บทที่ 2 ฤทธิ์ยาพิศวาสและเหตุบังเอิญ (2)
“ใครอีกล่ะ หรือผัวน้องบัว”
“ผมเป็นเจ้าของร้าน” เตชินยังคงวางหน้านิ่ง ร่างสูงใหญ่ของเขาดูเอาเรื่องจนหลายคนในโต๊ะเงียบเสียงไปแล้ว
“อ้อ งั้นก็พูดตรงๆ นะ ผมอยากพาน้องบัวกลับด้วย ได้หรือเปล่า”
“ไม่ได้ครับ!” เตชินเริ่มเสียงแข็งแล้ว ทั้งยังกวาดตามองลูกค้าโต๊ะนั้นอย่างไม่เกรงกลัว
“ให้น้องบัวตอบสิ”
“ไม่ไปค่ะ” บัวหอมก็ตอบไปทันทีทันใดเช่นกัน
“จะโทรไปร้องเรียนเรื่องบริการ อาจโดนเด้งนะหนู พี่ว่าไปกับพวกพี่ดีๆ เถอะ” คิดว่าขู่แล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นตามใจตัวเอง แต่เปล่าเลยเมื่อได้ฟังคำพูดต่อมาของเตชิน
“ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องเห็นทีต้องเชิญไปโรงพักแล้วล่ะครับ ผมยอมให้เด็กในร้านออกไปกับใครไม่ได้หรอก ยิ่งเด็กไม่เต็มใจผมก็ปล่อยไปไม่ได้ด้วย”
เตชินดูใจเย็นและยังคงคุมสถานการณ์ได้ดี หนุ่มๆ โต๊ะนั้นเริ่มลังเลหันปรึกษากัน หลายคนลุกขึ้น แต่เจ้าคนมีปัญหาสองคนไม่ยอม ตั้งท่าเข้ามาต่อยเตชินแต่เพราะเมาและตัวเตี้ยกว่าเลยเสยหมัดพลาดเป้าไป
เตชินส่ายหน้าพร้อมถอนใจ “งั้นก็ไปคุยกันที่โรงพัก เชิญครับ” เตชินผายมือและเดินนำไปก่อน แต่ก็ยังคงมีอีกหมัดตามมา เขาหลบเพราะคอยอยู่ก่อนแล้ว
“คิดดีแล้วเหรอที่จะมีเรื่องกับผมน่ะ” เตชินเดินมาจนชิดนักดื่มเจ้าปัญหา แววตาดุดัน ร่างสูงใหญ่ยิ่งดูน่ากลัวเข้าไปอีก
“กลับเถอะว่ะ” หนึ่งในกลุ่มเอ่ยเสียงดังและดันหลังเพื่อนๆ ให้ออกจากร้าน
“กูจะเอาน้องบัว!” เสียงนั้นดังฟังชัดได้ยินไปทั้งร้าน
“ถ้ามึงไม่กลับดีๆ คืนนี้มึงอาจนอนคุกนะ” หนุ่มคนเดิมเอ่ย แล้วกระชากแขนเพื่อนให้ออกจากร้านไปได้สำเร็จ แต่ก็ยังคงได้ยินเสียงโวยวายดังแว่วมาให้ทุกคนในร้านได้ยิน
“ถ้าพี่โตไม่มา ปีจะซัดหน้ามันแล้ว” ปิยากำปั้นต่อยปึกๆ กับมืออีกข้าง
“แกน่ะใจร้อน” เตชินผลักศีรษะปิยาแล้วมองไปยังบัวหอม “เป็นอะไรหรือเปล่า” เตชินเดินเข้ามาเพราะเห็นบัวหอมหน้าซีดเผือด
บัวหอมส่ายหน้าและฝืนยิ้มให้เขา เตชินเลยหันไปมองรอบๆ และวกมาที่ปิยา
“บอกให้เด็กๆ รีบเก็บร้าน กลับบ้านกันได้แล้วไอ้ปี”
ปิยายักไหล่ “จ้าๆ พระเอกมาแล้ว คนร้ายและตัวประกอบก็ต้องถอย ไอ้ปีจะกลับแล้วจ้า...”
ตึง!
เสียงนั้นทำให้ปิยาหยุดปาก เตชินชะงักก่อนจะเห็นบัวหอมลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นเสียแล้ว
“ไอ้บัว!” เสียงปิยาดังลั่นร้าน “เป็นไรว่ะ” ปิยาเข้ามาประคองบัวหอมพร้อมกับเตชิน พนักงานในร้านก็กรูกันเข้ามามุงดู
บัวหอมเป็นลมไปแล้ว ตัวอ่อนปวกเปียก เนื้อตัวค่อนข้างจะอุ่นแต่ขนกายลุกชันอย่างเห็นได้ชัด เตชินทั้งเขย่าทั้งตบแก้มเบาๆ ก็ไม่รู้สึก เขาเลยช้อนตัวเธอขึ้น พาไปทางหลังร้าน ปิยารีบสาวเท้าตามไปด้วย เตชินรีบพาบัวหอมขึ้นไปห้องทำงานของเขา ปิยาวิ่งนำไปเปิดประตูให้และก็ตามเข้าไปในห้องด้วย บัวหอมถูกวางลงบนโซฟาที่มีอยู่เพียงตัวเดียว เป็นโซฟาตัวยาวและกว้างมากพอให้นอนได้สบาย ปิยาช่วยถอดรองเท้าส้นสูงออกให้
“ไอ้ปี ไปหายาดมกับผ้าเย็นมาหน่อย” เตชินสั่งขณะที่อังมือกับหน้าผากของบัวหอม
ปิยารีบวิ่งลงไปชั้นล่าง หาของที่ต้องการแล้วรีบกลับมา ส่งผ้าเย็นให้เตชิน ตัวเองเอายาดมจ่อที่จมูกบัวหอม ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่ก่อนหน้านั้นเริ่มแดงก่ำขึ้น เตชินยังคงตามซับผ้าเย็นที่ใบหน้าและคำคอให้แผ่วเบาจนบัวหอมเริ่มขยับเปลือกตา ตามด้วยมือที่ยกขึ้นมาคว้าผ้าเย็นจากมือเตชินและค้างนิ่งอยู่อย่างนั้น
“ไอ้บัว” ปิยาเรียกเสียงเบาข้างหู
บัวหอมเปิดเปลือกตาขึ้น กระพริบอยู่สองสามครั้ง “ทุกคนมาทำอะไรกัน” เสียงนั้นแผ่วเบา ริมฝีปากแห้งผาด
“ทุกคนที่ไหน มีฉันกับพี่โต” ปิยาขมวดคิ้วแล้วแกว่งมือที่ถือยาดมจ่อเข้าไปที่จมูกของบัวหอมอีก
บัวหอมปิดตาลง “บัวคงตาลาย”
“แกไปชงน้ำหวานมาสักแก้วไป บอกให้เด็กๆ รีบเก็บร้านแล้วกลับกันได้เลย” เตชินสั่งแล้วตบหลังปิยาเบาๆ
ปิยาพยักหน้าแล้วลงไปข้างล่าง สั่งการเด็กๆ และปิดหน้าร้านเสร็จ ตัวเองเดินเข้าไปชงน้ำหวานสีแดงมาแก้วโตและพาขึ้นไปให้บัวหอม
เตชินประคองบัวหอมให้นั่ง ตัวเขานั่งลงเคียงข้าง แล้วรับแก้วน้ำหวานจากปิยามาจ๋อที่ริมฝีปากบัวหอม “จิบเข้าไปหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น”
บัวหอมยอมจิบน้ำหวานตามที่เตชินบอกไปหลายอึก ถอนใจลึกครั้งหนึ่งแล้วพยายามสูดหายใจเข้าไปลึกๆ และขยับมือบีบไปตามแขนตัวเอง เตชินคอยสังเกตท่าทางของบัวหอมอยู่ตลอดเวลา
เข้าหันไปทางปิยาที่กำลังนั่งมองบัวหอมด้วยหัวคิ้วขมวด“แกกลับได้แล้วไอ้ปี พี่ดูแลบัวเอง”
ปิยาถอนสายตากลับมาที่เตชิน “แน่ใจนะว่าไม่อยากให้อยู่เป็นเพื่อนน่ะ”
“ไปเถอะ ดึกแล้วพ่อแกจะเป็นห่วงเอา”
ปิยาพยักหน้ารัวๆ “ก็ได้... ไอ้บัว พี่กลับก่อนนะเว้ย มีอะไรก็โทรมานะ”
บัวหอมพยักหน้าให้ แต่ก็ต้องหลับตาอีกเพราะยังคงเห็นภาพซ้อน ปิยาลูบผมบัวหอมสองสามทีก่อนจะออกไปจากห้อง เดินตรวจความเรียบร้อยแล้วก็กลับ แม้จะห่วงบัวหอมอยู่มากแต่ก็รู้ดีว่ามีเตชินอยู่เป็นเพื่อนแล้ว คงจะแก้ปัญหาได้ดีกว่าเธอเป็นไหนๆ
“รู้สึกยังไงบ้าง?” ท่าทางของบัวหอมไม่ดีนัก ถามไปแล้วก็ไม่ได้คำตอบเพราะบัวหอมยังคงหลับตาและขมวดคิ้ว แต่มือยังคงบีบนวดตัวเอง “เป็นยังไงบัว บอกพี่หน่อย”
บัวหอมเปิดเปลือกตา ภาพซ้อนหายไปแล้วแต่ก็ต้องส่ายหน้าเพราะจนต่อคำตอบจริงๆ “ไม่รู้ บัวไม่รู้ มันร้อนๆ หนาวๆ” เสียงแหบพร่าและเริ่มมีเหงื่อผุดพรายตรงขมับ
“อึดอัดหรือเปล่า อยากเปลี่ยนชุดไหม” เตชินเอ่ยทั้งยังลูบผมบัวหอมให้เข้าที่เข้าทาง
“ก็ดีค่ะ”
“พี่ลงไปเอากระเป๋าให้ไหม?” บัวหอมพยักหน้า เตชินเลยลงไปที่ห้องพักพนักงานและได้กระเป๋าของบัวหอมกลับมา
เขากลับมานั่งที่เดิมแล้วจับบัวหอมหันหลังให้ “ดึงซิปให้นะ” เขาไม่ได้รอคำตอบจากบัวหอม แต่ดึงซิปชุดของบัวหอมทันที
“อือ” เสียงครางนั้นไม่ได้บอกว่าจะห้าม แต่ทำไมเตชินฟังเหมือนพอใจและจะเชิญชวนเสียมากกว่า เขาหยุดมือเพียงแค่นั้น ซิปยังอยู่แค่ครึ่งทาง เขาจับสองไหล่เปลือยให้หันกลับมา เห็นใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากแห้งผาดแล้วก็ทำให้เขาฉุกใจคิดอะไรบางอย่าง
“พี่โต” เสียงเรียกแหบพร่า ฟังดูเชื้อเชิญอย่างไรชอบกล
“หือ?”
“บัวไม่รู้เป็นอะไร”
เตชินดูจากท่าทางแล้วเขาพอจะเดาได้แล้วว่าบัวหอมเป็นอะไร เขากอดบัวหอมไว้ กดศีรษะให้แนบอกแล้วจัดการกับซิปต่อจนไปสุดทางของมัน เขาค่อยๆ ดึงชุดให้ต่ำลงจนเห็นเนินอกที่โผล่ออกมาจากชั้นในแบบเกาะอก เขาสะกิดตะขอเพียงครั้งเดียว บราเซียร์ตัวสวยหลุดลงไปทันตา
