บท
ตั้งค่า

แม้ตายแล้วก็หนีกันไม่พ้น 1

“ใต้เท้า! ตื่นเถิดขอรับ เกี้ยวเจ้าสาวจะมาถึงแล้ว!” เสียงที่ดังขึ้นข้างๆ หูทำให้ซุนเจิงเริ่มขยับรู้สึกตัว ปรือตาราวกับคนกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่กระนั้นเสียงเรียกที่รบเร้าอยู่ข้างๆ ก็น่ารำคาญเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปได้

เมื่อฝืนเปิดเปลือกตาที่หนักราวกับมีก้อนหินมหึมากดทับเอาไว้ก็ต้องชะงัก เมื่อดวงตาที่เคยพร่ามัวด้วยวัยอันร่วงโรยบัดนี้กลับแจ่มชัดอย่างไม่น่าเชื่อ แต่นั่นยังไม่น่าแปลกใจเท่าเพดานที่เขานอนมองอยู่นี่

มันคือที่ไหนในโลกกันละเนี่ย!

ความสับสนประดังประเดเข้ามาไม่หยุด พลันมองไปข้างกายยิ่งตื่นตะลึงกว่าเก่า ซุนเจิงรีบชันกายลุกขึ้นนั่งในทันทีเมื่อพบกับคนแปลกหน้าที่มีท่าทีร้อนรนอยู่ข้างกาย

“นี่แกเป็นใคร?! ไอ้นายพลนั่นมันจับฉันมาขังไว้ใช่ไหม แล้วนี่เมียฉันอยู่ไหน?! แกพาเหอลี่อิงไปไว้ที่ไหน!” ซุนเจิงพ่นคำถามไปมากมาย แต่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับมา อีกทั้งยังมีสีหน้าตื่นตะลึงมองเขาด้วยท่าทีฉงนสนเท่ห์ ก่อนเข้ามาเกาะขาทั้งสองข้างของเขาไว้ ใบหน้าสลดราวกับว่าเขาคือคนที่น่าสงสารและน่าเวทนาเกินผู้ใด

“โถ...ใต้เท้า ท่านคงเสียใจมากใช่หรือไม่ขอรับ ที่ถูกจับแต่งงานเช่นนี้”

ซุนเจิงมองชายหนุ่มที่เรียกเขาว่าใต้เท้าอย่างแปลกใจ ใบหน้าของชายที่ปานจะร่ำไห้เต็มไปด้วยความเศร้าสลด ประหนึ่งว่าชีวิตของเขาจะดีหรือร้าย อีกฝ่ายต้องรับผิดชอบเสียอย่างนั้น

“เดี๋ยวๆ นี่มันอะไรกัน”

“นี่ใต้เท้าเสียใจจนฟั่นเฟือนเลยหรือขอรับ?! ความผิดของหูชิงเองขอรับ หูชิงไม่อาจดูแลใต้เท้าได้ ใต้เท้าจึงฟั่นเฟือนถึงเพียงนี้ ข้าน้อยผิดไปแล้ว”

หลังจากฟังชายที่กำลังร่ำไห้พร่ำพรรณนา ซุนเจิงก็ยิ่งทวีความสงสัยพลางสังเกตโดยรอบอย่างถ้วนถี่ อีกทั้งชุดที่ตนเองสวมใส่ ยิ่งไปกว่านั้นคือยามที่มองเห็นมือของตนเองในเวลานี้ ซุนเจิงก็ตกใจขึ้นมาอีกหน!

เขาลูบคลำเนื้อตัวอย่างตื่นตระหนก ร่างกายนี้ทำไมถึงได้...

ซุนเจิงรีบลุกขึ้นเดินไปยังกระจกบานหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก พลันก็พบกับเรื่องเหลือเชื่อกว่าทุกสิ่งที่เขาได้ยินหรือได้เห็นมาเมื่อครู่นี้...

“ไม่จริง!”

ภาพที่สะท้อนบนกระจกคือเขาเอง...แต่เป็นเขาเมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้ว!

เขาที่ยังหนุ่มแน่น ไม่ใช่คนแก่เช่นก่อนหน้านี้ นี่มันอะไรกัน?!

ซุนเจิงเค้นความทรงจำสุดท้ายก็มีเพียงแค่ภาพของเหอลี่อิงที่ถูกอี้หมิงอุ้มลงบันไดหนีไฟไหม้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้...

เขาเสียการทรงตัวไปเล็กน้อยเมื่อศีรษะปวดหนึบขึ้นมากะทันหัน พลางทรุดตัวลงกับพื้น โดยมีเจ้าเด็กหนุ่มที่ชื่อหูชิงเข้ามาประคองตัวไว้ แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เมื่อมีอะไรต่อมิอะไรปรากฏอยู่ในความทรงจำ แต่มิใช่ความทรงจำของเขา...

“ซุนจ้าวเฟิง...” ซุนเจิงเอ่ยชื่อหนึ่งขึ้นมาด้วยเสียงแผ่วเบา มันไม่ใช่ชื่อของชายแปลกหน้า แต่เป็นชื่อของร่างนี้ที่เหมือนเขาตอนหนุ่มๆ ราวกับคนคนเดียวกัน

ซุนเจิงนั่งประมวลข้อมูลมากมายที่ได้รับ บัดนี้เขาอยู่ในยุคสมัยหนึ่งในอดีตอันไกลแสนไกลจากโลกปัจจุบัน และตอนนี้เขาไม่ใช่ซุนเจิง แต่เป็นซุนจ้าวเฟิง ขุนนางผู้ช่วยเสนาบดีกรมคลัง หรือรองเสนาบดีฝ่ายซ้ายแห่งกรมคลัง ขุนนางที่ก้าวหน้าทั้งตำแหน่งหน้าที่การงาน เกิดในครอบครัวที่เป็นขุนนางมาหลายชั่วอายุคน

และบัดนี้ก็กำลังถูกจับแต่งงาน...

ให้ตายเถอะ! ขนาดโผล่มาอยู่ในอดีตเช่นนี้แล้ว เขายังหนีการถูกจับแต่งงานไม่พ้น นับว่าเป็นเรื่องน่าเวทนาเหลือเกิน! ก่อนหน้านี้ก็ถูกจับแต่งงาน บัดนี้ก็ยังใส่ชุดแดงจะถูกจับไปเข้าพิธีในไม่อีกกี่อึดใจ

แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ก็หมายความว่าเขาตายแล้วหรือ? เขาตายอยู่ในโรงแรมแห่งนั้นหรือ!? แล้วยายแก่เหอลี่อิงจะเป็นอย่างไรบ้างล่ะ แต่ก็คงไม่น่าห่วงอะไรกระมัง เพราะอี้หมิงเป็นคนพาตัวเหอลี่อิงลงไปแล้ว อย่างนั้นเขาจะเป็นอะไรก็ช่าง ตอนนี้จะเกิดใหม่ในร่างใครก็ช่าง นับว่าสวรรค์ให้กำไรชีวิตคนแก่ๆ ใกล้ตายอย่างเขาได้เกิดใหม่ก็แล้วกัน! แม้จะในยุคอดีตก็ตามที แต่อย่างน้อยก็ยังได้ใช้ชีวิต อีกอย่างร่างกายนี้ก็เหมือนเขาตอนหนุ่มๆ ทุกประการ การอยู่ในร่างนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ฝืนใจแต่อย่างใด

ความจริงซุนเจิงชมชอบอยู่มากทีเดียว เพราะเหมือนว่าเขาได้กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง แต่เรื่องที่ไม่พอใจก็คงจะเป็นเจ้าสาวที่เขาถูกจับแต่งงานด้วยกระมัง ทำไมหนอชีวิตของซุนเจิงถึงหนีเรื่องแบบนี้ไม่พ้นเอาเสียเลย

ตัดพ้อชีวิตอยู่ภายในใจ ก็เผลอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ในขณะกำลังอยู่ในพิธีแต่งงานที่หนีก็ไม่ได้ หลบก็ไม่พ้น สุดท้ายจึงต้องมายืนคำนับฟ้าดินอย่างเชี่ยวชาญ...ก็จะไม่ให้เชี่ยวชาญได้อย่างไร ก็นี่นับว่าแต่งงานครั้งที่สองแล้ว อีกอย่างประเพณีตอนนี้กับตอนที่เขาแต่งงานกับเหอลี่อิงก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นซุนเจิงจึงทำทุกอย่างโดยไม่มีอาการเก้กังแม้แต่น้อย เพียงแค่มีสีหน้าเบื่อโลกก็เท่านั้น

ส่วนสตรีที่อยู่ข้างกายก็เหมือนจะมีทีท่าเช่นเดียวกัน เธอไม่ได้มีอาการประหม่า และเขาสัมผัสได้ว่าเธอเบื่อหน่ายโลกใบนี้ไม่ต่างกัน สตรีข้างกายมีชื่อว่า ‘เหอเสี่ยวอิง’ สตรีที่ซุนเจิงได้ยินชื่อก็ขยาดขึ้นมาอย่างไรชอบกล

นี่ไม่ใช่แค่ว่าเขาหนีการถูกคลุมถุงชนไม่ได้ แต่ยังหนีสตรีตระกูลเหอไม่ได้อีกด้วย!

จะกี่ร้อยกี่พันปี เขาก็ยังจะต้องแต่งงานกับสตรีแซ่เหอตลอดไปอย่างนั้นรึ?!

พิธีการต่างๆ ราบรื่นเสียจนซุนเจิงรู้สึกว่ามันราบรื่นเกินไปหรือไม่ หรือมันอาจจะแปลกตั้งแต่เขายอมแต่งงานทั้งๆ ที่เพิ่งจะรับรู้เรื่องราว แต่จะทำอย่างไรได้ ก่อนหน้านี้ซุนจ้าวเฟิงพยายามหนีการแต่งงานแทบตาย สุดท้ายก็หนีไม่พ้น เอ่ยปัดอย่างไรก็ไม่ได้ เช่นนี้แล้วเขาจึงปล่อยเลยตามเลย อย่างไรเสียใช่ว่าจะไม่คุ้นชินกับการถูกบังคับเช่นนี้ อย่างมากวันนี้เขาก็คงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวตอนอยู่ในห้องหอ และบอกให้เธอต่างคนต่างอยู่ไปเท่านั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel