วาสนาที่มิอาจตัดขาด 2
ซุนเจิงและเหอลี่อิงเข้าไปยังโรงแรมหรูที่มีภัตตาคารรสเลิศอยู่ด้านบนสุดไว้คอยให้บริการ ภัตตาคารที่พวกเขาเคยมานั้น บัดนี้ตกแต่งใหม่จนโอ่อ่า ผู้คนมากมายคลาคล่ำ ทว่าภัตตาคารที่ทั้งคู่ตั้งใจมา ทุกโต๊ะต่างถูกจองด้วยนายทหารยศใหญ่ที่ซุนเจิงเคยได้ยินชื่อมาบ้าง และนักธุรกิจคนหนึ่งที่ก็เคยได้ยินชื่อไม่ต่างกัน นายทหารยศใหญ่คบค้ากับพวกนักธุรกิจ อย่างไรเสียเรื่องนี้ไม่สามารถคาดการณ์ไปในทางที่ดีได้เลยแม้แต่น้อย
“เรากลับไปกินที่บ้านไหม เดี๋ยวฉันทำให้กินเอง” เหอลี่อิงเสนอ
ส่วนซุนเจิงก็ได้แต่ทอดถอนใจ แม้จะไม่พอใจกับการทำตัวใหญ่โตคับเมืองเช่นนี้ แต่ก็ไม่อยากมีเรื่องเช่นกัน ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนเขาเป็นอย่างดีว่าไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น อีกทั้งเรื่องไม่น่าไว้ใจนี่ก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขาแม้แต่น้อย เขาเป็นเพียงคนแก่ที่รอวันตาย ไม่ใช่นายทหารคนนั้นที่บุกตะลุยทุกที่อย่างไม่กลัวตายในวันวาน
วัยรุ่นเลือดร้อน นอกคอก ผู้ใหญ่ดื้อรั้นไม่ฟังคนอื่น และคนแก่ไร้เหตุผล คนจำพวกนี้เขาเกลียดนักหนา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเขาเคยเป็นอย่างที่กล่าวมาทั้งหมด และเพราะเคยเป็น ตอนนี้จึงได้แต่เดินหันหลังให้กับความไม่ได้ดั่งใจ กลับออกจากภัตตาคารหรูพร้อมภรรยา แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าลิฟต์ เสียงสัญญาณที่ไม่ควรจะดังก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับกลุ่มคนมากมายที่วิ่งกรูกันออกมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ ต่างคนต่างวิ่งกันไปคนละทิศละทาง พร้อมทั้งตะโกนร้อง ‘ไฟไหม้’ ดังไปทั่วบริเวณ
ซุนเจิงมองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยสติ สายตาสังเกตไปทั่วบริเวณว่าช่องทางสำหรับหนีไฟในเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ที่ใด และเขาก็สัมผัสได้ว่ามือของตนมีมือของเหอลี่อิงกุมไว้แน่นราวกับว่าเธอกำลังหวาดกลัว ในขณะที่ซุนเจิงมองหาบันไดหนีไฟเจอ เขาก็กระชับมือที่เกาะกุมมือของเหอลี่อิงไว้แน่นยิ่งกว่าเก่า พาเธอเดินไปทางนั้น แต่ระยะทางไม่ถึงสองร้อยเมตรกลับก้าวเดินอย่างยากลำบากเพราะคนมากมายก็กรูเข้าไปเช่นกัน อีกทั้งยังถูกขวางไว้ด้วยชายฉกรรจ์ส่วนหนึ่งที่ตะคอกด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างกับคนมากมายที่กำลังหนีจากความตาย
“ถอยไป ให้นายท่านกับท่านประธานไปก่อน!”
ซุนเจิงมองการกระทำทุกอย่างด้วยสายตาเวทนา จ้องคนที่ถูกเรียกว่านายท่านและท่านประธานอย่างหยามหมิ่น
“พานายท่านกับท่านประธานไปชั้นดาดฟ้า เฮลิคอปเตอร์มารออยู่แล้ว เร็วเข้า!”
“เวลานี้ยังจะมาใช้อำนาจอีกหรือเจ้าลูกหมา!” เหอลี่อิงหันขวับมองสามีข้างกายที่ตะโกนออกไปเมื่อครู่นี้ ส่วนตนเองก็ไอออกมาโขลกใหญ่เมื่อเริ่มมีกลุ่มควันพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ
“นี่ตาแก่ อยากตายนักหรือไง!”
“ฉันไม่พูด ฉันก็ต้องตายเพราะสำลักควันรอให้ลูกหมาอย่างพวกแกไปก่อนอยู่ดี! คนเขาจะหนีตายกัน มีสิทธิ์อะไรมาห้าม เป็นทหารไม่ใช่รึ กลัวตายขนาดนี้ ไม่นอนอยู่บ้านไปเสียล่ะ มาเป็นทหารทำไมกัน!” ซุนเจิงพูดจบก็ถูกชายฉกรรจ์ตัวใหญ่เข้ามาผลักจนล้มไปกองที่พื้น โดยเหอลี่อิงก็เสียหลักไปด้วยเช่นกัน
“ไม่ต้องไปสนใจ พานายท่านกับท่านประธานออกไป ฉันจัดการตาแก่นี่เอง!”
ผู้คนชุลมุนวุ่นวายกันอีกครั้งเมื่อคนสำคัญทั้งสองถูกกันให้ออกไปแล้ว แต่ซุนเจิงและเหอลี่อิงยังคงอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม
“ปากดีนัก ก็หาทางออกจากที่นี่เองแล้วกัน” ประตูทางหนีไฟถูกปิดด้วยชายฉกรรจ์เมื่อครู่นี้ซึ่งผลักซุนเจิงล้มลงไปกองกับพื้น อีกทั้งยังกักคนทั้งคู่ไว้ภายใน ในขณะซุนเจิงเองก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเปิดประตูหนีไฟนั้น แต่ก็เกินกำลังของคนแก่อย่างเขา เสียงไอที่ดังขึ้นไม่หยุดพร้อมกับควันที่เต็มไปทั่วบริเวณจนมองอะไรไม่เห็นทำให้ซุนเจิงกลับมาหาเหอลี่อิงอีกครั้ง
“นี่เธออย่าเพิ่งหลับสิ!” ซุนเจิงตะโกนห้ามเสียงดัง แต่อีกฝ่ายก็ค่อยๆ สิ้นสติไปทีละนิด “เธอจะมาตายอย่างนี้ได้ยังไงกัน เธอยังไม่ได้หย่ากับฉันเลยนะยายแก่ อย่าเพิ่งรีบตายสิ!”
“ตาแก่บ้า...”
ซุนเจิงไอออกมาโขลกใหญ่ แต่เขากลับพุ่งความสนใจไปยังภรรยาของตน และแสงสว่างเล็กๆ ของเขาก็ปรากฏขึ้นในวินาทีสุดท้าย เมื่อประตูที่ขังคนทั้งคู่เอาไว้เกิดถูกแรงปะทะจากด้านนอกจนเปิดออกในที่สุด เผยให้เห็นชายหนุ่มที่คุ้นตากำลังวิ่งมาหาพวกเขา
“อี้หมิง” ซุนเจิงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาช่วยเหลือ
“ไปกันเถอะครับคุณปู่ เดี๋ยวผมอุ้มคุณย่าลงไปเอง คุณปู่เดินไหวไหมครับ หรือจะขี่หลังผม”
“ไหว เธอพาลี่ลี่ลงไป” ซุนเจิงตอบกลับ มองภรรยาถูกอุ้มโดยหลานชายข้างบ้านที่กำลังวิ่งไปยังประตูหนีไฟ โดยเขาเองก็กำลังจะตามออกไปเช่นกัน แต่การสูดกลิ่นควันที่นานเกินไปก็ทำให้ซุนเจิงทรุดตัวลงและหมดสติก่อนจะก้าวลงบันไดหนีไฟด้วยซ้ำ
จบแล้วหรือ จบง่ายขนาดนี้เลยหรือ...
“ใต้เท้า! ตื่นเถิดขอรับ เกี้ยวเจ้าสาวจะมาถึงแล้ว!”
