บท
ตั้งค่า

เจ้าแสบของพี่ชาย

“ณจันทร์ไปอุ้มน้องมาทำไม?”

คนเป็นพี่ชายใหญ่ทัก วันนี้เขามาอ่านหนังสือที่บ้านคุณย่า คาดว่าจะสงบสุขกว่าที่บ้านของตัวเอง เพราะตอนนี้อุไรวรรณกำลังเลี้ยงน้องของอาโน่ ที่บ้านของเขามีเด็กแฝดอายุวัยหกเดือน พูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่น่ารักเหมือนตอนเขาเลี้ยงนะนายเลย ทำไมเท่าที่จำความได้ เด็กคนไหนๆ ก็ไม่น่ารักเหมือนนะนายเลยสักคน ทั้งดื้อ ทั้งซน วุ่นวายเหมือนต้องจับปูใส่กระด้ง

โดยเฉพาะแม่แก้มบุ๋มตรงหน้าเขานี่ ซนเป็นกรณีพิเศษ ป่วนเป็นกรณีฉุกเฉินแท้ๆ

“น้องอยู่คนเดียว น้องเหงา เนาะไนท์เนาะ ณจันทร์เลยพามา วันนี้ใส่เพิสนะ ปวดฉี่ก็จะบอก”

ออกตัวไว้ก่อน เพราะหนก่อนเผลอฉี่ใส่พี่ บินเหนือกลอกตา ก่อนจะเอ่ยอนุญาต ให้เข้ามาหาได้

น้องไนท์เจ้าตัวเล็กอายุเจ็ดเดือนวัยกำลังคลาน หัวเราะเอ๊าะแอ๊ะกับพี่สาว ยัยหนูแรงเยอะมหาศาล อุ้มน้องตัวเกือบเท่าตัวเองมาหาเขาจนได้ ทั้งที่เขาปลีกตัวมานอนอ่านหนังสืออยู่ที่มุมโปรดมุมสงบ คุณย่าทำให้เป็นพิเศษเอาใจคนชอบปลา ถึงเขาจะเป็นหลานเลี้ยงแต่ท่านก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหลานรัก ไม่ได้มีสายเลือดใดๆ คุณปณิตาส่งเสียดูแลให้ตามความรักที่ท่านมีต่อบินเหนือและครอบครัว ที่ดูแลทยิดาลูกสะใภ้และปานทิวาหลานสาวท่านมาให้เป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาหลายปีที่เกิดความคลางแคลงไม่เข้าใจระหว่างทยิดาและปพล ก็เหมือนเป็นบุญคุณที่ท่านจะต้องดูแลครอบครัวพวกเขาให้ดีที่สุด

“เหงาอะไรก่อน...พี่นะนายไปไหน”

ถามหาน้องสาวคนโปรด ยัยแก้มบุ๋มปล่อยน้องคลานไปตามพรมนุ่ม แล้วนั่งขัดสมาธิกอดอก มองน้องไม่วางตา ท่าทางขึงขังนั้น ทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้ วันนี้จรัสจันทร์อยู่ในชุดกระโปรงลายหมีน้อยสีฟ้าสดใส ใส่หมวกแมวของเขามาด้วย เขาสังเกตว่าหูแมวแหว่งไปข้างหนึ่ง

“พี่นะนายเรียนภาษาอังกฤษกับคุณอาปาย พี่นะนายบอกว่าต้องติว สอบหนก่อนไม่รู้เรื่องเลย”

แล้วก็ทำท่าส่ายหัว

“สอบมันยากเหรอ? ไอ้ตัวสอบนี้คืออาราย”

“สอบก็คือตัวที่พี่จะต้องเอาชนะมันนี่แหละ”

เด็กชายหัวเราะ ตามองตามหลังเด็กชายปพนภพไปด้วย กลัวน้องไปชนอะไรเข้า หนนี้เปลี่ยนจากคลานเล่น เป็นนอนหงายท้อง เอามือเล่นเท้าตัวเองแล้วหัวเราะชอบใจ สายตาของเขามองน้องชายคนเล็กอย่างอ่อนโยน เขาเขยิบไปใกล้น้องอีกนิดอยู่ในระยะคว้ากันได้ อวสานหนังสือสอบละ วันนี้...

