บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ขอเช็กให้ละเอียดก่อน

“เฮ้อ...” ผู้เป็นแม่ถึงกับถอนหายใจ เรื่องที่นางเป็นห่วง คือเรื่องที่ ใครเป็นคนปองร้ายนพภรินต่างหาก ไม่ใช่เรื่องความจำที่หายไปหรอก

‘และถ้าเป็นแบบนี้ จะทำอย่างไรดี’ ผู้เป็นแม่ได้แต่คิด

“ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ”

“แล้วลูกสาวดิฉันจะได้ออกจากโรงพยาบาลวันไหนคะ”

“ถ้าวันนี้ตรวจเช็กอาการอีกครั้ง แล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ก็กลับไปอยู่ที่บ้านได้ครับ แต่ผมขอให้คนไข้งดออกกำลังกาย งดเครื่องดื่มที่มันจะไปกดสมอง เช่น ชา กาแฟ และคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยดูแล สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เรื่องตาพร่ามัว หรือว่าเห็นภาพซ้อน มีเลือดไหลออกมาตามจมูกและปาก ต้องรีบแจ้งกลับมาที่ผม และให้รีบกลับเข้ามารักษาตัวครับ”

“ครับคุณหมอ”

ก๊อก ก๊อก... นางพยาบาลโผล่หน้าเข้ามา

“คุณหมอคะ ได้เวลาผ่าตัดแล้วค่ะ”

“ผมขอตัวก่อนนะครับ”

ทั้งสองรีบยกมือไหว้ แล้วพากันออกมา

“เรื่องจำอะไรไม่ได้ แม่ไม่เป็นห่วงหรอกนะพ่อ แต่ที่เป็นห่วงคือเรื่องใครกันที่ตัดสายเบรก” แม่โพล่งปากขึ้นมาเบา ๆ

“ชู่... อย่าเพิ่งเสียงดังไป เรื่องนี้ให้เป็นการสืบของตำรวจ แต่พ่อห่วงความปลอดภัยของแซนด์เหมือนกัน เวลาที่เรากลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว พ่อว่าเราจะต้องคิดป้องกัน และทำอะไรสักอย่าง”

“ทำอะไรหรือคะ”

“ให้คุณหมอออกแถลงข่าวไปเลยว่า แซนด์ความจำเสื่อม เพื่อไอ้พวกที่ปองร้ายลูกของเรา มันจะได้ไม่ย้อนกลับมาทำอะไรยายแซนด์อีก”

“จะได้ผลหรือคะ เพราะเราไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใคร”

“เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนะ และเราอาจจะต้องพายายแซนด์ไปหลบซ่อนตัวที่ไหนสักที่ ที่ที่ไม่มีคนรู้จัก ให้ห่างจากพวกเราด้วย”

“มันเรื่องบ้าอะไรกันคะ”

ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วง น้ำตารื้นขึ้นมาอีก

“ใจเย็น ๆ น่า ตอนนี้ลูกปลอดภัยก็ดีมากแล้ว โชคดีที่ยายแซนด์ไม่ตาย”

“ค่ะ” น้ำตาของพ่อและแม่ไหลซึม หัวอกของพ่อแม่คนที่รักลูกปานแก้วตาดวงใจ แค่เห็นว่าลูกเจ็บป่วยก็อยากจะเจ็บป่วยแทนลูกแล้ว นี่ถึงกับหมายมาดเอาชีวิต ความหวาดวิตกก็กระจุกอยู่ในหัวใจ ทั้งคู่เดินกลับมาถึงที่หน้าห้องพักของนพภริน

“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่” ไมค์ส่งเสียงมาจากด้านหลัง สองสามีภรรยารีบหันไปมองตามเสียง

“ไมค์เพิ่งมาถึงหรือจ๊ะ”

“ครับคุณแม่”

“โอ้ย! เอาอะไรมาเยอะแยะนั่นนะ” พ่อและแม่มีสีหน้าหนักใจ ไม่รู้จะบอกเรื่องความทรงจำที่หายไปของนพภรินให้ไมค์ฟังอย่างไร คนรักกันมากกลับจำกันไม่ได้

“ของโปรดแซนด์ทั้งนั้นเลยครับ ผมอยากให้แซนด์ได้กินของที่เธอชอบ เอ่อ... พ่อกับแม่มีอะไรหรือครับ แซนด์เป็นอะไร” เขาเห็นหน้าพ่อกับแม่ที่เจื่อนลงไป และมีท่าทีหนักใจ

“ไมค์ แม่มีเรื่องจะบอก คือว่า... แซนด์ความจำหายไปนะ”

“หา! อะไรนะครับ”

“จากที่ได้คุยกัน แซนด์บอกว่าเพิ่งกลับมาจากกินเลี้ยงรับปริญญา แล้วเกิดอุบัติเหตุ”

“แซนด์จะไม่รู้จักไมค์ และจะจำไมค์ไม่ได้ พ่อกับแม่ต้องบอกไมค์เอาไว้ก่อน”

“ครับ” หน้าของเขาเหลือสองนิ้ว ใจที่พะว้าพะวังอยากไปเจอกับนพภรินแล้ว เขาอยากเข้าไปดูให้แน่ใจ ไมค์กำลังจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง คุณทรงคุณรีบรั้งเอาไว้

“พ่อไม่อยากให้แซนด์คิดมาก พ่อขอร้องไมค์อย่างหนึ่งได้ไหม ถ้าแซนด์จำไมค์ไม่ได้ อย่าคาดคั้น” สายตาของผู้เป็นพ่อวิงวอน

“ครับพ่อ ได้สิครับ”

คุณพอจิตผลักประตูเข้าไป ผู้ชายต่างวัยสองคนเดินตามหลัง ในห้องนั้นนพภรินกำลังหัวเราะในเรื่องตลกที่น้องชายเล่า

“หายไปไหนนานจังคะพ่อ” นพภรินหันมาทักพ่อ ก่อนจะยกมือไหว้ไมค์ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย มองหน้าไมค์เหมือนเพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก

“อ้อ... เอ่อ... นี่เป็นคนรู้จักของพ่อนะ เจอกันข้างล่าง เลยพามาเยี่ยมลูกด้วย”

“อ๋อค่ะ” เธอยิ้มให้กับเขา และหันไปสนใจอภิรินต่อ

“แล้วไงอีก แซงค์เล่าต่อสิ กำลังสนุกเลย” นพภรินไม่สนใจไมค์เลยสักนิดเดียว

“เห็นแล้วใช่ไหมไมค์” พ่อรีบกระตุกข้อมือของไมค์

“ครับ ทำไมเป็นแบบนี้ครับพ่อ” เธอรักเขามาก แต่มาทำเป็นลืมเขาไปจากหัวใจได้อย่างไร สายตาของไมค์ที่ส่งไปยังนพภรินเหมือนอยากจะพูดคุยและซักถาม แต่เธอก็ไม่แม้จะชายตามอง

“หมอก็ไม่ทราบสาเหตุ หมอบอกทุกอย่างต้องใช้เวลา ตอนที่รถชน เราไม่รู้เลยว่าหัวของแซนด์ไปกระแทกหรือกระทบกระทั่งกับอะไรบ้าง”

“แล้วความทรงจำของเธอจะกลับมาเมื่อไรครับ”

“หมอให้คำตอบไม่ได้เหมือนกัน ไม่ได้เลย ทุกอย่างต้องใช้เวลา หรือไม่แน่นความทรงจำที่หายไป อาจจะเป็นการหายไปแบบถาวร และไม่กลับมาอีกแล้ว” พ่อจ้องมองลูกสาวด้วยความสงสารจับใจ ท่านพ่นลมหายใจแรง

“แซนด์จะจำผมไม่ได้ตลอดไปหรือครับ” ไมค์ทนไม่ไหว เขาผละจากคุณพ่อเดินเข้าไปใกล้สองพี่น้อง

“อาการเป็นยังไงบ้างครับแซนด์” ไมค์ถาม

นพภรินยกหน้าขึ้นมามองเขา มองเขาแบบไม่รู้จัก ดวงหน้ายิ้มนิด ๆ โดยนิสัยเธอไม่ค่อยชอบคุยกับคนแปลกหน้าอยู่แล้ว

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ ดีขึ้นแล้ว” นพภรินยิ้มให้เขาแบบแห้ง ๆ มองเหมือนไมค์เป็นคนอื่น ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย

“แซนด์ทำไมเสียมารยาทกับเพื่อนของคุณพ่อแบบนั้น” แม่ดุ

“ก็... หนูไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่คะ ก็พี่เขาถามว่าเป็นยังไงบ้าง แซนด์ก็ตอบว่าแซนด์ไม่ได้เป็นอะไร หายจริง ๆ ค่ะ” นิสัยหยิ่งจองหองกลับมาอีกครั้ง

“เอ่อ... แล้วหมอว่ายังไงคะแม่ หนูจะกลับบ้านได้หรือยัง” นพภรินยกหน้ามองน้ำเกลือที่ยังอยู่เต็มขวด

ทุกคนมองไปที่ไมค์ที่สีหน้าและแววตาแย่ลงไปเลย

“แซนด์เบื่อจะแย่แล้วนี่ค่ะ อยากออกกำลังกายด้วยค่ะ อย่างเล่นกับเจ้าพลู” เธอหมายถึงหมาน้อยของเธอ แต่มันตายไปแล้วเมื่อสองปีก่อน

“เฮ้อ... อย่างน้อย ๆ หนูได้ปั่นจักรยานรอบ ๆ หมู่บ้านก็ยังดี” ทำท่าบ่นและบิดขี้เกียจ

“ขอโทษนะไมค์ พ่อต้องขอโทษจริง ๆ” พ่อมาลากไมค์ออกไป ไมค์ยังดูพะว้าพะวัง หันกลับมาดูหน้าของนพภริน

“ไม่เป็นไรครับพ่อ เออ... ถ้ายังงั้นผมกลับก่อน แล้วผมจะโทร. หานะครับ” นัยน์ตาของไมค์ดูเศร้ามาก

“ได้ลูก” พ่อมองด้วยความเห็นใจ

“แซงค์พี่ไปก่อน” ไมค์โบกมือให้กับอภิริน เขาพยักหน้า
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel