7 สิ่งที่แลกกับความบริสุทธิ์
ในเวลาเดียวกันศุภิสราก็อยู่ที่คอนโดของตนเองหญิงสาวทำกิจกรรมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ปิดไฟเข้านอนแต่ไม่ว่าจะพยายามข่มตานอนเท่าไหร่ก็นอนไม่หลับเพราะในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องเดิมอยู่ตลอดเวลา
เธออยากเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับและไม่อยากเล่าให้ใครแต่ความอึดอัดอยู่ภายในใจมันก็ทำให้รู้สึกเครียดมากขึ้น
ศุภิสราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนเองยังออนไลน์อยู่เธอจึงไม่รอช้าที่จะส่งข้อความไปถามเพื่อนสนิทที่สุดซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีความลับกับเพื่อนคนนี้
“มัดหมี่ยังไม่นอนใช่ไหม”
“อือ มีอะไรหรือเปล่า” มริษาหรือมัดหมี่เพื่อนของเธอตอบกลับภายในเวลาไม่กี่วินาที
“ฉันขอโทรหาแกได้ไหม” ศุภิสราถาม
“วิดีโอคอลไหมจะได้เห็นหน้า”
“ไม่เป็นไรดึกแล้วแสบตาขอโทรนะ” เธอบอกเพื่อนไปแบบนั้นแต่เหตุผลที่แท้จริงคือกลัวว่าจะร้องไห้ถ้าเห็นหน้าเพื่อน เพราะปกติแล้วเธอเป็นคนเก็บความรู้สึกไม่เก่งเวลาอยู่กับเพื่อนสนิท
“ได้สิ”
เมื่อเพื่อนตกลงศุภิสราก็กดโทรออกอย่างรวดเร็ว
“ว่าไงคิดถึงฉันมากเหรอถึงโทรมากลางดึกแบบนี้” มริษาทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส เธอเป็นเพื่อนสนิทของศุภิสราตั้งแต่เรียนปีหนึ่งทั้งสองมาจากต่างจังหวัดเหมือนกันความสนิทสนมจึงเกิดเร็วขึ้น ตอนนี้เพื่อนของเธอก็ทำงานเป็นพนักงานบัญชีอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง
“ช่วงนี้เงินแกเป็นไงบ้างมัดหมี่ยุ่งหรือเปล่า” ศุภิสราเลือกถามเรื่องทั่ว ๆ ไปก่อน
“ช่วงต้นเดือนแบบนี้ไม่ยุ่งเท่าไหร่ งานแกล่ะเป็นยังไง”
“ก็เรื่อย ๆ นั่นแหละ”
“แกทำงานกับบอสคนใหม่มาหลายเดือนแล้วเป็นยังไงบ้างโอเคหรือเปล่า”
“อือ การทำงานก็คล้าย ๆ กับท่านประธานคนเดิมนั่นแหละ”
“ฉันได้ข่าวว่าบอสคนใหม่ของแกหล่อมาก ๆ เลยใช่ไหมแล้วยังเจ้าชู้อีกด้วย” เรื่องหน้าตาและความเจ้าชู้ของพัทธดนย์นั้นเป็นที่กล่าวขานในแวววงธุรกิจอยู่ไม่น้อย
“ก็อย่างที่แกได้ยินนั่นแหละ”
“แกอยู่ใกล้เขามีหวั่นไหวบ้างไหม”
“จะหวั่นไหวอะไรได้ล่ะ ฉันเทียบไม่ได้กับผู้หญิงที่เขาเคยควงเลย” เพราะที่ผ่านมาผู้หญิงของเจ้านนายจะทั้งสวยทั้งรวยและยังมีชื่อเสียงในสังคมต่างจากตัวเธอที่เป็นแค่ผู้ช่วยธรรมดา
“แต่มันก็ไม่แน่นะแกบางทีความใกล้ชิดและการได้ทำงานร่วมกันก็อาจจะทำให้คนเรารู้สึกดีต่อกันได้ แต่ช่างเถอะฉันรู้ว่าแกยังไม่อยากมีแฟน ว่าแต่ที่แกโทรมาหาฉันตอนดึกแบบนี้แกมีอะไรจะเล่าให้ฉันฟังหรือเปล่า” เพราะสนิทจนรู้ใจกันมริษาเลยเดาออกว่าเพื่อนต้องมีเรื่องอะไรมาเล่าให้ฟังเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา
“ฉันไปนอนกับผู้ชายมา” เธอบอกเพื่อนอย่างตรงประเด็น
“ห้ะ!....อะไรนะ นี่แกแอบมีแฟนตั้งแต่ตอนไหน” มริษาถามเสียงสูงเพราะที่ผ่านมาเพื่อนของเธอไม่เคยคบกับผู้ชายคนไหนอย่างจริงจังแล้วนี่กลับมาบอกว่าไปนอนกับผู้ชายมาก็เลยค่อนข้างตกใจแปลกใจเป็นอย่างมาก
“ฉันไม่ได้คบกับเขาหรอก”
“ไม่ได้คบแล้วไปนอนกับเขายังไงอย่าบอกนะว่าแกมีวันไนท์สแตนด์น่ะ” เสียงที่ถามออกมาทั้งตกใจสงสัย
“ไม่เชิงหรอกนะ”
“เรื่องมันเป็นยังไงลองเล่าให้ฉันฟังสิ”
“แกสัญญาก่อนว่าจะเก็บเป็นความลับ”
“เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะเอาไปพูดต่อ แต่ฉันไม่บังคับนะแล้วแต่แกเลยว่าอยากจะเล่าไหม แต่ที่ฉันอยากรู้เพราะฉันเป็นห่วงความรู้สึกแกไง ผู้ชายคนนั้นเป็นใครพามาเจอฉันหน่อยได้ไหมฉันจะได้รู้ว่าเขาจริงจังกับแกหรือแค่คิดจะหลอกฟันแกแค่นั้น” อีกฝ่ายถามยาวด้วยความเป็นห่วงเพราะเพื่อนของตนเองยังอ่อนประสบการณ์เรื่องนี้มาก
ศุภิสรานิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในกับเพื่อนฟังอย่างไม่มีปิดบังเพราะถ้าหากให้เธอเก็บเรื่องนี้ไว้กับตนเองสักวันหนึ่งก็คงได้อกแตกตาย
“อะไรนะ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยแล้วทีนี้แกจะทำงานกับเขายังไงต่อล่ะ แกต้องเจอเข้าทุกวันจะไม่เป็นอะไรเหรอ”
“ก็ทำเป็นปกติไง”
“มันจะปกติได้ยังไงคนเรานอนด้วยกันแล้วนะ มันไม่มีทางที่ความรู้สึกจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้หรอกนะ”
“แต่ฉันคิดว่าฉันทำได้นะ วันนี้ตอนฉันไปที่บริษัททุกอย่างก็ดูโอเค เราก็ทำงานด้วยกันได้” ศุภิสราทำเป็นเข้มแข็งอันที่จริงแล้วเธอก็รู้สึกหวั่นไหวบ้างเพราะเขาคือผู้ชายคนแรกของเธอถึงแม้ว่าทุกอย่างมันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจก็ตาม
“แล้วเขาพูดถึงเรื่องนี้หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเขาคิดจะฟันแกแล้วทิ้งนะ เขาเป็นผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้ฉันไม่โอเคนะ”
“วันนี้เขาก็เรียกฉันไปคุยและขอโทษจากนั้นก็ถามว่าฉันอยากได้อะไรไหมหรือตอบแทนยังไง”
“แล้วแกตอบไปว่ายังไงล่ะ แกจะให้เขารับผิดชอบไหม”
“ฉันก็บอกว่าฉันไม่ต้องการอะไร”
“เจ้านายแกนี่มันเป็นคนยังไงนะจะถามตรง ๆ กับผู้หญิงได้ยังไง ถ้าฉันเป็นแกฉันจะเรียกร้องให้เขารับผิดชอบเลยแหละหรือไม่ก็เรียกเงินสักห้าล้านฉันว่ายังไงเขาก็ต้องยอมจ่ายแน่”
“แต่แกก็รู้ว่าทุกอย่างมันไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของเขานะ”
“แต่แกก็เสียความบริสุทธิ์ไปให้เขาแล้วนะ แกควรได้อะไรตอบแทนบ้างสิ ถึงเราไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวแต่เราก็ไม่ควรเสียสิ่งนี้ไปฟรี ๆ นะแฟนก็ไม่ใช่แบบนี้ต้องเรียกให้หนัก”
“ฉันก็ขอสิ่งตอบแทนไปแล้วนะ”
“แกขออะไรไปเหรอพาย”
“ฉันขอทำงานกับเขาต่อ ขอไม่ให้เขาไล่ออก”
“เฮ้ย!....แกคิดอะไรของแกอยู่นะ แบบนี้เขาก็มีแต่ได้สิถ้าเป็นฉันจะขอเงินสักก้อนแล้วลาออกไปทำที่อื่นเลยนะ”
“ก็บริษัทนี้ให้เงินเดือนและสวัสดิการดีมากปีที่แล้วฉันก็ได้โบนัสมาตั้งเยอะ” ศุภิสราไม่อยากต้องไปหางานทำที่อื่น หญิงสาวคิดว่าเธอสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้
“ที่แกพูดมันก็ถูก แต่คนเราจะทนมองหน้ากันเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้นได้ยังไง แล้วแกเป็นผู้ช่วยเขาต้องออกไปทำงานกับเขาทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ แกคิดว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเหรอ”
“ฉันคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นหรอก เจ้านายของฉันเขามีกฎว่าจะไม่นอนกับลูกค้าและจะไม่นอนกับคนในบริษัท”
“แต่เขาก็นอนกับแกไปแล้วนะ”
“นั่นมันเกิดจากยาไง ถ้าในเหตุการณ์ปกติเขาก็ไม่ชายตามองฉันหรอกน่า”
“แต่ฉันว่าน้อยไปสิ อย่างแกทั้งสวยทั้งมีเสน่ห์เพียงแต่แกไม่ได้แต่งตัวแค่นั้นเอง ผู้ชายคนไหนได้อยู่ใกล้ก็ได้หลงกันทุกคน แล้วเขานอนกับแกไปแล้วไม่ใช่ว่าติดใจแล้วมาขู่ให้แกนอนด้วยอีกนะ” มริษาเป็นห่วงเรื่องนี้มากเพราะหญิงสาวเข้าใจดีว่าเมื่อมีครั้งแรกแล้วครั้งต่อไปมันก็ง่ายขึ้นแต่ก็เลือกที่จะไม่พูดเพราะไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของเพื่อน
“ไม่หรอกน่าฉันรู้ดีคนอย่างคุณพัทธดนย์เขาไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก”
“แกมั่นใจได้ยังไงล่ะ ผู้ชายก็เหมือนๆ กันทุกคนนะ ฉันมีประสบการณ์มาเยอะก็เลยอยากจะเตือน”