อเห็นป้ายเขียนว่า ‘รับสมัครแม่บ้าน’ ตรงประตูทางเข้า จำได้ว่าเมื่อเช้าก่อนออกไปทำงานยังไม่มี
อีกนิดดดดดนะ อีคุณพรี่จะปรากฏตัวแล้วทุกค๊นนนนน
ใครคือเจ้าของบริษัทถุงยาง? ทายกันเร็ว
สปอยล์
“จะยืมเท่าไหร่”
[ห้าแสน]
“ฮะ!”
ปัญหาเข้ามาหาน้ำแข็งอีกแล้ว...เธอจะรับมืออย่างไร ใครช่วยไว้อีก
แม้ตัวพระเอกยังไม่โผล่หัวออกมา แต่มันแฝงตัวมาแล้วนะทุกคนนนนน
ใจเย็นกับความลึกลับของเขาหน่อย เดี๋ยวก็โตแล้ว?