“มันน่ากลัวไหม? แม่จ้อยบอกว่าณจันทร์ก็ต้องสอบเข้าอนุบาล ทุกคนกลัวตัวสอบ มันหน้าตายังไงนะ”

“มันไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอก เขาก็ให้เราท่อง กขค ขีดเส้นนั่นนี่...ระบายสีอีกหน่อย ก็ผ่านแล้ว สำหรับเด็กวัยอย่าง ณจันทร์น่ะ”

“แล้วเด็กวัยอย่างหนมโก๋ จะสอบผ่านต้องทำไรมั่งอะ”

“มันก็...”

จะอธิบายให้ยัยเด็กตาแป๋วสี่ขวบนี้เข้าใจได้ยังไงดีนะ ระหว่างที่พี่กำลังเครียดว่าจะบอกอธิบายยังไงดี เสียงน้องไนท์หัวเราะดังเรียกความสนใจจากจรัสจันทร์ได้มากกว่าปัญหาที่กำลังซักพี่

“สนุกเหรอ ไนท์ ทำแบบนี้มันสนุกเหรองาย”

คลานดุ๊กๆ ไปดูน้องที่กำลังนอนเล่นเท้าตัวเอง เจ้าตัวเล็กหันมายิ้มเปื้อนน้ำลายส่งให้พี่สาว

“อะ อะ”

“มันต้องลองสินะ อะ มาๆ ณจันทร์ลองด้วย ทำแบบนี้น้า แบบนี้”

แล้วแม่หนูณจันทร์ก็นอนท่าเดียวกับน้อง มองไนท์ที่คลำนิ้วของตัวเองไปหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไป น้องอยู่ท่านี้มาพักแล้วไม่รู้สนุกอะไรนักหนา

บินเหนือมองเด็กสองคนที่ทำท่าเดียวกันอย่างน่าเอ็นดู ก็อดหัวเราะขำไม่ได้ จรัสจันทร์นอนข้างน้องไป ก็คลำเท้าไป คุยกับน้องไปด้วย

“เป็นเด็กทารกนี่ มันก็ดีนะ ทำแบบนี้แล้วณจันทร์จำได้ถึงวัยนั้นเลยนะ”

“พูดจายังกับผู้ใหญ่”

บินเหนือส่ายหน้า อวสานการอ่านหนังสือสอบ คนเป็นพี่เอนตัวลงนอนบ้างแล้วเอาหนังสือปิดหน้า

“อะ อะ อิ”

“อ๋อๆ อย่างนั้นเหรอ พี่เห็นไนท์ดูดนมจุ๊บๆ ของอานิ้ง หร่อยไหมอะ? อยากไปขอชิมมั่ง”

“อะ อ๊า อิ อิ”

เจ้าตัวจ้อยทำปากจุ๊บๆ พี่สาวพามาได้เวลากินนมพอดี ได้ยินคำว่านม กับนิ้ง ก็เริ่มมองหามารดา น้องชี้ๆ แล้วทำเสียงพยายามเลียนคำ

“อม อม”

“อ๊าอยากกินนมณจันทร์เหรอ”

ยัยตัวแสบลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ คำว่านมทำให้เกิดปฏิกิริยากับทารกวัยเจ็ดเดือนที่นอนเล่นเท้าตัวเองเป็นเอากำปั้นยัดปาก น้ำลายยืดย้อย แล้วถีบเท้าเป็นจังหวะ

“อม อม อ๊า”

“ไว้พี่จะให้ชิมนมๆ พี่มั่งนะ นมๆ พี่ไม่ใหญ่เท่าอานิ้ง แต่จะกินได้ไหมนะ”

ทำท่าจะถลกชุดขึ้นมา บินเหนือทันได้ยินคำพูดนั้นพอดี เขาเอาหนังสือลงและปราดมาที่จรัสจันทร์ที่กำลังตั้งท่าจะให้นมน้องไนท์

“ไม่ได้ ณจันทร์ ให้น้องกินนมเราไม่ได้ โอ๊ย...เด็กยุ่งนี่”

“อม อม”

น้องไนท์ร้องถีบเท้าเป็นจังหวะรัวๆ จนตัวเขย่า

“น้องหิวนม ให้น้องชิมไม่ได้เหรอ หนมโก๋ก็ได้ หนมโก๋มีนมไหม”

“ไม่มี เราสองคนไม่มีใครมีนม เฮ้อ...อยู่นี่ละ เดี๋ยวพี่จะอุ้มน้องไปหาอานิ้ง อยู่เฉยๆ ห้ามรื้อกระเป๋าพี่ ห้ามเอาหนังสือพี่มาเล่น ถ้าอยากเล่นตรงนี้ เดี๋ยวพี่จะพานะนายมา”

“นะนายอ่านหนังสือไม่มาเล่น ณจันทร์เหงา รอหนมโก๋นะ”

มองพี่ตาแป๋วแหว บินเหนือถอนหายใจอุ้มน้องไนท์ไว้ในอ้อมแขน ตัวเล็กเอาหน้าซุกอกเขาทำเสียงจุ๊บๆ

“จุ๊บๆ หยมๆ”

“ครับ หิวแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่หนมโก๋พาไปกินนมน้า”

โอ๋น้อง...แล้วหันมาสั่งน้องอีกคน ที่ทำท่าจะคลานดุ๊กๆ ไปหากระเป๋าเป้บรรจุหนังสือของเขา

“ณจันทร์นั่งเฉยๆ กอดอก ถ้าจะเล่นกับพี่ รอห้ามซน”

“ไม่ซนจ้า รอจ้า”

นั่งกอดอกตามคำสั่ง ยิ้มแฉ่งตาหยีส่งให้พี่ บินเหนือไม่ค่อยไว้ใจตัวแสบนัก ในบรรดาเด็กน้อยที่เขาเป็นพี่ ณจันทร์ซนยืนหนึ่งที่สุดแล้ว

หายไปเอาน้องไปส่งอานิ้งเสร็จ ก็กลับมาที่ห้องที่เขาอ่านหนังสือ พบว่าจรัสจันทร์เอาหนังสือเขาไปนอนกางอ่าน ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ดูแล้วทั้งน่ารักและน่าตีไปด้วยพร้อมๆ กัน เขาแอบถ่ายรูปของเจ้ายุ่งไว้ ท่าทางนี้น่าเอ็นดูจริงๆ ก่อนจะกระแอม

“อะแฮ่ม แอบทำอะไร บอกแล้วใช่ไหม ไม่ให้ยุ่งกับหนังสือของพี่”

“หนมโก๋มีภาพหัวใจตรงนี้ด้วยอะ รูปใคร”

“หืม? ไหน”

เขาดึงหนังสือไปจากยัยยุ่ง รูปถ่ายที่ตัดเป็นรูปหัวใจเสียบไว้ตรงหนังสือหน้านั้น บินเหนือยักไหล่ แล้วดึงมันออก รูปของยัยบริ๊งค์นั่นเอง เอามาเสียบไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ จำได้ว่าไปเดินกินไอศกรีมที่ห้างด้วยกัน ยัยบริ๊งค์ดึงเขาเข้าไปในตู้ถ่ายสติกเกอร์ แล้วก็ชวนเขาถ่ายรูป เจ้าหล่อนเอารูปนี้มาเสียบให้ตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า

“รูปใครอะ”

ยัยแก้มบุ๋มถาม สีหน้าอยากรู้อยากเห็นมาก เห็นพี่ดึงออกก็ไปแย่งขอดู ในที่สุดก็แย่งไปได้จนได้

“ใครอะ ใคร”

“อดีตแฟน”

บินเหนือยักไหล่

“จะเอาไปทำอะไรก็เอาไปเหอะพี่เลิกกับเขาแล้ว”

“หืม...”

