ตอนที่ 1 โลกที่ทุกอย่างถูกคำนวณ - 2
ไฟล์ที่ไม่ควรมีอยู่
ลูมินไม่ได้ปิดไฟล์นั้นทันที
นิ้วของเธอยังค้างอยู่กลางอากาศ ราวกับการขยับเพียงเล็กน้อยอาจทำให้บางสิ่งพังทลายลง เธอจ้องมองบรรทัดคำว่า Exists อยู่นานเกินกว่าที่สมเหตุสมผลในฐานะนักแปลภาษาของ Stellar Archive
มีมนุษย์อยู่
แต่ไม่มีเส้นทางชีวิต
ตรรกะของระบบไม่เคยรองรับความเป็นไปได้นี้ และลูมินรู้ดี เพราะเธอคือคนที่ใช้เวลาทั้งวันถอดรหัสตรรกะเหล่านั้นให้มนุษย์คนอื่นเข้าใจ
เธอเคยเห็นไฟล์ของทารกที่ยังไม่ลืมตา ไฟล์ของคนชราในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ไฟล์ของคนที่ตัดสินใจรักทั้งที่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นความสูญเสีย และไฟล์ของคนที่เลือกไม่รักเพื่อรักษาความปลอดภัยของเส้นทางชีวิตตัวเอง
ทุกไฟล์มีรูปแบบ
ทุกเส้นทางมีเหตุและผล
ทุกการเบี่ยงเบนมีราคาที่ต้องจ่าย
แต่ไฟล์นี้… ไม่มีอะไรเลย
ลูมินค่อย ๆ เรียกเมนูย่อยขึ้นมา ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล เธอทำตามขั้นตอนมาตรฐานอย่างเคร่งครัด แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่ไม่ควรเกิด
แหล่งกำเนิดไฟล์: Stellar Archive — Core Layer
เวลาในการบันทึก: ไม่ปรากฏ
ผู้อนุมัติ: ไม่ปรากฏ
เธอเม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อย
Core Layer คือชั้นลึกที่สุดของระบบ เป็นส่วนที่แม้แต่ผู้ดูแลระดับสูงก็ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรง มันคือหัวใจของ Stellar Archive สถานที่ที่เส้นเวลาทั้งหมดถูกคำนวณพร้อมกันในระดับที่มนุษย์ไม่อาจรับรู้
ไฟล์จากที่นั่น ไม่ควรถูกส่งมาที่ฝ่ายแปลภาษา
และไม่ควรถูกส่งมาหา “เธอ”
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง ลูมินรับรู้ได้โดยไม่ต้องหันไปมอง เธอคุ้นเคยกับจังหวะการเดินนั้นดี
“คุณยังอยู่กับไฟล์เดิมอีกเหรอ”
เสียงนั้นเรียบ สงบ และไม่มีอารมณ์แฝง ลูมินหันไปมองเจ้าของเสียง ชายวัยกลางคนในชุดเจ้าหน้าที่สีเทาเข้มยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าเขาดูธรรมดาจนแทบกลืนไปกับพื้นหลังของอาคาร
เขาคือหัวหน้าฝ่ายแปลภาษา
และเป็นคนที่เชื่อในระบบมากกว่าคนส่วนใหญ่
“มันมีความผิดปกติค่ะ” ลูมินตอบ เธอเลือกใช้คำที่ปลอดภัยที่สุด “โครงสร้างข้อมูลไม่สมบูรณ์”
ชายคนนั้นขยับเข้ามาใกล้ มองผ่านจอของเธอเพียงครู่เดียว ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“ถ้าเป็นไฟล์ที่ระบบส่งมา แสดงว่ามันต้องมีเหตุผล” เขากล่าว “หน้าที่ของคุณคือแปล ไม่ใช่ตั้งคำถาม”
ลูมินพยักหน้าอย่างเชื่องช้า เธอได้ยินประโยคนี้มาแล้วนับไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา และในอดีต เธอก็ไม่เคยคิดจะโต้แย้งมัน
แต่ครั้งนี้… เธอไม่แน่ใจว่าคำสั่งนั้นยังใช้ได้อยู่หรือไม่
“ฉันจะจัดการให้เร็วที่สุดค่ะ” เธอตอบในที่สุด
หัวหน้าฝ่ายแปลภาษาไม่พูดอะไรต่อ เขาเพียงพยักหน้า แล้วเดินจากไป เสียงฝีเท้าค่อย ๆ หายไปในทางเดินยาวที่ส่องสว่างด้วยแสงสีขาวสม่ำเสมอ
เมื่ออยู่ตามลำพังอีกครั้ง ลูมินหันกลับมามองไฟล์นั้น
เธอควรปิดมัน
รายงานว่าเป็นความผิดพลาดของระบบ
และปล่อยให้มันถูกจัดการโดยฝ่ายเทคนิค
นั่นคือสิ่งที่ควรทำ
และเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด
แต่แทนที่จะทำเช่นนั้น เธอกลับเปิดฟังก์ชันที่เธอไม่เคยใช้กับไฟล์ใดมาก่อน
Simulation Trace
มันคือเครื่องมือสำหรับย้อนดู “ร่องรอยการคำนวณ” ของระบบ ปกติจะใช้เฉพาะในกรณีที่ต้องวิเคราะห์การเบี่ยงเบนขนาดใหญ่ เช่น ภัยพิบัติระดับเมือง หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อประชากรจำนวนมาก
ลูมินไม่รู้ว่าเธอคาดหวังจะเห็นอะไร
เธอเพียงรู้สึกว่า ถ้าไม่มองตอนนี้ เธออาจไม่มีโอกาสได้มองอีกเลย
ภาพที่ปรากฏขึ้นบนจอ ไม่ได้เป็นเส้นทางชีวิตเหมือนทุกครั้ง แต่มันคือช่องว่าง
พื้นที่ว่างขนาดใหญ่ที่ไม่มีการคำนวณ ไม่มีเส้นเวลา ไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดจบ ราวกับมีใครบางคนถูกลบออกจากสมการ ก่อนที่ระบบจะมีโอกาสบันทึกเขาไว้
และในใจกลางของช่องว่างนั้น มีเพียงจุดแสงเล็ก ๆ หนึ่งจุด
ลูมินขยายภาพเข้าไปใกล้ขึ้น หัวใจเธอเต้นช้าลงอย่างประหลาด เมื่อโครงร่างของมนุษย์เริ่มปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
ชายคนหนึ่ง
อายุประมาณสามสิบ ใบหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมลึก แต่ไม่มีข้อมูลใดซ้อนทับอยู่บนร่างนั้น ไม่มีสถิติ ไม่มีความน่าจะเป็น ไม่มีคำอธิบาย
เขาเพียง “อยู่”
ลูมินไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
มนุษย์ทุกคนใน Stellar Archive ถูกล้อมรอบด้วยตัวเลข โค้ด และความเป็นไปได้ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ไม่มีใคร “ว่างเปล่า” แบบนี้
“คุณเป็นใครกัน…” เธอพึมพำโดยไม่รู้ตัว
ในวินาทีนั้นเอง ระบบแจ้งเตือนสีเหลืองอ่อนปรากฏขึ้นที่ขอบจอ
Deviation Detected — Localized
ลูมินชะงัก
การแจ้งเตือนนี้ไม่ได้มาพร้อมพิกัด ไม่ได้บอกระดับความรุนแรง และไม่ได้แนะนำวิธีแก้ไข มันเป็นเพียงการบอกว่า—มีบางสิ่งกำลังเบี่ยงออกจากเส้นทางที่คำนวณไว้
และมันเกิดขึ้นพร้อมกับไฟล์นี้
เธอรีบปิดหน้าต่าง Simulation Trace อย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ความเงียบในห้องปฏิบัติการดูหนาแน่นขึ้น ราวกับกำลังเฝ้ามองการตัดสินใจของเธออยู่
ลูมินรู้ดีว่า ถ้าเธอรายงานไฟล์นี้
มันอาจถูกลบทิ้งในไม่กี่วินาที
และชายในช่องว่างนั้น
อาจไม่เคยมีตัวตนในสายตาของโลกอีกเลย
เธอหลับตาลงชั่วครู่ สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามจัดระเบียบความคิดของตัวเอง
นี่ไม่ใช่เรื่องของความสงสัย
ไม่ใช่เรื่องของความอยากรู้อยากเห็น
แต่มันคือคำถามที่เธอไม่เคยกล้าถามระบบมาก่อน
ถ้ามนุษย์คนหนึ่งมีชีวิตอยู่
แต่ไม่มีชะตากรรม
เขายังถือว่า “มีอยู่” หรือไม่
ลูมินเปิดไฟล์นั้นทิ้งไว้
โดยไม่ส่งรายงาน
โดยไม่แจ้งเตือนใคร
เธอรู้ดีว่า การไม่ทำอะไรเลยในกรณีนี้
ก็เป็นการเลือกขัดกับเส้นทางที่ระบบคำนวณไว้แล้ว
และเธอรู้ดีไม่แพ้กันว่า
การเลือกทุกครั้ง
มีราคาที่ต้องจ่าย
เพียงแต่ในตอนนี้
เธอยังไม่รู้ว่า ราคานั้น
จะเป็นของใคร
