บท
ตั้งค่า

พ่อของชาริ

บ้านไม้หลังเก่าอายุอานามสิบกว่าปีแล้ว อยู่เกือบสุดซอย มีทางเล็กๆ ไม่ใช่ทางรถยนต์เข้าไปถึงตัวบ้าน ถ้าจะมาที่นี่แล้วใช้รถยนต์ก็ต้องจอดไว้ข้างนอก เจ้าของบ้านไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะใช้รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง และจักรยานเป็นยานพาหนะเข้าออก

สองแม่ลูกอยู่กันมาอย่างสงบสุข ทำมาหากินตามประสา รสรินเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว อายุของเธอยังไม่มากเพียงแค่สามสิบห้าปี ลูกสาวของเธออายุตอนนี้ได้สิบห้าปี สองแม่ลูกขยันขันแข็ง ช่วยกันทำงาน ไม่มีวี่แววว่ารสรินจะมาสามีใหม่

รสรินย้ายมาอยู่ที่นี่พร้อมกับลูกสาวได้นานมาแล้ว เธอใช้เงินสดซื้อบ้านต่อจากเจ้าของเดิมและมาทำมาหากินตามประสาแม่ลูก ชาวบ้านแถวนั้นไม่รู้ว่าพวกเธอมาจากไหนกัน แต่ก็มาดีไม่ได้มาร้าย พื้นเพของรสรินน่าจะเป็นคนใต้เพราะมีสำเนียงเฉพาะถิ่นอย่างชัดเจน

จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ รถยนตร์คันหนึ่งที่มาจอดไว้ตรงปากซอยเข้าบ้านของรสริน ทำให้ชีวิตของสองแม่ลูกเปลี่ยนไป เมื่อชายสูงวัยท่าทางใจดี เดินหลังค้อมเล็กน้อยตามวัย เข้ามาตะโกนเรียกเธอและลูกสาว

เขาคือทนายจรัญ...

“แม่จะพาหนูเข้าไปอยู่ในบ้านของพ่อ”

เสียงของมารดาทำให้ชาริเงยหน้าขึ้นมองท่าน นัยน์ตาของรสรินดูอ่อนล้า และเจ็บปวดจนเด็กหญิงสัมผัสได้

“หนูจะได้เรียน”

มารดายังคงพูดต่อ เธอมองไปยังภาพของชายที่อยู่ในกรอบรูปถ่ายคู่เคียงเธอที่อุ้มบุตรสาวในอ้อมแขน ตอนนั้นชาริยังอยู่ในวัยทารก ที่ตั้งประดับไว้ที่โถงของบ้าน วันนี้ทนายจรัญมาแจ้งเรื่องของเขา...และพาเธอกับลูกไปร่วมงานพิธีของ...

นายหัวชัยยศ

น้ำตาที่คิดว่าแห้งเหือดไปหลายปีแล้วของเธอ ไหลรื้นขึ้นมาเมื่อครั้งเธอไปเคารพศพเขา ผู้ชายที่เธอเกลียดและไม่คิดจะรัก กับสิ่งที่เขาทำกับเธอ แต่สุดท้ายเมื่อหัวใจเริ่มอ่อนบางและให้อภัยเขา เขากลับ...

“แม่...แต่หนูกลัว”

ชาริเอ่ยตามความจริง ประสบการณ์ในงานศพของคนที่เธอเพิ่งจะรู้ว่าเขาคือพ่อ...เธอมีพ่อเหมือนคนอื่น ซึ่งกว่ามารดาจะปริปากบอกเธอนั้น ก็คือวันที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว วันที่เธอได้จุดธูปดอกเดียวกราบเขา

รสรินมองใบหน้าของเด็กหญิง เธอน้ำตาคลอด้วยความสงสารลูก แต่นี่คือทางเลือกเดียวที่ดีที่สุด สำหรับชาริ

สำหรับชาริ...

เด็กหญิงควรมีโอกาสได้ร่ำเรียนดีๆ ตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ...

แต่เธอก็ทนอยู่บ้านนั้นไม่ได้จริงๆ รสรินกล้ำกลืนน้ำตาลงไปเสีย เธออ่อนแอไม่ได้ เธอจะต้องเข้มแข็ง

ท่าน...

รำลึกถึงผู้ชายที่ข่มเหงเธอ จนเธอมีชาริ และพาหนีออกจากบ้านหลังนั้น เขาตามมารับผิดชอบ ส่งเสียดูแลเมื่อเธอหนีออกมาได้สองเดือน ยิ่งรู้ว่าเธอมีลูกติดท้องเป็นทายาทของท่าน ท่านดีใจมากเพราะไม่คิดว่าอายุมากแล้วจะมีลูกได้อีก

บ้านหลังนี้ท่านก็ซื้อให้ ท่านไม่ได้ขู่เข็ญอะไรเธออีก หรือบังคับเธอ มาเยี่ยมบ้างตามสมควร พอชาริรู้ความอายุได้สี่ขวบ ท่านก็ค่อยๆ หายไปจากชีวิตของเธอและลูก

ไม่มีการติดต่อ ไม่มีการส่งเสียเป็นรายเดือนเหมือนอย่างเคย

มีเงินก้อนโอนมาจำนวนหนึ่งล้านบาทเข้าบัญชีของเธอตอนที่ชาริอายุได้หกขวบ

ต่อมามีทนายความที่บอกว่าเป็นตัวแทนท่าน เข้ามาพบกับเธอ บอกกล่าวว่าท่านกำลังป่วย ให้เบอร์โทรศัพท์เธอไว้ติดต่อ ซึ่งรสรินโทรศัพท์ไปเพียงแค่ครั้งเดียว ถามไถ่อาการ และขอบคุณที่ให้เงินทุนรอนมา ท่านบอกว่าอาจจะไม่ได้ส่งเสียอีก เพราะตอนนี้ที่สวนปาล์มมีปัญหา บุตรชายของท่านเอาเงินไปลงทุนขยายกิจการเพิ่มแล้วขาดทุน เลยกันเงินออกมาให้ได้เท่านี้ ถ้ากิจการดีเหมือนเดิมและหายป่วย จะกลับมาเยี่ยมเยือนเธอและลูก ท่านถามว่า เธอจะกลับไปอยู่กับท่านในฐานะภรรยาได้ไหม? เพราะว่าตอนนี้ ท่านไม่มีใคร และขอจดทะเบียนรับรองบุตรให้กับชาริเป็นลูกของท่าน ให้ใช้นามสกุล เขตพงศ์ศรี

รสรินตอบกลับไปว่าขอเวลาให้เธอสักหน่อย เรื่องจะให้กลับไปอยู่ด้วยกัน แต่เธอยอมเรื่องจดทะเบียนรับรองบุตร ชัยยศหัวเราะ และตอบว่าเขาให้เวลาเธอมานานมาก เธอใจแข็งมาก เขาตื๊อเธอมาเท่าอายุชาริ แต่เธอไม่เคยใจอ่อนเลย

แผลนั้นมันลึก...จนเป็นรอยแผลเป็น

รสรินอยากจะขอเวลา...เธอให้อภัยท่านแล้ว แต่เธอยังกลัว กลัวที่จะเข้าไปในบ้านหลังนั้น ยิ่งลูกชายของเขา ชัชพงศ์ เธอยิ่งกลัวเขา...

เธอถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วยิ้มให้กับบุตรสาว เธอลูบศีรษะของชาริ เอ่ยเสียงอ่อนโยนปลอบประโลมใจทั้งบุตรสาวและตัวเอง

“เราจะเข้าไปอยู่ที่นั่น ชาริ ที่นั่นคือที่ของแม่กับหนู หนูคือทายาทของเขตพงศ์ศรี หนูควรได้รับชีวิตดีๆ แม่ขอโทษที่ทำให้หนูต้องพรากจากพ่อ ขอโทษที่ทำให้หนูต้องเป็นอยู่อย่างนี้ แต่ต่อไปนี้ หนูจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ชาริ”

เด็กหญิงพยายามยิ้มให้กับมารดาแม้จะเหยเก

การไปอยู่ที่นั่น...แม้ว่าบ้านจะหลังใหญ่กว่าเคย และเธอคงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้...หากไม่มีเขา

ชัชพงศ์ เขตพงศ์ศรี

พี่ชายของเธอ...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel