บทที่ 1 สัมพันธ์แรกพบ (3)
บัวหอมมองย้อนไปตามทางเดินเล็กๆ นั้น กลัวว่าจะมีใครเห็นเธอกับเตชินเข้า ก็เพราะยังไม่อยากเป็นหัวข้อสนทนาของพวกพนักงานคนอื่นนี่นา เมื่อไม่เห็นใครแล้วก็รีบสาวเท้าตามร่างสูงไป กำลังจะถึงรถอยู่แล้ว
“พี่โต! นั่นจะพาไอ้บัวไปไหน” เสียงถามดังมาจากข้างหลัง ปิยารีบซอยเท้าตามมายืนอยู่หน้าเตชิน
“เข้าม่านรูด”
บัวหอมหันขวับ ตกใจในคำตอบของเตชินจนหน้าถอดสี เขาพูดเล่นใช่ไหม ต้องพูดเล่นแน่ๆ แต่เธอก็กลัวจริงๆ นั่นแหละ ก็ดูหน้าเขาจริงจังเสียเหลือเกิน
“ชิชะ ไวไฟจริงนะพ่อปลาไหลกับแม่เวอร์จิ้น”
คำพูดของปิยาไม่ได้ทำให้บัวหอมหวั่นไหวเท่าคำตอบของเตชิน แต่ก็ต้องหันซ้ายแลขวาเผื่อจะมีคนอื่นได้ยิน ก็เพราะที่ร้านอาหารแห่งนี้ข่าวสารไปไวยิ่งกว่าจรวด ใครไปไหนทำอะไรกับใครดันรู้กันเสียทั่วหน้า บัวหอมเลยต้องระวังให้มากเพราะเพิ่งจะมาประจำร้านนี้ไม่ถึงอาทิตย์ ถ้ามีปัญหาขึ้นมาอาจถูกส่งตัวกลับบริษัทและถ้าไม่โดนสอบความจนไล่ออกก็คงต้องเปลี่ยนไปประจำร้านอื่นเลย และบัวหอมก็ไม่อยากให้มีเรื่องจนต้องย้ายร้าน
“ไอ้บัว ระวังจะโดนเมือกปลาไหลเข้าละ”
เมื่อเห็นสีหน้าของบัวหอมแล้วเตชินก็ต้องผลักหน้าปิยา “กลับบ้านไปอ้อนพ่อแกเลยไป!” เตชินไล่ปิยาแล้วเปิดประตูรถให้บัวหอม รถเก๋งทรงสปอร์ตของเขาจอดนิ่งอยู่ข้างรถของปิยานั่นเอง
บัวหอมยังคงยืนนิ่ง ชักลำบากใจเสียแล้ว คิดว่าขอเตชินกลับเองจะดีกว่าไหมนะ ยิ่งผู้จัดการสาวห้าวทักมาหลายครั้งยิ่งกลัวเสียแล้ว เมื่อมองไปทางปิยาที่เดินไปเปิดประตูรถของตัวเอง และก่อนที่เจ้าตัวจะเข้าไปนั่งยังทำท่าปาดคออีก แล้วอย่างนี้จะไม่ให้กลัวเตชินได้ยังไงเล่า
“บัว?”
บัวหอมหันมามองหน้าเตชิน ท่าทางอึดอัดใจ “บัวกลับเองดีกว่าค่ะ”
“พี่แค่พูดเล่น แล้วไอ้ปีมันก็ปากเสียอยู่แล้ว รู้ใช่ไหม ไปเถอะ รับรองว่าไม่ทำอะไรแน่นอนครับ” เตชินจับศีรษะบัวหอมโยกเบาๆ รู้ดีถึงความลำบากใจที่ถูกปิยาใส่ไฟ
บัวหอมยิ้มน้อยๆ กระดากอายที่เข้าใจเขาไปในทางเสียหาย สายตามองรถของปิยาที่เพิ่งจะขับออกไป แล้วก็ถอนใจหันมองหน้าเตชินอีก เขาก็พยักหน้าให้พร้อมทั้งยกมือขึ้นเป็นเชิงว่าเขาสาบานในคำพูดว่าจะไม่ทำอะไรให้เสื่อมเสีย บัวหอมเลยยอมเข้าไปนั่งในตอนหน้าคู่กับคนขับ เตชินปิดประตูแล้วอ้อมมาขึ้นรถด้วยความรวดเร็ว
เขาพารถออกจากร้านทันที เห็นบัวหอมเงียบเขาเลยชวนคุย “กลับดึกทุกวันไม่กลัวหรือไง”
บัวหอมกำลังใจลอยเมื่อได้ยินเสียงเขาเลยสะดุ้งเล็กน้อยแล้วตอบเขาไป “ชินแล้วค่ะ”
“ทำพีจีนานแล้วเหรอ?”
“บัวทำได้ปีกว่าแล้วค่ะ แรกๆ ก็กังวลที่ต้องกลับดึก แต่น้าจิวเป็นคนดี บัวใช้บริการบ่อยจนสนิทกันแล้ว น้าจิวก็อยู่ไม่ไกลจากที่บัวพัก วินหน้าปากซอยก็รู้จักกันหมดทุกคนค่ะ”
“หิวหรือเปล่า?” อยู่ๆ เตชินก็เปลี่ยนเรื่อง
“หา?”
“หิวไหม?”
“ไม่ค่ะ ปกติกลับห้องแล้วก็นอนเลย”
“วันนี้ขอไม่ปกติได้ไหม แวะหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยกลับ”
“พี่โตหิวเหรอคะ?”
“หิวจนหน้ามืดตาลาย” เตชินเอ่ยพร้อมทั้งเสียงหัวเราะ
“ก็แล้วทำไมไม่กินที่ร้านเสียล่ะคะ”
“พี่แวะไปที่สาขาสองมา เทียวไปเทียวมาจนลืม เพิ่งจะนึกออกว่ายังไม่กินมื้อเย็นก็ตอนท้องร้องนี่แหละ” เตชินหัวเราะตบท้าย
“บัวถึงไม่เห็นพี่โต”
“คิดถึงเหรอ” เขาหันมายิ้ม
บัวหอมหลบตา กอดกระเป๋าเสียแน่น “จะกินอะไรคะ สายนี้มีแต่ร้านข้าวต้ม” บัวหอมมองไปสองข้างทางก็เห็นร้านข้าวต้มร้านหนึ่ง
“ใกล้บ้านพี่มีตลาดโต้รุ่ง ยิ่งดึกยิ่งครึกครื้น เคยไปหรือเปล่า” เตชินถามขึ้นขณะที่ชะลอรถลง
“ไม่เคยค่ะ แต่เคยผ่านตอนกลับจากทำงาน”
“ถ้างั้นไปเดินดูที่ตลอดโต้รุ่งกัน” เตชินไม่รอคำตอบและกลับรถพาบัวหอมไปยังอำเภอใกล้ๆ มีตลาดโต้รุ่งทุกวัน หาของกินได้จนถึงเจ็ดโมงเช้า แต่บางร้านก็เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว เป็นตลาดที่ใกล้บ้านเขาและใกล้ร้านสาขาสองด้วย
“แต่พี่โตต้องขับรถกลับไปกลับมา เหนื่อยนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอก เหนื่อยแค่ไหน ดึกแค่ไหนก็จะมาส่งให้ถึงที่ รับรองความปลอดภัย” เขายิ้มล้อเลียนแต่ไม่ได้หันมามองและรู้ดีว่าบัวหอมกังวลที่ต้องอยู่กับเขานานๆ
บัวหอมมองเขานิ่ง แล้วก็ต้องยอมตามที่เขาพูด แค่สิบห้านาทีก็มาถึงที่หมายเพราะดึกแล้วถนนโล่งเขาเลยทำเวลาได้เร็วกว่าปกติ เตชินจอดรถที่ริมถนนและเดินเข้าประตูตลาดโต้รุ่งไป บัวหอมเดินตามหลังเขาไปเพราะผู้คนมากมาย เหมือนเป็นงานประจำปีเสียมากกว่าตลาดโตรุ่ง ดีที่เก็บกระเป๋าไว้ในรถของเตชินและถือมาแค่กระเป๋าใบเล็กที่ใส่โทรศัพท์กับเงินได้พอดี บัวหอมกำลังเดินดูสองข้างทางเพลินแต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อถูกคว้าข้อมือหมับเข้า แทบจะสะบัดออกอยู่แล้วแต่เมื่อเห็นว่าเป็นมือของเตชินเธอเลยหยุดไว้
“ขอโทษที พี่เห็นบัวเดินใจลอย กลัวจะหลงกัน”
“บัวกำลังดูของกินอยู่” บัวหอมมองข้อมือที่ถูกมือใหญ่รวบไว้ ก่อนที่มันจะถูกปล่อยแล้วเปลี่ยนมาจับมือแบบประสานนิ้วกัน
“แบบนี้คงดีกว่า” เขาจับมือเธอชูขึ้นและพากันออกเดิน
บัวหอมประหม่าเดินตัวแข็งมือแข็งเพราะไม่เคยเดินจับมือกับใครแบบนี้มาก่อน มือไม้อีกข้างก็ไม่รู้จะวางไว้ที่ไหน ได้แต่ลูบผมที่ถูกปล่อยยาวเบาๆ
“อยากกินอะไรไหม?”
บัวหอมยังคงตื่นเต้นที่เขาจับมือ แต่เตชินกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเลยพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ คิดเสียว่านี่เป็นการทำงานพีจีวันแรก ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี
“ว่าไง?”
บัวหอมหันมองร้านค้าสองข้างทางก่อนจะชี้ไปที่ร้านเครป
“กินเครปตอนตีหนึ่งนี่นะ” บัวหอมพยักหน้าเพราะอยากกินจริงๆ เตชินเลยจูงมือเธอแหวกผู้คนไปยืนอยู่หน้าร้านขายเครป
“พี่โตจะกินด้วยไหมคะ?” เตชินส่ายหน้า บัวหอมเลยสั่งส่วนของตัวเอง “เอากลัวหอมครีมช็อกโกแลตค่ะ”
ทั้งสองรออยู่ไม่นาน ได้เครปแล้วเตชินจ่ายเงินให้ บัวหอมปฏิเสธยังไงเขาก็ไม่ยอม ทั้งสองเดินดูของกินต่อ เตชินตัวสูง บัวหอมที่สูงร้อยหกสิบหกก็ยังสูงแค่คางเขาเอง เขาทั้งหล่อ สาวๆ ที่เดินผ่านเลยส่งสายตาให้ไม่ขาดสาย บางคนไม่ใช่แค่สายตา ยังยิ้มหวานหยด ยังมีสาวประเภทสองที่ใส่เสื้อกล้ามเว้าหน้าลึกจนเห็นเนินอกที่คงจะไปทำมาและดูท่าทางเจ้าตัวก็คงภูมิใจมาก เมื่อเดินสวนกันไปเจ้าหล่อนยังเดินกลับมาส่งจูบให้และส่ายหน้าอกจนสองเต้ากระเพื่อมต่อหน้าเตชิน เขาชะงัก สีหน้าบอกบุญไม่รับขึ้นมาทันใด แต่บัวหอมกลับขำเสียยกใหญ่ แม่สาวอกโตเดินจากไปแล้วพร้อมเสียงหัวเราะทุ่มใหญ่ แม้จะพยายามดัดให้เล็กแหลมเพียงใดก็ฟังเหมือนเสียงหัวเราะผู้ชายอยู่ดี
เตชินจูงมือเธอรีบสาวเท้าจากมาก่อนจะหันมาขยี้หัวบัวหอม “ไม่ตลกเลยนะ”
“ฮ่าๆ เขาชอบพี่โต” บัวหอมใช้เครปปิดปากหัวเราะ
เตชินจุ๊ปากขัดใจ “ตัวเท่ายักษ์ นมยังกับส้มโอ”
“พี่โตปากจัดจัง ฮ่าๆ” บัวหอมยังคงหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง ท่าทางเตชินโกรธจริงๆ แต่บัวหอมก็หยุดหัวเราะไม่ได้นี่นา
