ตอนที่ 3
“ไม่ใช่ค่ะ คงจำผิดคนฉันไม่ได้ชื่อมัทนา”
“งั้นรึ” เขายังคงก้มกระซิบข้างหูเธอจนสบตากันอยู่หลายครั้งก่อนที่ลิฟต์จะเปิดออกทำให้หญิงสาวรีบดันอกชายหนุ่มหน้าละมุนเพื่อก้าวออกจากลิฟต์เอียงหน้าหันกลับมามองคนในลิฟต์ด้วยความแปลกใจ เขาฉีกยิ้มส่งให้เธอจนประตูลิฟต์ปิดลงต่อหน้า
“อะ เดี๋ยวสิ ไม่ทันอีกแล้ว พลาดตลอดแบบนี้ก็แย่นะสิ” เสียงหวานของหญิงชุดราตรีสีแดงเดินมาหยุดอยู่หน้าลิฟต์อย่างเหนื่อยหน่ายสวนทางกับหญิงสาวที่เพิ่งออกจากลิฟต์ ใบหน้าคุ้นตรึงจิตทำให้ภัคคินีต้องเหลียวมองหญิงสาวที่สวนทางตนเองก่อนก้าวเดินตามไปอย่างช้าๆ
“มาพอดีเลย ขอบคุณนะเพื่อนรัก” เสียงแหลมทักขึ้นในขณะที่วิ่งลงบันไดมาในชุดราตรีสั้นอุ้มเด็กผู้ชายตัวน้อยมาหาหญิงสาวที่ยื่นกาแฟและขวดนมให้
“ไม่เป็นไร ไหนๆ ก็มาแล้วให้ดูแลวินนี่ให้ไหมจะได้เดินพรมแดงอย่างสบายใจ” อัญชัญ เจ้าของร้านกาแฟและอีกหนึ่งตำแหน่งคือบาริสต้าสาวสุดน่ารักยื่นมือลูบหัวเด็กน้อยกำลังนอนซบไหล่ผู้เป็นแม่อย่างเหนื่อยล้า
“อืม ก็ดีเหมือนกัน การประมูลเพิ่งเริ่มเองต้องอยู่ต่ออีกหน่อยไม่รบกวนเกินไปใช่ไหมแก”
“จะได้กลับพร้อมกันไง พี่ไกรน่าจะรออยู่ที่ร้านแล้ว”
“งั้นฝากกวินด้วยนะเพื่อนรักเดี๋ยวพรุ่งนี้เหมากาแฟแจกลูกน้องสามีเลย”
“ยินดีให้บริการ” อัญชัญฉีกยิ้มย่อตัวรับรับตัวเด็กน้อยมาอุ้มแทนยกมิือโบกให้ผู้เป็นแม่กลับขึ้นบันไดเข้างานชั้นบนแล้วเดินพาเด็กน้อยนอนลงโซฟาแดงข้างระเบียงกระจกของโรงแรมสำหรับแขกแวะนั่งพัก เธอยกกาแฟที่ไม่ได้ส่งให้เพื่อนจำเป็นต้องมาดูดดื่มเองและขวดน้ำให้เด็กน้อยรับไปนอนดูดหนุนตักอย่างผ่อนคลาย
“กาแฟดูน่าดื่มดีนะคะ ไม่ทราบว่าซื้อที่ไหน พี่ชายชอบดื่มกาแฟมากเลยค่ะ” ภัคคินีเดินเข้ามาสนทนาด้วยการเปิดบทเป็นกาแฟในมืออัญชัญพร้อมฉีกยิ้มหวานแสดงมิตร
“ร้านฉันเองค่ะ อยู่ห่างจากนี่ไม่มาก ร้านกาแฟยิ้มแย้ม” อัญชัญตอบกลับพร้อมยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร
“ไว้จะพาพี่ชายไปอุดหนุนนะคะ เขาชอบมากเลยตามหามานานแล้วแต่จะว่าไปพี่ชายก็อยู่ในงาน ไม่อยากร่วมงานบ้างหรือคะ ฉันพอมีชุดให้ยืม สนใจไหมคะ”
“ขอบคุณค่ะแต่ไม่ดีกว่า ฉันต้องดูแลหนุ่มน้อยคนนี้” อัญชัญเอียงหน้ามองเด็กน้อยหลับคาขวดนมก่อนเงยหน้ามองหญิงสาวที่ยืนมองอยู่
“ถ้าอย่างนั้นฉันเข้างานก่อนนะคะ” ภัคคินีฉีกยิ้มเดินกลับเข้าลิฟต์ที่กำลังเปิดรออยู่ อัญชัญมองตามด้วยรอยยิ้มหันมาลูบหัวเด็กน้อยพลางมองรอบชั้นรับความเย็นฉ่ำจนต้องอ้าปากหาวรู้สึกตัวได้ว่ามีร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้าทำให้เธอต้องเงยหน้ามองสบตาเจ้าของใบหน้าละมุน
“เจอกันอีกแล้ว บังเอิญจริง” ชายหนุ่มลดตัวนั่งลงข้างอัญชัญทำให้เธอต้องขยับทีละนิดเพื่อรักษาระยะห่างอย่างไม่ไว้วางใจ “กาแฟหอมกรุ่นชวนลิ้มลองจริงๆ แนะนำได้ไหมว่าซื้อที่ไหน ผมชอบดื่มกาแฟมาก”
“ร้านฉันค่ะ อยู่ไม่ห่างจากนี่”
“น่าสนใจ ผมชื่อทศพัฒน์แล้วคุณชื่ออะไร ถ้าไม่ใช่มัทนา” ชายหนุ่มแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มแสนละมุนสร้างความผ่อนคลายให้แก่ผู้ฟังยิ้มบางตอบกลับ
“อัญชัญค่ะ เจ้าของร้านกาแฟ”
“อัญชัญ ชื่อดีมีความหมาย ต้องขอโทษด้วยที่ล่วงเกินตอนอยู่ในลิฟต์ พอดีว่าผมเคยรู้จักผู้หญิงที่ชื่อมัทนาหน้าตาเหมือนคุณอัญ เหมือนกันราวกับกลับมาเกิดใหม่ มัทนาเสียไปแล้วครับ จากไปนานมากแล้วจริงๆ” เขากล่าวพร้อมทำหน้าสลดทำให้อัญชัญเอียงหน้ามองเขาอย่างนึกเห็นใจยกมือตบไหล่ให้กำลังใจเขาเบาๆด้วยความเก้กัง
“ไม่เป็นอะไรนะคะ ฉันเสียใจด้วย”
“คุณอัญเหมือนมัทนามากทีเดียว” ทศพัฒน์เอียงหน้ามองอัญชัญก่อนเลื่อนสายตาไปจดจ้องที่แก้วกาแฟ “ตอนนี้ร้านคุณอัญปิดหรือยังครับ ผมคงต้องหาอะไรอุ่นๆ ดื่มเพื่อละลายสิ่งที่ตกค้างในใจ”
“จริงๆ ฉันอู้งานมานะคะ ร้านยังไม่ปิดอยู่ไม่ไกล คุณไปไหมคะมีคนอยู่ที่ร้านชื่อร้านกาแฟยิ้มแย้ม ฉันลดให้คุณสิบเปอร์เซ็นต์” รอยยิ้มและความเป็นมิตรของเธอทำให้ทศพัฒน์ยิ้มอย่างพึงพอใจเอียงหน้ามองเด็กน้อยนอนกอดขวดนม
“คุณอัญจะกลับเข้าร้านอีกหรือเปล่าครับ ผมคิดว่าระดับเจ้าของร้านต้องชงกาแฟรสดีแน่ๆ คงไม่ขอมากเกินไป”
“ฉันต้องกลับเข้าร้านอยู่แล้วแต่ต้องรอเพื่อนก่อนนะคะ เธออยู่ในงาน คุณไม่เข้าไปในงานหรือคะ แต่งตัวน่าจะมางานนี้”
“งานประมูลที่น่าเบื่อ มาเพราะถูกเชิญไม่ได้ชอบเท่าไหร่ งานประมูลยังแพ้กลิ่นกาแฟด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าผมรอคุณอัญคอยเพื่อนแล้วกันครับ”
“รอที่ร้านกาแฟได้นะคะ อาจจะนาน”
“อยู่เป็นเพื่อนคุณอัญดีกว่าจะได้ไม่เหงา จริงสิบนดาดฟ้ามีกล้องส่องดูดาวด้วย สนไหมครับ” ทศพัฒน์เม้มปากบอกเธอที่ดูจากสีหน้าค่อนข้างตื่นตัวกับสิ่งที่เขาบอกกล่าว
“กล้องดูดาวหรือคะ”
“ถ้าสนใจผมยินดีบริการอุ้มเด็กน้อยให้เอง” ไม่พูดเปล่าลุกขึ้นมาอุ้มเด็กน้อยทำให้อัญชัญต้องเงยหน้ามองตามความสูงของเขาแล้วฉีกยิ้มหยิบขวดน้ำถือแก้วกาแฟเดินข้างเขาเข้าไปในลิฟต์อย่างผ่อนคลายเพราะมีชายหนุ่มหน้าตาดีบริการดูแลเต็มทีเธอจะได้ทั้งลูกค้าและเพื่อนใหม่ซึ่งนับเป็นเรื่องดีสำหรับเจ้าของกิจการอย่างเธอ