บทที่ 3 ไมค์คือคนรักของแซนด์
“ไปเถอะไมค์ ประเดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีกคน ไมค์ทำงานหนัก ก็ต้องพักผ่อนเยอะ ๆ ดูยายแซนด์สิ ถึงเวลาเป็นอะไรไป ก็รังแต่จะทำให้คนข้างหลังเป็นห่วง ไมค์ไปพักเถอะ” มองอย่างห่วงใย
“อ่า... ถ้าอย่างนั้น ก็ได้ครับคุณพ่อคุณแม่ ผมลานะครับ ช่วยบอกกับแซนด์ด้วยว่า ผมเป็นห่วงแซนด์มาก ๆ แล้วยังไงผมจะโทร. มาหานะครับคุณพ่อ”
“จ้ะ”
ไมค์รีบยกมือไหว้ แล้วหันหลังกลับไปด้วยสีหน้าร้อนรน
สายของวันต่อมา ร่างที่บอบช้ำขยับตัวอยู่บนเตียง ผู้เป็นแม่ที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างรีบเข้าไปหา
“แซนด์ลูก แซนด์...” แม่จับลูบไปตามเนื้อตัวของลูกสาวอย่างแสนห่วง
“แซนด์ลูกพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง” คุณทรงคุณเข้าไปวางมือลงไปที่หัว และไล้แตะลูบไปที่หน้าผากของนพภรินเบา ๆ
“พี่แซนด์” อภิรินเข้ามาจับที่ปลายเท้าจับบีบนวด
นพภรินปรือตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ แสงสว่างจ้ากระแทกเข้ามาที่ลูกตาของเธอ หญิงสาวกะพริบตาถี่ ๆ
“แซงค์เรียกหมอสิลูก บอกว่าพี่แซนด์ฟื้นแล้ว”
“ครับ” อภิรินรีบกดกริ่งเรียกที่อยู่บนหัวเตียง
“ไม่เป็นไรแล้วนะแซนด์ ขวัญเอ๋ยขวัญมา ขวัญกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวนะลูกนะ”
“พระคุ้มครองแท้ ๆ ลูกเอ๊ย” น้ำตาของทั้งพ่อและแม่ไหลริน
คุณหมอและพยาบาลเดินเข้ามาในห้อง ทุกคนรีบออกห่างมาจากเตียง เพื่อคุณหมอได้ตรวจเช็กอาการของนพภรินอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปเกือบห้านาที
“คุณนพภรินนะครับ”
“ค่ะ ฉันนพภรินค่ะ ฉันอยู่ที่ไหนคะ” ริมฝีปากที่แห้งผากพยายามเปล่งเสียง ทุกคนหันไปมองหน้ากันแล้วยิ้มกว้าง
“คุณเกิดอุบัติเหตุรถชนนะครับ ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้วนะ”
“อุบัติเหตุ รถชน” พึมพำงึมงำกับตัวเอง นพภรินนึกถึงอะไรไม่ออกเลย
“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณนพภรินเจ็บที่ตรงไหนบ้างครับ เอ่อ... หมอกดตรงนี้คุณเจ็บไหม” คุณหมอเริ่มใช้ปลายนิ้วจิ้มไปที่ชายโครง
“ไม่ค่ะ”
“ตรงนี้ล่ะครับ” หมอไล่ไปเรื่อย ๆ
“ไม่ค่ะ”
“แล้วตรงนี้”
“ไม่เจ็บค่ะ”
ทุกคนที่ได้ยินพากันหายใจโล่งอก
“แซนด์เจ็บตรงไหนก็บอกหมอไปนะลูก” ผู้เป็นแม่ขยับเข้ามาใกล้รีบเอ่ย
“แม่หรือ”
“แม่ไง แม่เอง แซนด์...”
“แซนด์ พ่อก็อยู่นะ” พ่อรีบชะโงกหน้าเข้าไปหาอีกคน
“พี่แซนด์” อภิรินเรียกขานด้วยน้ำเสียงอาทร
“โอ๊ย! ปวดแค่ตรงหัวนี่แหละค่ะ ปวดหัวจังเลยค่ะ ปวด... ปวดตรงนี้” สีหน้าของนพภรินเริ่มเหยเกขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน เธอยกมือขึ้นมากุมอยู่ที่ศีรษะ ทั้งหมดพากันตกใจ พยาบาลรีบกันทุกคนออกห่าง คุณหมอเอาไฟฉายส่องไปที่ในดวงตาของนพภริน ลูกตาของเธอกลิ้งไหลเป็นวงกลม
“เวียนหัวจังค่ะ ทำไมห้องมันหมุน เพดานห้องมันหมุนติ้ว อย่างนี้คะ” เธอออกเสียง ท่าทีทรมาน
“คุณหมอครับ ลูกสาวของผมเป็นอะไร”
“เป็นเอฟเฟกต์หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุนะครับ อาจจะศีรษะกระแทก แต่ที่ผมเช็กเบื้องต้น น่าจะมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ยังไงดูอาการข้างเคียงอื่น ๆ อีกที จากการสแกนสมองเมื่อวาน คุณนพภรินปรกติทุกอย่างนะครับ ไม่มีอาการสมองบวม”
“แล้วจะทำยังไงต่อไปดีคะ” คนเป็นแม่ถามเสียงสั่น
“เอ่อ... ขอให้คนไข้ได้พักผ่อนนะครับ ผมยังไม่อยากให้เธอต้องใช้ความคิดอะไรในตอนนี้” คุณหมอก้มลงไปเขียนชาร์ตของผู้ป่วยแล้วยื่นให้พยาบาล
“ผมสั่งยาแล้ว ตอนนี้น่าจะให้คุณนพภรินนอน ช่วงบ่ายผมจะแวะมาดูอาการอีกที ไม่ต้องกังวลกันนะครับ เคสของคุณนพภรินไม่หนักหนามาก ร่างกายหลังจากได้รับอุบัติเหตุใหญ่จะต้องพักฟื้นตัว หากมีอะไรเกิดขึ้น ก็ให้พยาบาลตามผมได้เลย ผมขอตัวไปตรวจคนไข้คนอื่นก่อน”
“ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ” คุณพ่อยกมือไหว้ สายตาของทุกคนไม่อาจละไปจากร่างของนพภรินไปได้เลย
พยาบาลที่ออกไปพร้อมกับคุณหมอ นางเดินกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับเข็มฉีดยาในมือ นางตรงไปฉีดยาเข้าที่สายน้ำเกลือให้กับนพภริน ก่อนจะหันมาพูด
“คุณหมอให้คุณนพภรินพักมาก ๆ นะคะ อย่างน้อยเธอจะนอนหลับไปจนถึงเย็น ทุกคนไม่ต้องกังวลนะคะ และถ้ามีอะไรระหว่างนี้ ก็กดกริ่งเรียกพยาบาลได้เลยนะคะ”
“ครับ”
แม่ร้องไห้กระซิก ๆ อยู่ในอ้อมกอดของพ่อ
“ยายแซนด์ไม่เป็นอะไรแล้วแม่”
“ก็... ฉันเป็นห่วงลูกนี่คะ”
“ไม่เป็นอะไรแล้ว เห็นไหม เมื่อกี้ลูกก็พูดกับคุณอยู่”
“แต่ฉัน... ฮือ...”
“เอาเถอะ ๆ อยากร้องไห้ก็ร้องเสีย แต่ถ้าลูกตื่นขึ้นมา อย่าร้องให้ลูกเห็นก็แล้วกันนะ” พ่อนั่งปลอบใจแม่
“รีบหายนะพี่ ผมอยากให้พี่ตื่น แล้วเราจะได้รู้ความจริงว่า พี่น่ะไปรู้ไปเห็นอะไรมา และไปมีเรื่องกับใคร” อภิรินนั่งลงใกล้พี่สาว
เมื่อสองวันก่อนเกิดเหตุ
“อีกสองวัน แซนด์ก็จะถ่ายหนังเสร็จแล้วนะคะพี่ไมค์”
“ทำไมหรือจ๊ะ แซนด์ต้องการอะไร”
“แซนด์อยากไปเที่ยวเชียงใหม่ค่ะ ไปด้วยกันไหมคะ” เธอหันไปมองหน้าเขาด้วยความหวัง ดวงหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข
ความรักสำหรับนพภรินในตอนนี้ คือเป็นความรักที่ดีที่สุด ไมค์ดีกับเธอมาก ทั้งรักและเอาอกเอาใจ แถมเขายังทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมาก ๆ ไม่เคยแตะต้อง หรือแต๊ะอั๋งเธอเลยแม้แต่น้อย
ไมค์ทำตามที่เธอร้องขอตั้งแต่เริ่มคบกัน หากจะมีอะไรกันแบบคู่รัก เธอขอให้เกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองคนแต่งงานกัน
“พี่ยังติดถ่ายละครอยู่เลยนะแซนด์ อีกตั้งหลายเดือนแน่ะ กว่าจะถ่ายจบ คราวหน้าพี่จะไม่รับงานที่เป็นซีรีส์แบบนี้อีกแล้ว มันยาวนานเกินไป” เขาทำหน้าเหนื่อยหน่ายจริง ๆ
“ทำไมล่ะคะพี่ไมค์ เงินดีออกค่ะ และรายได้ติดต่อกันยาว ๆ ด้วย”
“ก็มันเหนื่อยน่ะสิ แล้วพี่ก็ไม่มีเวลาให้กับแซนด์ด้วย” เขาหยอดในตอนท้าย ทั้งคู่สบตากัน
“ค่ะ” นพภรินได้ยินแบบนี้แล้วก็ชื่นใจ เธอยิ้มแบบอ่อนหวานให้กับเขา
“คุณพ่อ คุณแม่ถามว่า เมื่อไหร่พี่ไมค์จะไปทานข้าวที่บ้านอีกคะ”
“แซนด์ต้องบอกคุณพ่อคุณแม่แล้วแหละว่า รอให้พี่ถ่ายซีรีส์ให้เสร็จก่อน”
“คุณแม่บ่นคิดถึงพี่ไมค์อยู่นะคะ เสียดายวันก่อนทำต้มขาหมูของโปรดของพี่ แล้วพี่ไม่ได้กิน แม่บ่นอุบเชียวค่ะ”