บทที่ 14.
ดวงใจชีค
บทที่14.
ชีคอัสมาลทอดสายตามองทิวทัศน์ที่สองข้างทางล้วนเป็นผืนทรายสีทองด้วยแววตาที่คิดหนัก ปัญหาภายในฟาร์ซิสเขาพยายามคิดหาทางออกให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วที่สุด แม่จะรู้อยู่เต็มอกว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่เพราะเชื้อสายความเป็นญาติทำให้เขาไม่อาจทำอะไรไปมากกว่านี้ แม้ใจจริงนั้นอยากจะกำจัดให้สิ้นซากก็ตามที
หลังจากที่บิดายกตำแหน่งผู้ปกครองเมืองฟาร์ซิสให้เขาในฐานะลูกชายคนโต บรรดาญาติๆและฝ่ายสนับสนุนต่างๆพากันคัดค้านเพราะมารดาของอัสมาลเป็นชาวไทยไม่มีเชื้อสายทะเลทรายเหมือนคนอื่น แต่ติดตรงที่อัสมาลนั้นเป็นพี่ชายคนโต ตำแหน่งจึงต้องตกเป็นของเขาตามกฏของทะเลทรายอย่างไม่มีใครคัานได้
แต่เรื่องกลับไม่จบแค่นั้น เมื่ออัสมาลเข้ารับตำแหน่งแล้วแทนที่ฝ่ายสนับสนุนจะให้การสนับสนุนเขาอย่างที่มันควรจะเป็น คนพวกนั้นกลับไปสนับสนุนนายพลฟาร์มานขุนนางเก่าแก่ที่บรรพบุรุษเคยสืบทอดตำแหน่งนี้มาก่อนแทน และนี่จึงเป็นสาเหตุให้ฟาร์ซิสเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นเงียบๆ
ในขณะที่อัสมาลกำลังครุ่นคิดเรื่องเครียดที่วิ่งวนอยู่ในหัว เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นดึงความนึกคิดของชีคหนุ่มให้กลับมา มือหนาหยิบโทรศัพที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา พอเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา ริมฝีปากหนาได้รูปก็คลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ
(ได้ข่าวว่ามีผู้หญิงชาวไทยเข้าไปอยู่ในวัง?)
เสียงล้อเลียนของคนปลายสาย ทำให้อัสมาลมองคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านหน้าของรถอย่างคาดโทษ
"นายหัวรามแห่งเกาะมืดคงไม่คิดจะโทรมาแซวฉันแค่เรื่องนี้ล่ะมั้ง?"
(นายพลฟาร์มานส่งคนมาเจรจาขอซื้อเกาะมืดของฉัน แน่นอนว่าฉันปฏิเสธ พวกมันเลยส่งคนมาวางระเบิดท่าเรือท้ายเกาะคนของฉันบาดเจ็บไปสาม)
คำบอกเล่าของราเมศน์ทำให้ใบหน้าคมเข้มเครียดขรึมขึ้นมาทันที รู้แล้วว่าฝ่ายตรงข้ามเริ่มเดินเกมส์หนักข้อขึ้น
(ฉันอยากให้นายระวังตัว เหตุการที่เกาะมืดพวกมันแค่ต้องการขู่และสร้างความวุ่นวาย เป้าหมายจริงๆของพวกมันอาจจะเป็นนาย)
"ให้พวกมันมา ฉันเองก็รอพวกมันอยู่"
อัสมาลพูดเสียงเหี้ยม ก่อนจะรูัสึกว่ารถวิ่งเร็วขึ้น ร่างสูงขยับตัวทันทีอย่างเตรียมพร้อม สายตาคมมองกระจกหลังเห็นรถกระบะสีดำวิ่งตามมาติดๆ
(เกิดอะไรขึ้นอัสมาล?)
ราเมศน์เอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าพี่ชายเงียบไปนานผิดสังเกตุ
ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก มองสบตากับคามีนผ่านกระจกมองหลัง
"มีคนมาเยี่ยม..."
อัสมาลตอบเสียงเย็นเยียบชนิดที่หากคนฟังไม่ใช่ราเมศน์อาจจะขนหัวลุก
"ระวังตัวด้วย"
"อย่าห่วง ฉันคิดว่าพระอัลเลาะห์คงไม่ต้องการวิญญาณของฉันในตอนนี้หรอก"
อัสมาลบอกเสียงต่ำ ก่อนจะตัดสายทิ้ง อัสมาลยื่นมือไปกดปุ่มที่อยู่ใต้เบาะ จากนั้นคลังอาวุธขนาดย่อมก็เลื่อนออกมาก่อนที่มือหนาบจะหยิบชิ้นส่วนวัตถุสีเงินคู่ใจมาประกอบอย่างชำนาญ
"ระวังตัวด้วยท่านชีค"
คามีนเอ่ยอย่างเป็นห่วง ในขณะที่ตัวเองก็เตรียมอาวุธในมือไม่ต่างกัน
"เช่นกันสหาย ถ้าฉันรอด นายก็ต้องรอด"
คามีนยิ้มด้วยความปลื้มใจในความห่วงใยของนายเหนือหัว และเมื่อรถวิ่งออกจากถนนสายหลัก รถกระบะสีดำที่ขับตามมาก็กราดยิงเข้าใส่รถของพวกเขาทันที
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
รถของชีคอัสมาลส่ายไปมาแต่ก็ยังทรงตัววิ่งไปข้างหน้าก่อนที่คามีนจะยิงสวนกลับไป
"อาวุธหนักทั้งคามีน สละรถเร็ว!'
สิ้นสุดคำสั่ง คนขับรถก็หักพวงมาลัยรถเข้าจอดข้างทาง ก่อนที่ทั้งสามคนจะรีบเปิดประตูกระโดดลงจากรถวิ่งเข้าไปหลบในป่าอย่างคล่องแคล่วว่องไว
รถกระบะสีดำขับเลยไปพร้อมกับกราดยิงตามหลังคนทั้งสามไปติดๆ และเมื่อรถจอดสนิทกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือก็กระโดดลงจากกระบะหลังแล้ววิ่งตามเข้าไปในป่า ร่างสูงที่ยืนหลบอยู่หลังค้นไม้จ้องมองกลุ่มชายชุดดำอย่างแค้นใจ
"เก็บให้หมด"
ชีคอัสสาลสั่งสั้นๆ และคามีนก็รู้หน้าที่ดี ปืนในมือหนาเล็งไปยังร่างของชายฉกรรจ์ที่เดินระวังหลังเป็นคนสุดท้ายก่อนจะเหนี่ยวไกปล่อยกระสุนผ่านรังเพลิงถูกร่างสูงใหญ่ล้มลง
"อ๊าก!"
"เฮ้ย! พวกมันอยู่นั่น!"
จากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นลั่นป่า ต่างฝ่ายต่างยิงเข้าใส่สวนกันไปมา กลุ่มชายฉกรรจ์ล้มหายตายจากไปทีละคนในขณะที่อัสมาลและคนของเขายังปลอดภัย เมื่อรู้ว่าเริ่มเสียเปรียบกลุ่มชายฉกรรจ์ก็เริ่มถอยเพื่อเอาตัวรอด อัสมาลแสยะยิ้ม เดินสาดกระสุนเข้าใส่ ในขณะที่คามีนและคนขับรถรุกคืบกระชับพื้นที่ จนกระทั่งกลุ่มชายฉกรรจ์ เหลือรอดแค่เพียงคนเดียว
"ถ้าไม่อยากตายก็วางปืนซะ ฉันจะใจดีไว้ชีวิตแก"
ชีคอัสมาลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมเต็มไปด้วยความดุดัน ปืนในมือจ่อเล็งไปที่ชายฉกรรจ์คนสุดท้ายที่เหลือนิ่ง
ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางรอด แต่ชายฉกรรจ์ก็ยังฮึดสู้อย่างหมาจนตรอก มันเล็งปืนไปที่ร่างสูงข องชีคอัสมาล แต่ก็ยังช้ากว่ากระสุนปืนในมือของคามีนที่ยิงสวนกลับไปเจาะศีรษะของมันล้มลงและสิ้นใจตายตามพวกของมันไปในที่สุด
"นายปลอดภัยใช่ไหม?"
คามีนขยับเข้าไปถามอัสมาลอย่างเป็นห่วง
"อืม..."
อัสมาลตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ คามีนก้าวตามไปติดๆ และสังเกตเห็นร่างสูงใหญ่ของอัสมาลก้าวช้าลงเรื่อยๆ ความมืดสลัวในยามอาทิตย์โพล้เพล้ทำให้คามีนไม่เห็นใบหน้าซีดเผือดของชีคหนุ่ม จนกระทั่งแสงไฟจากหน้ารถส่องกระทบคามีนก็ถึงกับผงะ อย่างตกใจ!
"ท่านชีค!...นายถูกยิง!"
"ไกลหัวใจ..."
อัสมาลแข็งใจบอก หากแต่ดวงตาคมเริ่มพร่าลาย และร่างสูงก็เริ่มซวนเซจนคามีนต้องรีบเข้าไปประคอง เหลือบมองเลือดแดงฉานที่ไหลซึมออกมาจากหน้าท้องกำยำอย่างเป็นห่วง
"ไหวไหม ไปโรงพยาบาลเถอะ นายต้องได้รับการรักษา บางทีกระสุนอาจจะฝังในก็เป็นได้"
คามีนเอ่ยถามเสียงเครียด ตั้งแต่รับใช้ใกล้ชิดกันมานี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นใบหน้าซีดเผือดของนายเหนือหัว
"ไม่ต้อง กระสุนแค่เพียงถากๆเท่านั้น ปิดเรื่องนี้ให้เงียบ สถานการแบบนี้ถ้าพวกมันรู้ว่าฉันถูกยิงเราจะยิ่งลำบาก"
อัสมาลสั่งเสียงเข้ม สูดบมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อระงับความเจ็บปวด พร้อมกับก้าวไปที่รถช้าๆโดยมีคามีนคอยประคองและเปืดประตูให้ชีคหนุ่มเข้าไปนั่ง จากนั้นรถก็ทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
โปรดติดตามตอนต่อไป....
Ranadda : เขียน
