บท
ตั้งค่า

น้องสาวที่ไม่ต้องการ

บ้าน...

ชาริมองไปรอบๆ อาณาบริเวณของบ้านหลังใหญ่โต บ้านสวยมาก...มันดูดีกว่าบ้านหลังเล็กของเธอและมารดา

บ้านไม้เก่าแก่ ผสมกันระหว่างไม้พะยูงและไม้สัก ถูกต่อเติมจนสวยงามผสมกันทั้งศิลปะเก่าใหม่ คนสั่งต่อเติมคือชัชพงศ์ เพราะเขาถือว่าเป็นหน้าตาของครอบครัว ที่จะต้องมีบ้านหลังใหญ่สวยงาม ใครไปมาจะได้ล่ำลือกันปากต่อปาก...ในทัศนคติของชัชพงศ์ การมีบ้านไม้หลังใหญ่ ไม้ราคาแพงหายาก มันดูมีค่ามีราคากว่าบ้านปูน และเขาต้องจ่ายราคาแพงกว่าบ้านปูนหลายเท่า เขาก็ยอม เฟอร์นิเจอร์ส่วนมากเป็นไม้ทำมือเกือบทุกชิ้น

สวนของบ้านเขาก็ดูแลรักษาไว้อย่างดี ไม้ดัดราคาแรง และบรรดาว่าน ไม้ด่าง อะไรที่ฮิตบ้านเขาต้องมีครบ แม้จะจบที่ตกดอยขาดทุนมากโข แต่ชัชพงศ์ก็โนว์สนโนว์แคร์ นายหัวชัชพงศ์เสียอย่าง เสียเงินได้เสียหน้าไม่ได้

ชัชพงศ์คือพี่ชายพ่อเดียวกับเธอ เขาอายุมากกว่าเธอถึง 30 ปี ไม่น่าเชื่อแต่ก็เป็นไปได้แล้ว เพราะบิดาของเธอ ชัยยศ เขาก็อายุมากแล้วตอนที่ได้มารดาของเธอเป็นภรรยา เกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่มีชาริ แต่เธอก็กลายเป็นทายาทของชัยยศอีกคนหนึ่ง ที่ทุกคนพึ่งรับทราบถึงการมีอยู่ของชาริ เขตพงศ์ศรี

เมื่อทนายความพามารดาและเธอไปเปิดตัวที่งานศพของชัยยศ ว่าเป็นภรรยาและบุตรอีกคน เขาก็ต้อนรับเธอด้วยความประทับใจ ประทับใจแบบที่แทบจะไม่กล้าอยากกลับมาที่นี่อีก

ชัชพงศ์อาละวาด เขาง้างขาเตะมารดาของเธอ และโดนเข้าเต็มๆ ตอนที่รสรินยกมือไหว้เขา ทนายความและคนอื่นๆ ต้องห้ามให้วุ่น

มารดาของเธอสลบคาที่...ส่วนชาริ เธอร้องไห้เพราะความตื่นกลัว เธอไม่เคยเจอความรุนแรงขนาดนี้ ชัชพงศ์พอสะบัดหลุดแล้ว เขาปรี่มาหาเธอ เขาจับต้นแขนของเธอยกให้ลอยขึ้น มองจ้องชาริด้วยสายตาอาฆาตแค้น ก่อนจะสบถออกมา

‘มึงมันตัวฉิบหายของกู ออกไปจากบ้านกู ทั้งแม่ ทั้งลูก กูไม่ต้อนรับ กูเป็นทายาทคนเดียวของที่นี่’

ชาริได้แต่ช็อก เธอไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ต่อสู้ เพียงแค่มองจ้องเขาด้วยนัยน์ตาเบิกโพลง น้ำตาไหลพราก

ทนายความมาช่วยเธอ และช่วยไกล่เกลี่ย พาแม่เธอไปส่งโรงพยาบาล พาพวกเธอไปพักที่โรงแรมก่อนชั่วคราว ระหว่างที่เจรจาพาตัวเธอและแม่เข้าไปอยู่ในบ้านเขตพงศ์ศรีให้ได้ พอมารดาฟื้น หมอค้นพบว่าท่านมีโรคประจำตัว อาจจะเพราะการใช้ชีวิตแบบไม่ถนอมสุขภาพของรสรินก็เป็นได้ ทำให้เกิดโรคขึ้นและเธอบอกกับแพทย์เจ้าของไข้ว่า ยังไม่ให้บอกบุตรสาว เธอจะบอกกล่าวเอง

ชาริตอนนั้นแม้จะยังเด็กมาก แต่เพราะการใช้ชีวิต ทำให้เธอโตเกินอายุ มีความคิดความอ่านมากกว่าวัย เธอวางแผนชีวิตไว้ว่าจะเรียนที่ไหน จะขอทุนที่ไหนบ้าง เพราะรู้ว่ามารดามีเงินไม่มากนัก จริงอยู่ว่าบิดาเคยให้เงินไว้หลักล้าน แต่รสรินกลับถูกญาติห่างๆ มาหลอกไปลงทุนจนหมดตัว ดีที่ยังเหลือบ้านไว้ และไม่มีหนี้อะไรพอกมาเพิ่ม แต่ก็ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากอัตคัดไปหมด

เสาหลักของบ้านไม่ได้ส่งเสีย รสรินใช้ฝีมืองานครัวรับทำข้าวกล่อง มีงานมาให้ทำเรื่อยๆ ชารินั้นก็ช่วยมารดาทำงาน เธอทำขนมไปขายที่โรงเรียนบ้าง ไม่ก็ไปรับจ้างชาวสวนทำงานในสวน มารดานั้นทำงานหนักไม่ได้ แต่ชาริทำได้และสู้งาน ตัวเล็กๆ ผอมๆ บางนิดเดียว ทำงานเหมือนมด ทำไม่หยุด สู้ไม่ถอย เจ้าของสวนมะพร้าวเอ็นดูชาริมาก เรียกใช้งานเสมอและมักจะให้มะพร้าวบ้าง ผลไม้ในสวนบ้าง กลับมาให้ชาริขาย ไม่ก็เอาไว้รับประทานนอกเหนือจากค่าจ้าง

แม้จะมีบ้างอิ่มบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่ชาริคิดว่าดีกว่าที่เธอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ บ้านที่ใหญ่โต อาหารการกินดีกว่า มีคนขับรถให้ ถูกเรียกว่าคุณหนูชาริ มีโอกาสเรียนโรงเรียนดีๆ แต่...

ที่นี่มีเขา ชัชพงศ์

นายหัวชัชพงศ์ อายุมากกว่าเธอถึงสามสิบปี สายตามองมายังเธอไม่เป็นมิตร เธอไม่กล้าเรียกเขาว่าพี่ เรียกเขาว่านายหัวเหมือนมารดาและคนอื่น ตอนแรกเขาจะให้เธออยู่เรือนคนใช้ ลุงทนายทำหน้าไม่เห็นด้วย บอกว่าชาริกับรสรินก็เป็นเจ้าของที่นี่เหมือนกับชัชพงศ์ ทำแบบนั้นไม่ควร

ชัชพงศ์ยังพอจะเกรงใจลุงทนายอยู่บ้าง ไม่กล้าอาละวาดนัก เขาบอกว่าเขาเกลียดขี้หน้าน้องสาวร่วมบิดา ยังทำใจเรื่องที่จู่ๆ เธอก็โผล่มาเป็นทายาทอีกคนของเขตพงศ์ศรีไม่ได้ ทนายจรัญผู้ยึดถือความยุติธรรม อายุอานามมากกว่าเขาเกือบยี่สิบปี รับใช้ดูแลชัยยศมานาน รู้เห็นความเป็นอยู่ของสองแม่ลูก ว่าลำบากยากเข็ญแบบไหน เขารู้ว่าคุณท่านทำไม่ถูก เขาตั้งใจจะช่วยเหลือทั้งสองคนเท่าที่ทำได้

ความที่ยังถือพินัยกรรมไว้ของทนายจรัญ เขาทำตามคำสั่งของชัยยศเป็นผู้จัดการมรดก มีหน้าที่ทุกอย่างจนกว่าชาริจะบรรลุนิติภาวะ ในพินัยกรรมระบุว่าอายุยี่สิบห้าปี และเมื่อถึงเวลานั้น ทุกอย่างจะถูกโอนเป็นของชาริครึ่งหนึ่ง ตามความตั้งใจของเจ้าของมรดก

ชัชพงศ์บอกว่าทนอยู่บ้านเดียวกับหล่อนไม่ได้ เลยสร้างบ้านหลังเล็กให้อีกหลัง ให้อยู่ในสวนปาล์ม จะได้ไกลหูไกลตา เขามอบหมายให้ชาริและมารดาช่วยงานในสวน บอกว่าเป็นน้องเขา ใช้นามสกุลเขตพงศ์ศรีก็จะมางอมืองอตีนไม่ได้ ทุกคนต้องทำงาน ถึงจะมีที่อยู่ ที่กิน ชาริต้องขี่จักรยานมาที่บ้านใหญ่ทุกเย็น เพื่อเรียนรู้งานบัญชี งานเอกสาร ชัชพงศ์มอบหมายให้เธอที่ตอนนั้นมีอายุเพียงสิบหกปีได้ทำ

โชคดีที่ชาริหัวไว ทำงานได้ดี แทบไม่ตกหล่น มีผิดพลาดบ้างเล็กน้อย บางครั้งบางหน แต่พอหลังๆ มาทำงานนานเข้า ชาริทำงานได้ดีกว่าเสมียนที่เขาจ้างมาเป็นสิบปีเสียอีก

เด็กคนนี้ฉลาด...หัวไว

หน้าตาสวยน่ารัก พอไม่ต้องทำงานหนักเข้าสวนเหมือนเมื่อก่อน ผิวพรรณก็เริ่มหายคล้ำ หน้าตามีราศี แม้จะยังผอมบาง ตัวเล็กแต่คล่องแคล่วว่องไว ใบหน้านั้นติดรอยยิ้มตลอดเวลา ขนาดว่าเขาทำหน้าดุใส่ หล่อนก็ยังฝืนยิ้มให้ กลายเป็นขวัญใจของคนทั้งสวน โดยเฉพาะลุงทมหัวหน้าคนงานที่อยู่กันมาตั้งแต่รุ่นของชัยยศ ทุกคนรักและเคารพลุงทมมาก อาจจะมากกว่าเขาด้วยซ้ำ เมื่อลุงทมรักใคร มันก็หมายความว่า แนวโน้มว่าทุกคนจะรักและเอ็นดูหล่อนด้วย

ชัชพงศ์ไม่เคยเอ็นดูชาริ อคติบังตาบังใจเขา และยิ่งกว่านั้น ผลประโยชน์ที่ควรจะเป็นของเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ มันกลับต้องถูกหารสอง เพราะอีนังเด็กเวรนี่แท้ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel