บทที่ 2 ฤทธิ์ยาพิศวาสและเหตุบังเอิญ (3)
บัวหอมกอดเขาไว้ ริมฝีปากขยับอยู่ที่ซอกคอเขา พึมพำฟังไม่ได้ศัพท์
สองมือเขากุมไหล่เปลือย ผลักเบาๆ บัวหอมเลยมองหน้าเขา แต่เตชินกลับมองต่ำลงไปยังปลายยอดอกชูชันสีอ่อนแทบจะกลืนไปกับสีผิว ผิวกายเนียนนุ่มบัดนี้เป็นตุ่มขนที่พากันลุกชัน
มือใหญ่กำลังไล้ไปตามผิวกายตรงเอวและเลยขึ้นไปตามแผ่นหลังเนียนมือ บัวหอมปิดตาริมฝีปากเผยอ เตชินเลยประคองท้ายทอยให้แหงนขึ้นมารับจุมพิตจากเขา ริมฝีปากบดเคล้าด้วยจังหวะแผ่วเบาอ่อนหวาน ความนุ่มนวลของเขาทำให้อารมณ์บัวหอมยิ่งเตลิดไปใหญ่ สองแขนเธอเลยกอดเขาด้วยความไร้เดียงสา รู้เพียงแค่ว่าต้องกอด อยากจะกอด อยากจะแนบชิดกับเขาให้มากขึ้นไปอีก
เมื่อได้แนบชิดแล้วกลับรู้สึกอยากได้มากกว่านั้น นิ้วเรียวเลยขยับไล้ไปตามแผ่นหลังของเขาผ่านเสื้อเชิ้ตสีอ่อน ภายในกายวาบหวิวพอใจไปกับสัมผัสและรสจูบของเขา
เตชินบังคับให้บัวหอมเอนลงไปนอนกับโซฟา เขาตามคร่อมทับและบดเคล้าริมฝีปากอีกครั้ง ครั้งนี้ร้อนแรงดุจไฟกำลังเผาผลาญทำลายทุกอย่าง ลมหายใจเขาแรงขึ้นและขาดห่วงเป็นบางจังหวะ ชุดของบัวหอมถูกถอดออกไปแล้ว เขาจูบลงมาที่แก้ม ลำคอและลงมาถึงเนินเนื้ออิ่มเต่งตึงทรงน่ารักน่าทะนุถนอม
“อา” เสียงหลุดออกมาจากปากบัวหอม เจ้าตัวตกใจกับเสียงนั้น แม้แต่เตชินก็ต้องชะงัก
เสียงบัวหอมทำให้เขายิ่งอยากก้าวไปข้างหน้าอีกเพราะเขาเองก็ทนจนแทบจะระเบิดเต็มทีแล้ว ริมฝีปากเข้าครอบครองปลายยอดสีจางทันที ดูดดึงด้วยความหิว กระหาย แม้บัวหอมจะพอใจและแอ่นอกให้เขาได้ดื่มกิน แต่ก็ยังคงมีบิดกายหลบบ้างเมื่อทานทนต่อแรงกระทำของเขาที่มากเกินพอจะรับได้
“บัว” เสียงเรียกของเขาแทบจะไม่ต่างจากเสียงของบัวหอมเลย ทั้งแหบพร่าและฟังรัญจวนใจเสียเหลือเกิน
เสื้อผ้าของเตชินถูกถอดออกไปรวมกับของบัวหอมทีละชิ้นจนหมด เปล่าเปลือยมากกว่าบัวหอมเสียอีก แต่เขาไม่สนเพราะยังไงบัวหอมก็ต้องเปลือยเหมือนเขาอยู่แล้ว
ริมฝีปากชื้นยังคงวนเวียนอยู่กับปลายถันทรวงทั้งสองข้าง ทิ้งรอยแดงเป็นจ้ำทั่วทั้งสองเต้า จากนั้นลากลิ้นลงต่ำมาเรื่อยๆ หยอกล้อเล่นลิ้นอยู่กับสะดือจูบซ้ายทีขวาที บัวหอมก็ได้แต่ส่งเสียงครวญครางและบิดกายเข้าหาบ้าง หลบบ้างเช่นเดิม เตชินยิ้มแล้วใช้สองนิ้วเกี่ยวแพนตี้ตัวน้อยลงไปทางปลายเท้า เพียงเท่านี้บัวหอมก็อยู่ในสภาพแรกเกิดเหมือนเขาแล้ว