ตากลมโตแป๋วแหวว มองจ้องเด็กผู้หญิงกับพี่ชายในภาพถ่าย พลางทำหน้ายู่ แล้วหันกลับมามองหน้าพี่ชาย ตอนนี้บินเหนือหยิบโทรศัพท์มาตีป้อม ช่างแม่งละหนังสือสอบ สมาธิกระเจิงหมดแล้ว

“เลิกกะเขาไม แล้วทำไมหนมโก๋มีแฟน”

“เอ๊า ก็คนมันหล่อ สาวก็ชอบปะ พี่ชายของณจันทร์ คือคนหล่ออันดับหนึ่งในรุ่นประถมนะ”

“หนมโก๋มีแฟนไม่ได้ฉิ”

ยัยแก้มบุ๋มว่า

“ทำไมล่ะ?”

“มีแฟนไม่ได้นะ หนมโก๋ แก่แดด”

“เฮ้ย! ไปเอามาจากไหนนะคำนั้นน่ะ”

บินเหนือหัวเราะ แก้มบุ๋มๆ นั่นทำให้อดที่จะเอื้อมมือดึงแก้มน้องไม่ได้ จรัสจันทร์ร้องโอ๊ย! ก่อนจะทำแก้มป่องใส่พี่ ยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งน่ารักน่าฟัด

“คุณย่าพูดแหละ ว่าเป็นเด็กห้ามมีแฟน แก่แดด แก่ลม คุณย่าว่าให้น้าจิ๋ว”

น้าจิ๋วที่ว่าอายุต่างจากเจ้าณจันทร์น้อยแค่แปดปี แต่มีศักดิ์เป็นน้า ลำดับญาติก็จะงงๆ นิดหน่อย เพราะมารดาของเจ้าหล่อน มีน้องๆ ถึงเจ็ดคนวัยต่างกันมาก

“ยัยจิ๋วอะนะ จะมีแฟน”

บินเหนือหัวเราะ เขานั้นรู้จักหยกมณี แต่ไม่ได้สนิทมากเหมือนนะนาย ทั้งสองอายุเท่ากัน แต่คนหนึ่งเป็นอา คนหนึ่งเป็นหลาน

“ไม่ได้มีแฟน แต่มีคนมาจีบ คนมาจีบนี่ยังไงอะพี่หนมโก๋ เหมือนมาถีบไหม?”

ถามแบบหน้าตาย คนฟังสะดุ้ง ก่อนจะหัวเราะแบบไม่ไหวแล้ว โอ๊ย...สงสัยแต่ละอย่างแต่ละสิ่ง ตัวยุ่งเอ๊ย

“มันจะไปเหมือนได้ยังไง เฮ้อ...พี่เหนื่อยกับเรามากนะ ไว้โตมาก็รู้เอง”

“จีบกันแล้วก็ต้องเป็นแฟน แล้วก็มีลูกๆ ไง แหม... พี่หนมโก๋ไม่ฉลาดเลย”

พูดแจ้วๆ คนพี่ทำตาปริบๆ เจ้าณจันทร์หัวเราะร่วน พลางชี้มือใส่เขา

“พี่หนมโก๋ไม่ฉลาด ไม่รู้จักจีบ”

“แล้วเรารู้จักคำนี้ได้ยังไง”

“แอบฟัง”

ตอบแล้วก็ยิ้มตาหยีใส่ บินเหนือถอนใจเฮือกอยากจะขำกับอยากจะหยิกน้องไปพร้อมๆ กัน

“โอ๊ย...เจ้าแสบเอ๊ย พี่นอนละ จะพักสายตา ณจันทร์ไปเล่นกับน้องปะ”

ว่าแล้วก็เอนหลับเอาดื้อๆ เลื่อนตัวขึ้นไปบนโซฟา จรัสจันทร์เห็นดังนั้น ก็ปีนขึ้นไปนอนบนตัวพี่ แบบไม่ปรึกษากันสักคำ

“อื้อหือหนัก ลงไปสิ”

“ณจันร์นอนด้วย นอนหน่อย นอนน้า เดี๋ยวณจันทร์โอ๋ๆ จะได้ฝันดี”

