บทที่ 2 ฤทธิ์ยาพิศวาสและเหตุบังเอิญ (1)
วันอาทิตย์เป็นวันที่ลูกค้าเริ่มจะเบาบางแต่ก็แทบจะเต็มทุกโต๊ะ บัวหอมดูแลลูกค้าของตัวเอง มีอยู่โต๊ะหนึ่งที่นั่งนาน เป็นลูกค้าขาจรที่มากันเกือบสิบคนและค่อนข้างจะเอ่ยแซวเธอมากกว่าโต๊ะอื่น บัวหอมจะหลบก็ไม่ได้ จะไม่ดูแลก็กลัวจะมีเรื่องไปถึงบริษัท
“เป็นอะไรไหม?” ปิยาเข้ามากระซิบขณะที่บัวหอมเข้ามาเอาเครื่องดื่ม
“ลูกค้าปากมากไปหน่อยค่ะ” บัวหอมถอนใจตามหลังและฉีกยิ้มให้ปิยา
“ให้พี่ช่วยจัดการให้ไหมล่ะ ถ้ามีอะไรบอกนะ ถ้าไม่ไหวพี่โทรเรียกพี่โตมาเคลียร์ให้” ปิยาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ตัวเองมีหน้าที่ดูแลร้าน แต่ถ้าไม่ไหวจะเคลียร์ก็ต้องเรียกตัวพ่อมาจัดการเองทุกครั้งไป
“ไม่เป็นไรหรอกพี่ปี บัวว่าลูกค้าโต๊ะนั้นนั่งอีกไม่นานคงกลับแล้ว นี่ก็จะห้าทุ่มแล้วด้วย พี่โตเองก็คงไม่เข้ามาแล้วมั่ง” บัวหอมไม่ได้บอกปิยาหรอกว่านัดกันไว้กับเตชินหลังเลิกงาน
“ระวังหน่อยนะ ไอ้พวกขี้เมานี่มือไม้อยู่ไม่ค่อยนิ่งด้วย” เตือนไปทั้งที่รู้ดีว่าบัวหอมก็ระวังตัวมากอยู่แล้ว
“บัวจะระวังค่ะ” บัวหอมเดินกลับไปที่โต๊ะดังกล่าว
แก้วเครื่องดื่มถูกยื่นมาตรงหน้า “ดื่มหน่อยไหมคนสวย”
บัวหอมเงยหน้ามองเจ้าของมือแล้วรีบปฏิเสธ “ไม่เป็นไรค่ะ”
“บริษัทเขาไม่ได้ห้ามไม่ใช่เหรอว่าห้ามดื่มกับลูกค้าน่ะ” เสียงท้ายโต๊ะดังมา
“ดื่มได้ค่ะ แค่จิบแต่อย่าให้เสียงาน” บัวหอมเทเครื่องดื่มเติมให้ และส่งกลับไป
“ดื่มเป็นเพื่อนพี่หน่อย เอ้า” แก้วเครื่องดื่มถูกส่งมาจากกลางโต๊ะ บัวหอมมองแล้วก็ไม่สบายใจ “บัวไปเอาแก้วมาเองดีกว่าค่ะ”
“เฮ้ย! รังเกียจพวกพี่เหรอคนสวย” หนึ่งหนุ่มในโต๊ะลุกขึ้นชี้หน้าจนลูกค้าโต๊ะอื่นหันมาสนใจ
“เปล่าค่ะ!” บัวหอมรีบปฏิเสธเพราะกลัวจะทำให้ลูกค้าโต๊ะอื่นตกใจและรับแก้วนั้นมาถืออยู่ในมือก่อนจะกวาดตามองลูกค้าโต๊ะนั้นทั่วทุกคน รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้า แต่ใจกลับหวั่นวิตกชอบกล
“ดื่มหน่อยเถอะ แค่แก้วเดียวพอ” ลูกค้ายังคะยั้นคะยอ บัวหอมเลยยกแก้วขึ้นดื่มอย่างเสียไม่ได้
เครื่องดื่มแก้วนั้นถูกดื่มอึกๆ เข้าไปจนหมดในทีเดียว ใช่ว่าบัวหอมจะคอแข็ง แต่ไม่อยากให้ลูกค้าโต๊ะนี้โวยวาย และคิดว่าคงไม่มีแก้วที่สองอีกแล้ว
หนุ่มในโต๊ะบางคนตบมือให้ บัวหอมได้แต่ถอนใจแผ่วเบาก่อนจะเดินไปบริการโต๊ะอื่นบ้าง เวลานั้นหลายๆ โต๊ะทยอยกันเรียกเก็บเงินไปแล้ว ยังเหลือนักดื่มที่ยังไม่ยอมไปไหนอีกสี่โต๊ะ เป็นหน้าที่ของบัวหอมสามโต๊ะ ส่วนอีกโต๊ะสั่งเครื่องดื่มอย่างอื่น
“บัว พี่ขอเช็คบิลก่อนนะ” พนักงานสาวที่ช่วยบัวหอมอยู่เดินมากระซิบเพราะเป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้วและจำเป็นต้องเรียกเก็บเงินก่อนตามกฎของร้านป้องกันลูกค้ากินแล้วไม่จ่าย ซึ่งหลายที่ก็ทำกันอย่างนี้อยู่แล้ว ลูกค้าส่วนมากจะรู้ดี
“ค่ะ” บัวหอมพยักหน้า แต่ยังคงอยู่คอยบริการเครื่องดื่มต่อไป
โต๊ะที่ถูกเรียกเก็บเงินสองโต๊ะลุกขึ้นกลับไปหลังจากนั้นไม่นานนัก เหลือก็แต่อีกสองโต๊ะ หนึ่งในนั้นคือโต๊ะเจ้าปัญหาที่ยังตอแยบัวหอมไม่เลิก ขอให้บัวหอมนั่งคุยด้วยเพราะไม่มีลูกค้าให้บริการแล้ว เธอปฏิเสธไป พนักงานคนอื่นยังไม่กล้าเข้ามายุ่ง เธอเลยคิดจะเรียกปิยามาช่วยพูดให้ แต่พอหันหลังให้มือหนึ่งคว้าผมยาวของบัวหอม ผมที่ปล่อยยาวถักเปียเก็บข้างหน้าไว้ ตอนนี้เป็นอุปสรรคเสียแล้วเพราะหนุ่มคนนั้นไม่ใช่แค่จับ แต่ออกแรงดึงด้วย
“อุ๊ย! ปล่อยค่ะ” บัวหอมเสียงแข็ง เริ่มไม่พอใจมากแล้ว หากว่าพูดกันไม่รู้เรื่องจะเป็นเรื่องใหญ่เอาได้ ซึ่งบัวหอมก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นนัก
เห็นท่าไม่ดีแล้วเลยมองหาปิยา อีกฝ่ายก็เหมือนจะมองอยู่ตลอดเลยก้าวฉับๆ เข้ามา ท่าทางไม่ได้จะเกรงกลัวลูกค้าที่เป็นผู้ชายร่างใหญ่กว่าอยู่แล้ว
“มีอะไรกันเหรอพี่?” ปิยาเสียงแข็ง แต่ก็ยังคงอยู่ในท่าทางสำรวม
“ใคร! พี่จะคุยกับน้องบัว”
“จะคุยก็คุยให้ดีๆ อย่ามาทำรุ่มร่ามกับเด็กในร้านน้องนะพี่” ปิยาเท้าสะเอว ท่าทางว่าไม่พอใจแล้ว สายตายังอยู่ที่มือของลูกค้าที่กำลังกำผมบัวหอมอยู่
บัวหอมยืนหันหน้าให้ปิยาเพราะยังขยับไปไหนไม่ได้ ปิยาเองก็ชักจะเดือดแล้วเหมือนกันที่เจ้าพวกขี้เมายังดื้อด้าน สงสัยคงต้องใช้ไม้แข็งเสียแล้ว ได้แต่คิดยังไม่ทันได้ทำอะไรก็เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน
“อุ๊ย!” บัวหอมสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันไปตวาด “ปล่อยนะ!” กายสั่นเพราะโกรธ ใบหน้าบึ้งตึงทันตาเห็น
เพราะเจ้าผู้ชายคนนั้นลูบสะโพกเธอ บัวหอมไม่เคยโดนหนักขนาดนี้เลยตกใจและพยายามดึงผมตัวเองให้หลุดจากพันธนาการ
“ไม่เอานา นิดเดียวเอง ถ้าอยากให้พี่ปล่อยก็กลับพร้อมพี่นะคนสวย”
“ไม่ค่ะ! ได้เวลาเลิกงานแล้วและกฎของบริษัทคือห้ามออกไปกับลูกค้า” บัวหอมเหลียวหลังไปมองลูกค้า เสียงที่ตอบไปเปลี่ยนเป็นต่อต้านเต็มที่
“ปล่อยเด็กมันเถอะพี่ เดี๋ยวผัวมันก็มาเอาเรื่องหรอก” เอ่ยไปถึงบุคคลที่สามที่ไม่มีตัวตน แต่ก็คิดว่าเจ้าพวกขี้เมาจะรู้จักเกรงใจกันบ้าง
“อ้อ มีผัวแล้วเหรอ แต่หุ่นยังเช้งกระเดะอยู่นี่ คงไม่ค่อยจะโดนเอาล่ะมัง”
บัวหอมทนไม่ไหวกับคำพูดหยาบคายนั้นจริงๆ เลยออกแรงกระชากหัวตัวเองสุดแรงเกิดจนรู้สึกเจ็บหนังหัว แต่ก็หลุดออกมาจากตรงนั้นได้และมายืนอยู่หลังปิยา ใช้ผู้จัดการสาวห้าวช่วยเป็นเกราะป้องกันให้
“ถ้าเมาแล้วก็กลับไปนอนเถอะพี่ นี่ก็ได้เวลาปิดร้านแล้วเด็กๆ เก็บร้านจะเสร็จอยู่แล้วด้วย” ปิยาเอ่ยพร้อมทั้งลูบมือบัวหอมที่เกาะเอวเธออยู่
“ไม่กลับ! จะกลับก็จนกว่าน้องบัวจะยอมกลับด้วย” เสียงพูดนั้นดังมาจากอีกคน ท่าทางเมามากพอๆ กัน
“ไม่ได้หรอกค่ะ” บัวหอมปฏิเสธทั้งยังเกาะหลังปิยาอยู่เช่นเดิม ชักหวั่นใจว่าเรื่องจะไม่จบง่ายๆ เสียแล้ว
“เรื่องมาก! เล่นตัวจริงนะ”
“เด็กมันก็บอกว่าไม่ไป จะบังคับมันทำไม กลับไปได้แล้วพี่ เมาหนักแล้วนะ น้องไม่อยากมีเรื่องมากไปกว่านี้นะพี่” ปิยาพยายามเก็บอาการจนเกือบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
“มีอะไรกัน?” เสียงหนึ่งดังมาพร้อมกับมืออุ่นใหญ่วางลงบนไหล่เปลือยของบัวหอม
“พี่โต!” ปิยากับบัวหอมเรียกเขาพร้อมกัน อุ่นใจที่เตชินมา เขาคงช่วยแก้สถานการณ์ได้แน่นอน
“ลูกค้าโต๊ะนี้ลวนลามไอ้บัว แล้วก็ไม่ยอมกลับจนกว่าไอ้บัวจะยอมกลับด้วย” ปิยาได้ทีฟ้องเสียเลย แน่นอนว่าเตชินต้องไม่ชอบใจมากที่ลูกค้าคิดจะล้อเล่นกับสาวน้อยที่เขาสนใจ
“เห็นจะไม่ได้หรอกครับ” เตชินหันไปเอ่ยกับลูกค้าโต๊ะนั้นเสียงทุ้มนุ่มปกติ