“พี่โต” เสียงนั้นเรียกมาอีก ไม่ได้จะพูดกับเขา แต่เรียกเพื่อผ่อนคลายความสยิวซาบซ่านที่กำลังคุกกรุ่น
“ครับ” เตชินตอบทั้งที่ใบหน้าเขาอยู่ห่างจากลางกายบัวหอมเพียงไม่ถึงคืบ ด้วยแสงไฟภายในห้องที่สว่างจ้าเขาเลยได้เห็นทุกซอกทุกมุม ความชัดเจนช่างทำลายความอดกลั้นของเขาเสียแล้ว บัวหอมสวยจริงๆ สวยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นาผืนน้อยก็ยังคงชุ่มฉ่ำจนเขาไม่อาจเมินเฉยได้
ปลายลิ้นแตะวนสัมผัสความบอบบางอ่อนไหวครั้งแล้วครั้งเล่า บัวหอมยิ่งบิดกาย แล้วยกศีรษะขึ้นมาดูเขา ใบหน้างามแดงก่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า สองมือสอดเข้าไปขยุ้มผมดกสีน้ำตาลเข้ม เปลือกตาพริ้มหลับดื่มด่ำไปกับความแปลกใหม่ที่แสนจะรัญจวน
เตชินหยอกล้อกลางกายของเธอจนพอใจแล้ว เขาเลยยกตัวขึ้นและเข้ามากระซิบข้างใบหูขาวสะอาด “บัว พี่ขอได้ไหม”
บัวหอมเปิดเปลือกตาขึ้น มองลึกเข้าไปในดวงตาเขา แม้ใจจะต่อต้านอยู่บ้าง แต่ไม่อาจห้ามกายได้ ด้วยเพราะมันกำลังปั่นป่วนเรียกร้องอยากให้เธอตอบรับเขาไป
“ว่ายังไง?” เตชินถามมาอีก เข้ารู้ว่าบัวหอมก็คงจะลำบากใจ แต่หากบัวหอมปฏิเสธแล้วเขาก็จะไม่ฝืนใจ
บัวหอมพยักหน้าน้อยๆ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเอ่ยกับเขาเสียงแผ่ว “แต่บัวไม่เคย”
เตชินยิ้มแล้วลูบผมบัวหอม “ไม่เป็นไรครับ พี่จะทำเบาๆ ถ้าบัวไม่ไหวจริงๆ พี่จะหยุด... ได้ไหม?”
“ค่ะ” ตอบเขาไปพร้อมกับสบตาเขา แววตาหวานฉ่ำทำให้เตชินต้องจูบเธออีกครั้ง บัวหอมช่างน่ารักและดูเชิญชวนไปในตัว
เตชินยันกายหยัดขึ้นเบียดแทรกกายเข้าหาด้วยความแผ่วเบา กลัวร่างบางจะเจ็บมากเกินไป บัวหอมเองก็ฝืนทนจนกายสั่น ครั้งแรกช่างน่ากลัวและน่าหวาดหวั่น แต่ความอยากรู้อยากลองมีมากเกินต้านทาน จนในที่สุดเตชินก็ไปสุดปลายทาง พร้อมกับกายบางสะดุ้งและเกร็ง เขารับรู้ได้ถึงปลายเล็บที่จิกบนแขนเขา บัวหอมกำลังอดกลั้นกับความเจ็บของลูกผู้หญิงที่เจ็บเพียงครั้งแรกแล้วมันจะผ่านไป
เตชินก้มลงมาจูบที่หน้าผากมนชื้นเหงื่อน้อยๆ “เจ็บไหม?”
“บัวทนได้” บัวหอมมองลึกเข้าไปในดวงตาเขา เตชินยิ้มให้และจูบบัวหอมไปด้วยความอ่อนหวาน เขายังไม่อาจขยับกายได้ด้วยความที่สงสารและจะให้เวลาบัวหอมได้ผ่อนคลายลงก่อน
บัวหอมอึดอัดอยู่บ้างแต่ก็อยากจะรู้แล้วว่าเตชินจะทำยังไงต่อไป เธอขยับกายเบาๆ จนเขาส่งเสียงมาบ้าง ริมฝีปากเขาขยายยิ้มกว้างและรู้ว่าบัวหอมพร้อมแล้ว
สองแขนกอดเขาไว้ ใบหน้าหงายเกเมื่อเตชินขยับถอนตัวออกเล็กน้อยและเข้ามาใหม่ เขาต้องหยุดเมื่อมองลงไปแล้วเห็นเลือดติดอยู่กับกายของเขาด้วย
“ให้พี่หยุดไหม?” เขาอดถามอย่างนึกเป็นห่วงไม่ได้
“ไม่ค่ะ” บัวหอมเอ่ยพร้อมทั้งกอดเขาแน่นขึ้น
“บัวน่ารักเหลือเกินรู้ไหม” เตชินจูบลงไปที่ขมับและยกตัวขึ้นอีกทำให้บัวหอมต้องปล่อยแขนที่กอดเขาไว้อย่างแสนเสียดาย “ทนหน่อยนะ สักพักก็ไม่เจ็บแล้ว”
บัวหอมพยักหน้าตอบ เตชินเลยเริ่มขยับอย่างจริงจัง คราวนี้เขาถอนตัวจนเกือบจะแยกจากกันและกลับเข้ามาใหม่ในจังหวะเร็วและแรงขึ้น บัวหอมเกร็งตัว แต่ก็ผ่อนคลายเมื่อเขากระซิบปลอบ เตชินเลยขยับอีก คราวนี้เขาไม่หยุดแล้ว จังหวะแห่งรักเริ่มประสานกลมกลืนกันเป็นหนึ่งเดียว ความรัญจวนแผ่ซ่านเกาะกินสามัญสำนึกของทั้งสองคน
บัวหอมได้รับรู้ประสบการณ์แปลกใหม่ที่มีเตชินเป็นผู้นำ เขารู้จักจังหวะ รู้จักเอาใจบัวหอม ทั้งอ่อนโยนและแข็งกร้าวขึ้นมาในบ้างครั้ง
กายชื้นไปด้วยเหงื่อ แต่เป็นเหงื่อที่เกิดจากความสุขภิรมย์จากการเสพสวาท เสียงครางเหมือนลูกแมวน้อยของบัวหอมทำให้เตชินชอบใจและยิ่งเร่งกระหน่ำจังหวะเข้าไปสุดกำลัง นั่นเพราะเขาเห็นแล้วว่าเธอรับกับร่างกายและจังหวะรุกรานของเขาได้แล้ว
สองกายประสานกันเนิ่นนาน เวลาแห่งความหฤหรรษ์ดำเนินไปอย่างอ่อนหวานผสมการแผดเผาทำลายอย่างไม่น่าเชื่อ บัวหอมกอดเขาไว้แน่นเมื่อเตชินทิ้งกายลงมา ริมฝีปากเขาครอบครองริมฝีปากบางหวานฉ่ำอีกครั้งและยังขยับกายไปด้วย
“บัว เป็นยังไงบ้าง” เสียงถามแหบต่ำผสมไปกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วง
“อือ” บัวหอมส่ายหน้าและครางออกมา
เตชินรู้ว่าบัวหอมกำลังถึงจุดสูงสุดแล้ว เขาเลยไม่รอช้า ปรนเปรอเธอไปเต็มความสามารถรสจนกายสาวแรกแย้มเกร็งกระตุกและครางแผ่วหวาน เนื้อกายสั่นใบหน้าหงาย เปลือกตาพริ้มหลับ เตชินขยับอีกครั้งหลังจากหยุดเว้นจังหวะให้บัวหอมได้อิ่มเอมจนพอใจ เขาพาตัวเองดื่มด่ำไปกับครั้งแรกที่รัญจวนและอ่อนหวานที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมา เวลาแห่งความสุขของเขาช่างหอมหวานและอ่อนละมุนจนเขาเองก็ไม่อยากเชื่อ
เขาไม่เคยขาดสาวข้างกาย แต่ละคนให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน เหมือนอย่างเช่นบัวหอม เธอมีแต่ความอ่อนหวาน นุ่มละมุนให้เขา ความสุขมากมายเอ่อล้น เสียงหอบหายใจดังประสานกัน จนกระทั่งการหายใจกลับเป็นปกติ เปลือกตาสวยเลยเปิดขึ้นจึงได้เห็นเตชินมองอยู่ก่อนแล้ว เขากำลังยิ้ม กายชื้นไปด้วยเหงื่อ กล้ามเนื้อเป็นมัดตั้งแต่แขนลงไปถึงหน้าท้อง
บัวหอมเพิ่งจะสังเกตว่าเขาก็เปลือยตลอดทั้งร่างเช่นกัน ใบหน้างามสวยยิ่งแดงเถือกขึ้นไปอีก แม้จะสำรวจเขาแต่ก็ไม่กล้ามองต่ำไปกว่าแผ่นอกกว้าง
“อายตอนนี้ก็สายไปแล้วครับ” เตชินก้มลงมากระซิบ
