2 ข้อกล่าวหา (2)
“โอ้ ความฝันของเจ้าช่างงดงามนัก แล้วข้าจะรอวันนั้น... ตามข้ามาเถิด”
นายหมวดก้าวยาว ๆ ออกนอกกระโจม นายทหารชั้นผู้น้อยซึ่งรักษาความปลอดภัยหน้ากระโจมรีบลดดาบเล่มโตลงเพื่อเปิดทางให้
“นายท่านจะพาข้าไปไหน?” คามีเลียลุกขึ้นแทบจะวิ่งตามเมื่อคนตัวโตก้าวเร็วจนนางเดินตามไม่ทัน
“พาเจ้าไปส่งบ้านสิ”
“ข้ากลับบ้านเองได้ ท่านน้าต้องไม่พอใจที่ข้าพาคนแปลกหน้าไปบ้าน” เด็กหญิงยังวิ่งตามนายหมวดโซราฟไปติด ๆ
“ไม่ได้ ข้าต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง”
คามีเลียถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็ยอมให้นายหมวดโซราฟไปส่งบ้านโดยดี ตลอดการเดินทางที่นางนั่งอยู่บนหลังม้าตัวเดียวกับนายหมวดโซราฟ
นางได้ป้อนคำถามให้นายหมวดตอบได้ตอบตลอด สิ่งหนึ่งที่คามีเลียรู้ก็คือ ผู้รักษาความสงบสุขให้บ้านเมืองรายนี้ใจดีกว่าที่นางคิดไว้มาก แต่ดูว่าเขาจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นักที่นางถามเซ้าซี้ในหลาย ๆ เรื่องที่อยากรู้
พอถึงหน้าบ้านดินเหนียวหลังเก่า นายหมวดโซราฟจึงเหวี่ยงตัวโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว คามีเลียเห็นแล้วรู้สึกทึ่งในตัวเขามากนัก
ทว่าเวลาที่อยู่ร่วมกันก็หมดลงเมื่อนายหมวดโซราฟเคาะประตูบ้าน ฮูด้าซึ่งเป็นคนเปิดประตูมีสีหน้าเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นหน้าเจ้าหน้าที่ของทางการ ซ้ำยังมองคามีเลียด้วยความไม่พอใจ...
แสงจากพระจันทร์แหว่งเว้าที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างซึ่งดามด้วยท่อนฟืนช่วยให้ห้องครัวสว่างขึ้น ข้าวของเครื่องใช้ถูกวางไว้ระเกะระกะ แต่ยังพอมีพื้นที่ว่างพอสำหรับรองรับแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่ใช้ห้องครัวเป็นที่ซุกหัวนอน
กระนั้นคามีเลียที่นอนกอดผลทับทิมและผ้าห่มผืนเก่ากลับนอนไม่หลับ เสียงสะอึกสะอื้นเบา ๆ ยังดังอยู่ในความมืด...
นางถูกน้าเขยดุด่าเฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้แตกต่างไปจากวันอื่น ๆ ตรงที่น้าโมน่าได้เฆี่ยนตีเพื่อทำโทษนางด้วย
ถามว่าเจ็บไหม... คำตอบคือ เจ็บ!
เพียงแต่เจ็บสู้ฝีมือน้าเขยไม่ได้ แต่ที่นางร้องไห้ไม่ยอมหยุดเป็นเพราะความน้อยใจมากกว่า ด้วยว่าน้าโมน่าไม่เคยตีนางสักครั้ง ดูว่าการที่น้าสาวลงมือในครั้งนี้ จะทำให้น้าเขยพึงพอใจมากเลยทีเดียว
‘เฆี่ยนให้หลังแตกยิ่งดี ข้าเคยบอกเจ้าแล้วโมน่า นังเด็กเหลือขอนี่จะสร้างปัญหาให้กับเรา’
คามีเลียไม่สนใจรอยยิ้มเยาะเย้ยของน้าเขยสักนิด ที่ติดอยู่ในใจมีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ทำไมน้าโมน่าถึงได้โกรธนางมากมายขนาดนี้ ในเมื่อนางแค่กลับบ้านช้ากว่าปกติ และมีนายหมวดโซราฟมาส่ง
ระหว่างขยับตัวไปมา เสียงฝีเท้าได้ดังขึ้นในความเงียบ เด็กน้อยรีบลุกขึ้นนั่งทันที พอแสงจันทร์สีเงินลูบผิวกายของผู้ที่เข้ามาในห้องครัวยามวิกาล คามีเลียจึงเห็นใบหน้างดงามที่เจือความเศร้าของน้าสาว
“ท่านน้าโมน่า”
“ยังไม่นอนอีกรึ คามีเลีย?”
เด็กหญิงไม่ตอบคำถาม แต่คลานออกจากซอกแคบ ๆ มาหาน้าสาว
“ท่านน้าหายโกรธข้าแล้วเหรอเจ้าคะ?”
“ใครว่าล่ะคามีเลีย... ข้าโกรธเจ้ามาก โกรธอย่างที่ไม่เคยโกรธมาก่อน” ถึงจะบอกว่าโกรธ แต่สีหน้าของนางโมน่ามิได้สอดคล้องกับคำพูดแม้แต่น้อย
“ท่านน้าโกรธข้าเรื่องอันใด?” เด็กหญิงถามเสียงแผ่ว ด้วยตระหนักรู้อยู่แก่ใจว่าตนเองทำความผิดอะไรไว้ ก็แค่กลับบ้านผิดเวลาเท่านั้น
“วันนี้ท่านผู้เฒ่าซาเรฟแวะมาเยี่ยมบ้านของเรา ท่านผู้เฒ่าบอกว่าเจ้าหนีเรียน ซ้ำยังทำตัวเกเรชวนเพื่อนหนีเรียนไปด้วย ข้าถึงทำโทษเจ้าอย่างไรเล่า”
หากมีแสงสว่างมากกว่านี้ คามีเลียจะเห็นว่าสีหน้าของนางโมน่ามิได้ราบเรียบเหมือนน้ำเสียงเลย ซ้ำยังเผยความไม่สบายใจออกมาชัดเจน
“ข้าไม่ตั้งใจทำตัวเกเร เพื่อน ๆ รังแกข้าก่อน” คามีเลียบอกอ้อมแอ้ม
“ข้ารู้ว่าเจ้ามีนิสัยอย่างไรคามีเลีย แต่ที่ข้าไม่สบายใจเป็นเพราะ ข้าเคยรับปากแม่ของเจ้าเอาไว้ ว่าจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด ข้าเองไม่มีทรัพย์สินเงินทอง ซ้ำน้าเขยของเจ้าก็ติดการพนันงอมแงม สิ่งเดียวที่ข้าจะให้เจ้าได้คือความรู้เท่านั้น สัญญากับข้าได้ไหม ต่อจากนี้ไปเจ้าจะไม่ทำตัวเกเรให้ข้าทุกข์ใจอีก”