“ฝันว่าหมูน้อยมาทับน่ะสิ ลงไปพี่จะตายแล้ว”

บ่นน้อง แต่ก็ยอมให้น้องนอนทับแบบนั้น สักพัก จรัสจันทร์ก็เงยหน้าขึ้นมาถามเขาเสียงแจ๋ว

“โตมามีหนวด พี่หนมโก๋จะจีบใคร จีบคนนั้นปะ”

“ไม่รู้”

หลับตาลง หนักแหละที่น้องทับ แต่ก็ไม่อยากไล่ อยู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาโอบเจ้าตัวยุ่งที่บอกว่าอยากนอนด้วยแต่ยังตาใส

“จะแต่งงานกับใคร มีลูกๆ กับใคร”

“ไม่รู้เลยครับผม ยังไม่มีหนวดนี่ ยังไม่โต”

เขามองตาแป๋วๆ นั้น นึกเอ็นดูน้อง เลยหอมหน้าผากไปทีหนึ่ง กลิ่นหอมๆ ของยัยเด็กทำให้เขาหอมแก้มบุ๋มไปอีกสองฟอดอย่างชื่นใจ คนตัวเล็กทำตาโตใส่เขา

“อื้อ...ต่อไปนี้หอมณจันทร์แบบนี้ไม่ได้นะ”

“อ้าว ทำไมล่ะ?”

เขาหัวเราะ แล้วหอมอีกทีด้วยความมันเขี้ยว ยัยเด็กรีบปีนลงจากตัวเขาแล้วเอามือป้ายๆ ที่เขาหอม

“คุณย่าสอนกฎการเข้าโรงเรียนอนุบาล ห้ามผู้ชายหอม ห้ามผู้ชายกอด ผู้ชายที่ไม่ใช่คุณพ่อปริ้นซ์กับอาปาย ต้องขออนุญาตก่อน พี่หนมโก๋ไม่ได้ขอเลยทำงี้ไม่ได้”

“เอ๊า อาการมันเป็นยังไงเป็นสาวแล้วงั้นสิ พี่หอมไม่ได้นี่”

เขาทำเป็นงอนน้อง

“น้อยใจณจันทร์ไม่ให้หอมแล้ว”

บินเหนือนอนหันหลังให้ จรัสจันทร์ทำตาปริบๆ แล้วสะกิดพี่ชายเบาๆ

“โกรธเหรอ? โอ๋ๆ งั้นณจันทร์หอมพี่หนมโก๋ก็ได้ แล้วก็อนุญาตให้พี่หนมโก๋หอมนะ เอาแก้มมา อื้อๆ”

พูดแล้วตะกายปีนข้ามตัวเขามาเพียรหอมแก้มเขาจนได้ บินเหนือปัดป้องพอเป็นพิธี โดนยัยแก้มบุ๋มปล้ำหอมไปสองที กลายเป็นว่าเขานอนกอดน้องไว้ ตอนนี้หน้าของบินเหนือเปียกน้ำลายเจ้าตัวยุ่งจนรู้สึกได้

“เอ้า นอนๆ พี่จะนอนแล้ว ถ้าไม่นอนก็ไปข้างนอก”

“นอนกันแบบนี้เหมือนพ่อกะแม่เลย”

จรัสจันทร์ว่า แล้วย่นจมูกใส่พี่

“แต่พี่หนมโก๋เป็นได้แค่พี่นะ ไม่ได้เป็นแบบพ่อเป็นแฟนแม่”

“โอ๊ย พี่ก็ไม่อยากเป็นแฟนเราหรอก ปวดหัวตายห่า”

เขาหัวเราะชอบใจ เด็กน้อยเห็นแบบนั้นก็ขำไปด้วย และแล้วบินเหนือก็กลายเป็นนอนเล่นกับน้อง ตอบร้อยแปดคำถามของจรัสจันทร์ สุดท้าย การนอนก็คือการไม่ได้นอนจนได้

สายสัมพันธ์ระหว่างพี่หนมโก๋ กับเจ้าณจันทร์ ผูกรั้งกันไปยาวนาน จนเวลาล่วงผ่านไป...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel