บทที่ 13.
ดวงใจชีค
บทที่13.
วันต่อมา...
ณัชชาตื่นแต่เช้า หญิงรีบอาบน้ำแต่งตัวทานอาหารเช้า จากนั้นก็รีบพาตัวเองไปนั่งรเอัสมาลที่ห้องทำงานของเขาทั้งืี่เจ้าของห้องยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ
และเมื่อเจ้าของห้องมาถึงณัชชาก็ส่งยิ้มให้อย่างประจบ ต่างจากอัสมาลที่เพียงแค่ปรายสายตามามองเพียงแวบเดียวเท่านั้น
"ให้ฉันสัมภาษณ์เลยไหมคะคุณชีค?"
ณัชชาไม่ละความพยายาม แม้ตัวเองจะถูกชีคหนุ่มเมิน แต่หญิงสาวคงไม่อาจรู้ ว่าภายในใจของอัสมาลนั้นเป็นสุขแค่ไหนยามที่ได้เห็นหน้าเธอ
"ฉันต้องทำงานก่อน ไปนั่งรอที่โซฟา เสร็จงานแล้วจะเรียก"
อัสมาลกล่าวเสียงเรียบ ชี้มือไปที่ฌซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงทางออกที่เขื่อมต่อกับระเบียง จากนั้นร่างสูงก็เดินไปทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงาน
"แล้วถ้าคุณชีคทำงานไม่เสร็จสักทีล่ะ?"
ณัชชาถาม เดินไปเกาะโต๊ะทำงานของชีคหนุ่มเพื่อเอาคำตอบ
"ก็รอต่อไป..."
"ถ้าอย่างนั้นทำงานไปสัมภาษณ์ไปไม่ได้เหรอคะ?"
หญิงสาวถามอีก
"ถ้าดื้อจะถูกลงโทษ จำได้ไหม?"
อัสมาลเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มๆ ทำให้ณัชชาหน้าแดงก่ำเมื่อหวนนึกไปถึงวิธีลงโทษของเขา
"หรือถ้าวันไหนเธอไม่ได้รับโทษจากฉันแล้วมันเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง?"
อัสมาลว่าพร้อมกับลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน
"บ้าน่ะสิ ฉันไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย ไปนั่งรอก็ได้"
พูดจบร่างบางก็หันหลังเดินกลับไปที่โซฟา แต่ยังไม่ทันได้ไปถึงเธอก็ถูกอัสมาลดึงกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
"คุณชีคปล่อยฉันนะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย"
หญิงสาวร้องเสียงหลง เมื่อคนตัวโตตวัดรอบแขนรัดเธอจนแนบชิดไปกับกายแกร่งของเขา
"ก็ไม่ได้จะลงโทษนี่..."
เสียงทุ้มเอ่ยอย่างนุ่มนวล ทำให้หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ปรกติตอนทำหน้าดุเสียงเข้มก็ว่าใจสั่นแล้ว นี่มาแบบใหม่ก็ทำเอาหัวใจของเธอเต้นเร็วจนแทบทะลุออกมานอกอกเลยเหอะ
"ก็ถ้าไม่คิดจะลงโทษแล้วมากอดฉันไว้ทำไม?"
"อยากได้จูบหวานๆเป็นกำลังใจในการทำงาน"
หาา...?
ณัชชาถึงกับไปไม่เป็น เมื่ออยู่ๆก็ถูกชีคหนุ่มขอจูบหน้าตาเฉย แถมยังทำเสียงออดอ้อนอีกต่างหาก วันนี้ไปกินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่าเนี่ย?
และยังไม่ทันที่ณัชชาจะเอ่ยปากอนุญาติใบหน้าคมก็โน้มลงมาแนบชิดปิดริมฝีปากที่กำลังอ้าประท้วงของเธอเสียสนิท พร้อมกับบดเคล้าคลึงคลอเคลียริมฝีปากสวยอย่างนุ่มนวลจนหญิงสาวอ่อนระทวยไร้แรงต่อต้าน
"วันนี้เป็นเด็กดีจัง..."
อัสมาเอ่ยเสียงนุ่มชิดกลีบปากอิ่มที่แดงก่ำเพราะรสจูบของเขา
"คุณนี่ชอบเอาเปรียบฉันอยู่เรื่อย"
ณัชชาต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะหมุนตัวกลับไปทรุดตัวลงที่โซฟากลบเกลื่อนความเขินอายที่ตัวเองเผลอตัวเผลอใจไปกับสัมผัสของเขาอีกจนได้ และเมื่อชีคหนุ่มยังยืนยิ้มไม่ยอมขยับไปไหน หญิงสาวก็หันไปทำเสียงเขียวใส่
"ยังจะมายืนยิ้มอีก ไปทำงานสิ เดี๋ยวงานก็ไม่เสร็จกันพอดี"
นั่นล่ะอันสมาลถึงได้ยอมกลับไปนั่งทำงานเงียบๆ หากแต่สายตาก็คอยเหลือบมองร่างบางอยู่เป็นระยะ
เวลาเดินผ่านไปจนกระทั่งถึงเที่ยงวัน นอกจากงานของชีคอัสมาลจะไม่เสร็จอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว และในตอนบ่ายเขายังต้องออกไปนอกเมืองเพราะได้รับรายงานว่าพบเซฟเฮาส์ที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นแหล่งซ่องสุมของกองกำลังที่ไม่หวังดีต่อเมืองฟาร์ซิสของเขา
ชีคอัสมาลก้มหน้าก้มตาทำงานไปได้อีกพักหนึ่ง จนกระทั่งเซนต์อนุมัติแฟ้มงานสุดท้ายเสร็จสิ้น ใบหน้าคมจึงหันไปมองณัชชาก็พบว่าหญิงสาวหลับไปแล้ว ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มบางๆอย่างนึกเอ็นดูพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเดินไปหาคนขี้เซาใกล้ๆ
"ขี้เซาจริงยัยตัวยุ่ง..."
ชายหนุ่มพึมพำเบาๆมองหญิงสาวด้วยแววตาอ่อนโยนที่น้อยคนจะมีโอกาสได้เห็น มือหนาเอื้อมไปหยิบสมุดกับปากกาและเครื่องบันทึกเสียในมือของณัชชาออกเพื่อให้เธอหลับสบายขึ้น แต่แพขนตางอนยาวก็กระพริบและเปิดขึ้นเสียก่อน
ดวงตากลมโตลืมขึ้นเต็มตา มองใบหน้าคมเข้มที่เคลื่อนไหวเข้ามาใกล้อย่างตกใจ มือบางยกขึ้นดันอกกว้างไว้ทันควันเมื่อเขาทำท่าขยับเข้ามาใกล้ แต่ร่างสูงใหญ่ของชีคอัสมาลกลับไม่ยอมขยับหนำซ้ำวงแขนแข็งแรงยังโอบเอวบางเข้าไปจนชิดอีกต่างหาก
"คุณชีค!?"
ณัชชาปรามคนช่างเอาเปรียบเสียงเข้ม
"จะทำอะไรคะ?"
"ก็ว่าจะลักหลับคนขี้เซา"
อัสมาลตอบพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีความหมาย สัมผัสแนบชิดทำให้เขารับรู้ได้ถึงความนุ่มหยุ่นของคนในอ้อมแขนที่เคยสัมผัสมาแล้วว่าหอมกรุ่นเพียงไหน
"ไม่ตลกค่ะคุณชีค ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย"
ณัชชาดิ้นเต็มแรง เพราะกลัวหัวใจของตัวเองจะเผลอไผลไปกับเขาอีก แต่อ้อมแขนแกร่งกับกอดกระชับเธอแน่นขึ้นไปอีก
"ไม่อยากปล่อยเลย อยากกอดไว้อย่างนี้"
อัสมาลพูดหน้าตาย
"บ้าน่ะสิ ปล่อยเลยนะ ถ้าไม่ปล่อยฉันจะเขียนบทความแฉคุณให้หมดเปลือกเลยว่าเป็นชีคที่เจ้าเล่ห์และชอบเอาเปรียบ โดยเฉพาะกับผู้หญิง"
"กล้าขูู่ฉัน เท่ากับทำผิด แบบนี้ต้องถูกลงโทษ"
พูดจบริมฝีปากอุ่นร้อนก็ฉกวูบลงมาแนบริมฝีปากอิ่มทันที พร้อมแรงบดขยี้เคล้าคลึงไปทั่วริมฝีปากนุ่มอย่างลงโทษที่บังอาจขู่เขา
"อื้อ..."
ณัชชาครางประท้วง มือบางทุบลงไปบนไหล่และอกกว้าง แต่ชีคหนุ่มก็ยังรุกรานเธอไม่หยุดหย่อน กว่าที่เขาจะพอใจณัชชาก็หมดแรงอ่อนระทวยไปทั้งตัว
"ฉันต้องออกไปข้างนอก วันนี้คงให้สัมภาษณ์ไม่ได้แล้ว"
"อ้าว..."
ณัชชาครางออกมาอย่างเสียดาย แต่หญิงสาวก็เข้าใจถึงภาระหน้าที่ของเขา เธอจึงไม่คิดที่จะโวยวายอะไร
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ"
"เบื่อไหมอยู่แต่ในวัง อยากออกไปข้างนอกบ้างไหมล่ะ?"
คำถามของชีคหนุ่มทำเอาดวงตากลมใสเป็นประกายวาววับขึ้นมาด้วยความดีใจทันที
"อยากไปค่ะ ฉันอยากไปหาพี่สิบทิศ ป่านนี้พี่เขาคงเป็นห่วงฉันแย่แล้วที่อยู่ๆก็หายไปแบบนี้ ถ้าคุณชีคจะกรุณาให้คนพาฉันไปหาพี่เขาทีนะคะ"
อ้อมแขนแข็งแรงปล่อยร่างบางเป็นอิสระทันทีที่ได้ยินชื่อของชายอื่นหลุดออกมาจากปากของหญิงสาว อารมณ์ดีเมื่อครู่นี้หายไปหมด สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงและเรียบเฉยจนณัชชาแปลกใจแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยถาม
"ถ้าว่างจะพาไป"
อัสมาลตอบเสียงห้วน บอกชัดว่าไม่พอใจ และณัชชาก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร
"วันนี้เลยได้ไหมคะ ให้ใครพาฉันไปก็ได้"
ณัชชาเอ่ยขอ เธอกลัวว่าสิบทิศจะเป็นห่วงเพราะหายมาเป็นอาทิตย์แล้ว หากแต่หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าคำขอของเธอนั้นไม่ต่างอะไรกับการเติมน้ำมันลงไปบนกองเพลิง
"ก็บอกว่าถ้าว่างยังไงล่ะ ฉันสั่งให้คนจัดมื้อเที่ยงให้ที่สวนข้างห้องนอนของเธอแล้ว เชิญ..."
ณัชชาถึงกับอ้าปากค้างที่อยู่ๆตัวเองก็ถูกไล่กระทันหัน แล้วมีหรือที่คนอย่างณัชชาจะสนใจ แม้จะสงสัยว่าเธอทำอะไรผิดก็เถอะ แต่ในเมื่อมาไล่กันแบบนี้เธอก็ไม่ขออยู่ให้เกะกะเขาหรอก
หญิงสาวเชิดหน้าใส่ท่านชีคผู้ที่มีอารมณ์ขึ้นแปรปรวนขึ้นลงเหมือนน้ำทะเล ก่อนจะสบัดหน้าไปอีกทางแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันที
เมื่อณัชชาไปแล้ว อัสมาลก็หันไปปัดสิ่งของใกล้มือล้มระเนระนาดด้วยความหงุดหงิด
"ไอ้สิบทิศมันเป็นใคร!?"
อัสมาลคำรามเสียงกร้าว เขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ชายที่ชื่อสิบทิศคนนี้เป็นใคร และเกี่ยวข้องอะไรกับณัชชา หากเป็นแค่เพื่อนหรือคนรู้จักก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าเป็นมากกว่านั้นล่ะ เขาควรทำเช่นไร ในเมื่อนับวันณัชชาเริ่มจะมีอิทธิเด่นชัดกับหัวใจของเขามากขึ้นทุกที...
โปรดติดตามตอนต่อไป....
Ranadda : เขียน
