บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ข้าไม่ได้อยากแต่งกับนาง

ตอนที่ 6

ข้าไม่ได้อยากแต่งกับนาง

“กระหม่อมขออนุญาตไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพะยะค่ะ” ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์เพียงครั้งเดียว หลี่กงกงก็ทำความเคารพและเดินถอยหลังออกจากห้องทรงงานทันที

“หวังว่าแม่ทัพหวังคงจะจัดการเจ้าได้นะหมิงหย่วน”

เมื่อหมิงหย่วนกลับมาถึงจวนก็เห็นบิดาของตนกำลังจิบชาอย่างอารมณ์ดี เขาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ ผู้เป็นบิดา พร้อมกับเอ่ยถามอย่างขุ่นเคือง

“ท่านพ่อเหตุใดท่านไม่คัดค้านการประทานสมรสในครั้งนี้” จู่ ๆ ซื่อจื่อน้อยก็กลับต่อว่าต่อขานผู้เป็นบิดาทันทีที่กลับมาถึงจวน ด้วยเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนแต่กลับไม่มีใจที่จะผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ เขาเดินมาร่วมวงนั่งจิบชากับผู้เป็นบิดาทันที

“ข้าเป็นเพียงขุนนางในพระราชสำนักหากว่าฮ่องเต้มีพระราชโองการ ข้าจะขัดได้อย่างไรเล่า” เมื่อได้ยินผู้เป็นบิดาพูดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว หมิงหย่วนก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมา

“ท่านพ่อไม่ได้เลือกเลยหรือว่าผู้ใดจะมาเป็นสะใภ้ของท่าน” ผู้เป็นบิดาหัวเราะร่วนออกมาและส่ายหน้าไปมา

“ธรรมเนียมโบราณว่าไว้อย่างไรบุตรีก็ต้องแต่งออกเรือนตามคำสั่งบิดามารดาและแม่สื่อ นี่เป็นถึงรับสั่งของฮ่องเต้เชียวนะ เจ้าคิดว่าแม่ทัพหวังจะกล้าขัดพระราชโองการเชียวหรือ” เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นบิดาก็ทำให้เขานิ่งงันไป

“แล้วเหตุใดนางจึงไม่เลือกแต่งเข้าตำหนักบูรพาเล่า” ผู้เป็นบิดาก็วางจอกชาลงทันที

“เช่นนั้น ข้าก็ขอถามเจ้าด้วยเคยเป็นถึงแม่ทัพดูแลชายแดนฝั่งเหนือและนางเป็นแม่ทัพใหญ่ดูแลชายแดนฝั่งใต้ เจ้าไม่อยากถูกผูกมัดด้วยการแต่งงานสูญเสียอิสรภาพและถูกกำหนดให้อยู่กับคนที่เจ้าไม่ได้รัก แล้วนางเล่า นางเป็นถึงแม่ทัพใหญ่องอาจห้าวหาญ รบชนะศึก สามารถตีเอาเมืองตงอวี่กลับมาเป็นแผ่นดินเหยียนโจวได้ดังเดิม เหตุใดนางจึงถูกบังคับให้แต่งงานและต้องเลือกฝ่ายด้วยเล่า ถ้าเป็นเจ้า เจ้าจะเลือกฝ่ายใด” เมื่อผู้เป็นบิดาถามขึ้น บุตรชายกลับนิ่งงันไม่ยอมตอบอันใด

ความจริงแล้วไม่ใช่เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของนางว่าเป็นการยากลำบากยิ่งนักที่นางก็ต้องเลือก เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ตั้งแต่หลี่กงกงเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายในท้องพระโรงแล้ว แต่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดชะตาฟ้าต้องลิขิตให้เขาเป็นซื่อจื่อแห่งจวนผิงชินอ๋อง และเขาจะต้องแต่งงานกับนางด้วยเล่า สิ่งนี้เองที่เขาไม่เข้าใจ เขารู้ว่าหากนางได้แต่งเข้าตำหนักบูรพาเป็นไปตามความต้องการของเสนาบดีฝ่ายซ้ายแผ่นดินเหยียนโจวคงจะลุกเป็นไฟ คนดีอย่างองค์ชายสองก็คงจะถูกกำจัด อีกทั้งเขายังเป็นสหายสนิทขององค์ชายสองจะยอมให้สหายของตนเกิดภัยได้อย่างไรเล่า

“เช่นนั้นเจ้าก็คงจะเข้าใจความลำบากใจของนางแล้วกระมัง ถ้าเช่นนั้นให้ข้าจิบชาอย่างสบายอารมณ์เถิด” ผู้เป็นบุตรชายนั้นหันมองบิดาของตนด้วยความหงุดหงิดใจ พร้อมลุกขึ้นสะบัดหัวและอาภรณ์ของตนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ จนหยาดน้ำกระเซ็นไปถูกอาภรณ์ของผู้เป็นบิดา จนผู้เป็นบิดาถลึงตาใส่ด้วยความโมโห

“เจ้านี่นะเล่นอย่างกับเด็ก ข้าจะคอยดูว่าเมื่อเจ้าแต่งแม่ทัพหวังเข้ามาในจวนแล้ว ข้าจะให้แม่ทัพหวังจัดการเจ้า”

“ข้าไม่ได้อยากแต่งกับนาง”

“เจ้าได้เห็นหน้าของนางแล้วหรือ เหตุใดเจ้าถึงได้พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าไม่อยากแต่งกับนาง”

“ไม่เห็น แล้วก็ไม่อยากเห็นอีกทั้งข้าไม่อยากแต่งอีกด้วย”

“วันนี้นางมาที่จวนเพื่อมาหาเจ้า” คำบอกเล่าของผู้เป็นบิดาทำให้หมิงหย่วนชะงักฝีเท้าลงทันที

“ท่านว่าอันใดนะ ท่านพ่อ”

“ตอนออกจากท้องพระโรงนางต้องการจะคุยกับเจ้า ข้าจึงบอกให้นางมาหาเจ้าที่จวน แต่ใครจะไปรู้ว่าเจ้าใจร้อนเข้าวังไปจึงได้สวนทางกับนาง”

“ใครอยากเห็นหน้านางเล่า” เขาตอบออกไปอย่างไม่แยแส

“ตอนที่นางยังเด็กนางเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่ถูกกลั่นแกล้งจากฮูหยินหวังด้วยเพราะบิดาของนางนั้นออกไปรักษาการที่ชายแดนเป็นปีจึงจะได้กลับมาที่จวน นางอดทนอยู่ที่จวนตระกูลหวังแม้จะถูกฮูหยินคนปัจจุบันกลั่นแกล้งอยู่ร่ำไปแต่มีวันหนึ่งที่เลิกประชุมเช้า ข้ากำลังออกจากประตูวังก็ได้เห็นเด็กน้อยผู้หนึ่งรูปร่างผอมแห้ง ใบหน้าเปรอะเปื้อนดูแทบไม่ได้ แต่ใครจะรู้เล่าว่าเด็กหญิงตัวเล็กกระจ้อยนั้นเป็นบุตรีคนโตของแม่ทัพหวัง จนตอนนั้นเองข้าเห็นความเด็ดเดี่ยวในตัวนาง นางหนีออกจากจวนเพื่อรอพบเจอบิดาของตนและบอกกล่าวเรื่องที่ไม่อาจทนอยู่ในจวนตระกูลหวัง ว่านางถูกกลั่นแกล้งสารพัดถึงเพียงใด และอยากจะออกเดินทางไปร่วมรบที่ชายแดนกับผู้เป็นบิดา เหตุนี้แหละข้าจึงคิดว่าหากได้นางมาเป็นลูกสะใภ้ของข้าก็จะเป็นเรื่องดียิ่งนัก” เมื่อได้ยินคำบอกเล่าของผู้เป็นบิดาทำให้บุตรชายนั้นขยับเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมด้วยทำท่าทางไม่ได้สนใจคำบอกเล่าของผู้เป็นบิดาเท่าไหร่ แต่ผิงชินอ๋องนั้นรู้ว่าบุตรชายของตนก็สนใจใคร่รู้ในตัวผู้ที่จะมาเป็นพระชายาด้วยเช่นกัน

“ถ้าเช่นนั้นแสดงว่านางก็ร้ายไม่ใช่เล่นตั้งแต่เด็กเลยสิท่านพ่อ” ผู้เป็นบิดาหัวเราะร่วนออกมาและพยักหน้าอยู่หลายครั้ง

“หากนางไม่มีพิษสง โตขึ้นมานางจะเป็นสตรีผู้มีความสามารถเป็นแม่ทัพใหญ่ที่ชายแดนฝั่งใต้มาตลอดระยะเวลาหกปีที่บิดาของนางเสียชีวิตได้อย่างไร นางเป็นผู้หญิงที่ไม่มีเกราะป้องกันของผู้เป็นบิดาแล้วแต่กลับสามารถคุมทหารได้นับแสนนาย แสดงว่านางก็ต้องมีความสามารถเป็นแน่ เจ้าว่าใช่หรือไม่” เมื่อเห็นว่าผู้เป็นบุตรนั้นคิดตามสิ่งที่ตนพูดผิงชินอ๋องจึงพูดขึ้นอีกครา

“ใยเจ้าไม่เปิดใจลองดูเล่าในเมื่อเจ้าก็เคยเป็นแม่ทัพรักษาการอยู่ที่ชายแดนฝั่งเหนือ” ผู้เป็นบิดาพูดว่าเขาเคยเป็นแม่ทัพรักษาการอยู่ที่ชายแดนฝั่งเหนือ ก็ทำให้เขากรุ่นโกรธขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อผู้เป็นบิดาทูลขอให้ฮ่องเต้นั้นเรียกตัวเขากลับมาจากชายแดนฝั่งเหนือและไม่ยอมให้เขากลับไปอยู่ที่ชายแดนอีกแล้ว ด้วยเหตุว่าบิดานั้นก็ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงจึงอยากให้ซื่อจื่ออยู่ชิดใกล้ เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกขุ่นโกรธบิดาอยู่ไม่หาย.

 
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel