ตอนที่ 2 ประทานสมรส
ตอนที่ 2
ประทานสมรส
“เหตุใดท่านจึงใจร้ายกับบุตรีของตนนักเล่าชายาเอกเพิ่งจะแต่งเข้าตำหนักบูรพาไม่นาน เจ้าจะให้องค์รัชทายาทรับชายารองอีกหรือ” เมื่อได้ยินคำพูดของฝ่าบาท เสนาบดีฝ่ายซ้ายก็รีบกราบทูลแก้ตัวทันที
“ขออภัยพะยะค่ะ กระหม่อมนึกว่าฝ่าบาทจะบำเหน็จความดีความชอบให้แม่ทัพหวังกระหม่อม เอ่อ!”
“ข้าแค่เห็นว่านางอายุไล่เลี่ยกับองค์รัชทายาทก็เพียงเท่านั้น แต่อย่างไรองค์รัชทายาทก็แต่งงานกับบุตรีของท่านไปแล้ว ถ้าเช่นนั้นก็เหลือองค์แค่ชายสองและองค์ชายสาม ท่านว่าอย่างไร” เมื่อได้ยินคำถามของฝ่าบาทก็ทำให้เสนาบดีฝ่ายซ้ายกำมือตัวเองแน่นด้วยความกังวลใจ บัดนี้คำถามกลับทำให้เขาร้อนรุ่มใจไปเสียหมด
องค์ชายสองนั้นกำเนิดจากฮองเฮาผู้ล่วงลับชาติกำเนิดก็สูงกว่าองค์รัชทายาทที่กำเนิดจากฮองกุ้ยเฟยที่เป็นเพียงสนม หากองค์ชายสองได้แต่งนางเข้าเป็นชายาเอกก็จะทำให้เหมยอิงไปอยู่ทางข้างขององค์ชายสอง หากเขาต้องการที่จะให้องค์รัชทายาทอยู่ในตำแหน่งได้อย่างมั่นคงก็ไม่ควรจะเสริมปีกให้องค์ชายสอง เมื่อฮ่องเต้เห็นใบหน้าครุ่นคิดของเสนาบดีฝ่ายซ้ายก็เหลือบมองไปยังเสนาบดีฝ่ายขวาที่ยืนนิ่งอยู่ในขณะนี้
“ท่านเห็นว่าอย่างไรเล่าเสนาบดีฝ่ายขวา” คำถามที่เหมือนจะโยนดาบอันแหลมคมมาจ่อที่คอเสนาบดีฝ่ายขวาแต่หากเขาไม่เอื้อมมือไปคว้าโอกาสนี้ไว้ หากสิ้นบารมีของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน องค์ชายสองซึ่งเป็นหลานของเขาก็คงจะรักษาชีวิตไว้ได้ยาก เขาจึงก้าวเดินออกมาและโค้งคำนับฮ่องเต้ทันที
“ความจริงแล้วกระหม่อมก็อยากจะคุยเรื่องการอภิเษกสมรสขององค์ชายสอง เนื่องด้วยตอนนี้องค์ชายสองก็อายุย่างสิบเก้าแล้ว หากจะแต่งชายาเอกเข้าจวนก็เห็นจะเป็นเรื่องดีพะยะค่ะ” ฮ่องเต้พยักหน้าเล็กน้อยและหันไปส่งยิ้มให้กับแม่ทัพหวังอีกครั้ง
นางเงยหน้ามองพระพักตร์ฝ่าบาทและข่มใจเล็กน้อย บัดนี้นางเป็นสิ่งล่อตาล่อใจในการคานอำนาจของคนทั้งสองฝ่ายไปแล้วหรือนี่ และฝ่าบาทเองก็ใช้นางเป็นเหยื่อล่อ
“แล้วท่านว่าอย่างไรผิงชินอ๋อง” จู่ ๆ ฮ่องเต้ก็โยนดาบมาจ่อคอโจวเทียนอวี่พระเชษฐาของตนที่ยืนนิ่งไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
“ตามแต่พระองค์จะเห็นสมควรพะยะค่ะ” เมื่อได้ยินว่าผู้เป็นพระเชษฐาไม่ได้มีความต้องการจะฝักใฝ่ในอำนาจใด ๆ ในวังหลวง ไม่ใช่ว่าฮ่องเต้ปิงเทียนจะไม่รู้ว่าพระเชษฐาของตนนั้นไม่เคยฝักใฝ่ที่จะนั่งบนบัลลังก์มังกร อีกทั้งยังยอมถอยทางให้ปิงเทียนขึ้นสู่ตำแหน่งฮ่องเต้ได้อย่างสะดวก
พระเชษฐายังคงเป็นแรงหนุนเพื่อที่จะช่วยให้ฮ่องแต่ปิงเทียนนั่งบัลลังก์มังกรได้อย่างมั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน แต่แล้วเทียนอวี่ก็เห็นสายตาของฝ่าบาทนั้นมีแววเจ้าเล่ห์ ทำให้ผิงชินอ๋องหายใจหายคอไม่สะดวก เขาหันไปเหลือบมองแม่ทัพหวังเพียงเล็กน้อยแล้วก็ยืนนิ่งไป หากเขาเดาไม่ผิดดาบคงจะมาจ่ออยู่ที่คอของเขาแล้วสินะ
“เมื่อผิงชินอ๋องไม่ได้คัดค้านอันใด ข้าก็จะประทานสมรสให้นางกับซื่อจื่อแห่งจวนผิงชินอ๋อง” ทำให้ในท้องพระโรงนั้นเซ็งแซ่ไปด้วยคำถามว่าเหตุใดจึงอยากพระราชทานสมรสแม่ทัพหวังกับซื่อจื่อแห่งจวนผิงชินอ๋อง เมื่อเสนาบดีฝ่ายซ้ายได้ยินดังนั้นจึงยื่นทัดทานเป็นการใหญ่
“ฝ่าบาทหากประทานสมรสแม่ทัพหวังกับซื่อจื่อแห่งจวนผิงชินอ๋องจะเป็นการดีหรือพะยะค่ะ นางเป็นแม่ทัพกองทัพซูหมัวส่วนซื่อจื่อเป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือเป็นเช่นนี้แล้วจะไม่เป็นการรวมอำนาจของกองทัพไว้ที่จวนผิงชินอ๋องหรือพะยะค่ะ”
ผิงชินอ๋องได้ยินดังนั้นก็หันไปมองเสนาบดีฝ่ายซ้าย บัดนี้เขารู้แล้วว่าฝ่าบาทได้ยื่นดาบมาให้เขาถือในเวลานี้ เพื่อต่อสู้กับการแย่งชิงอำนาจกับเสนาบดีทั้งสองฝ่าย
“พอข้าจะให้นางแต่งเข้าจวนองค์ชายสองท่านก็ไม่เห็นด้วน พอข้าให้แต่งกับซื่อจื่อเจ้าก็ไม่เห็นด้วย หรือว่าเสนาบดีฝ่ายซ้ายอยากจะแต่งนางเข้าจวนเสียเองหรือ” เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นฝ่าบาทก็ทำให้เสนาบดีฝ่ายซ้ายนิ่งไปในทันที แล้วทุกเสียงในท้องพระโรงก็เงียบลงเพราะบัดนี้ทุกคนรู้แล้วว่าฮ่องเต้ไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าพระองค์จะทำอะไรก็จะถูกคัดค้านด้วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายอยู่ร่ำไป
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะถามคนที่จะเป็นเจ้าสาวว่านางอยากจะแต่งเข้าจวนใด หากว่านางพึงใจในโอรสคนใดของข้าหรือหลานชายของข้า ข้าก็จะออกราชโองการประทานสมรสให้กับนาง” เมื่อได้ยินดังนั้นเหมยอิงก็นิ่งไปครู่ใหญ่ไม่ใช่ว่านางอยู่ชายแดนแล้วจะไม่รู้ความเคลื่อนไหวในเมืองหลวง แต่นางรู้แล้วว่าหากนางเข้าอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ไม่วายจะต้องไปปะทะกับอีกฝ่าย และแล้วนางก็มองไปยังแผ่นหลังของผิงชินอ๋องที่ยังคงยืนสง่างามอยู่ในท้องพระโรง ผู้ที่ไม่คิดจะแย่งชิงอำนาจมากที่สุดก็น่าจะเป็นผิงชินอ๋อง.
“ว่าอย่างไรแม่ทัพหวังเจ้าเห็นว่าเจ้าควรแต่งกับองค์รัชทายาท องค์ชายสอง องค์ชายสาม หรือซื่อจื่อแห่งจวนผิงชินอ๋อง” คำถามของผู้เป็นฮ่องเต้ทำให้นางนิ่งไปสักพัก และแล้วเสียงหวานก็เอ่ยขึ้นกังวานไปทั่วท้องพระโรง
“หม่อมฉันขอแต่งกับซื่อจื่อแห่งจวนผิงชินอ๋องเพคะ” เสียงของนางทำให้ทุกเสียงในท้องพระโรงเงียบงันในทันที นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางเลือกนั้นถูกหรือไม่ แต่จากที่นางเคยได้ฟังจากอาจารย์และผู้เป็นบิดาในสมัยที่บิดาของนางยังไม่สิ้น
บิดาของนางเป็นเพื่อนในวัยเรียนกับเสนาบดีฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา เสนาบดีฝ่ายขวานั้นเป็นพี่ชายของฮองเฮาผู้ล่วงลับ ส่วนเสนาบดีฝ่ายซ้ายนั้นเป็นพี่ชายของฮองกุ้ยเฟยองค์ปัจจุบันที่เป็นพระมารดาขององค์รัชทายาท ไม่ว่าองค์รัชทายาทหรือองค์ชายสองจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ก็จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องถูกกำจัดเป็นแน่ ทางที่ดีหากนางอยากเลี่ยงโศกนาฏกรรมครั้งนี้ นางควรที่จะเลือกแต่งเข้าจวนผิงชินอ๋อง หากมีการแก่งแย่งอำนาจเกิดขึ้นจริง ๆ ผิงชินอ๋องถือว่าเป็นผู้ที่อาวุโสที่สุดในพระราชวัง และจะเป็นผู้ที่ผลักดันทำให้บัลลังก์ของฮ่องเต้องค์ถัดไปมั่นคงที่สุด
“ดี ดี เจ้ามีใจตรงกับข้ายิ่งนักเหมยอิง ถ้าเช่นนั้น ข้าจะรีบส่งพระราชโองการไปที่จวนของเจ้า”
