6 บังเอิญแหกกฎ
ถึงแม้จะได้คุยกับศุภิสราแล้วแต่พัทธดนย์ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเพราะการที่เขาจะต้องทำงานกับเธอและเจอเธอทุกวันมันก็ยากที่จะไม่นึกถึงเรื่องคืนนั้น
“เป็นอะไรวะดนย์” ราเชนทร์เพื่อนสนิทของเขาถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนนั่งดื่มและถอนหายใจอยู่พักใหญ่
“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”
“เรื่องงานเหรอ” คนถามยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบแล้วมองหน้าเพื่อนที่ดูไม่เหมือนเดิม
“เรื่องผู้หญิง” พัทธดนย์ตอบพลางถอนหายใจ
“เฮ้ย!....อย่างนายมีเรื่องผู้หญิงให้เครียดด้วยเหรอ ว่าแต่วันนี้ไม่เห็นจะควงใครมาเลยล่ะ คู่ควงคนล่าสุดของนายชื่ออะไรนะฉันจำไม่ได้”
“ไม่ต้องจำหรอกเพราะฉันเลิกกับเธอไปแล้ว”
“ปีนี้นายคบผู้หญิงมาสามคนแล้วนะ เมื่อไหร่จะจริงจังกับใครสักทีอายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะรีบแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว”
“อย่าทำมาปากดีหน่อยเลยนายเองก็เพิ่งจะหย่ามาเมื่อเดือนก่อนเอง ถ้าการแต่งงานมันดีจริงน่าจะหย่าทำไม” พัทธดนย์หันมาแขวะเพื่อนที่เพิ่งหย่ากับภรรยา
“ก็ฉันกับเธอเข้ากันไม่ได้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะเข้ากันไม่ได้เหมือนฉันนี่ นายน่าจะลองหาใครสักคนแล้วแต่งงานกับเธอดูนะ ลองใช้ชีวิตเป็นครอบครัวดูสิ”
“ไม่ล่ะฉันเห็นชีวิตที่เมียเอาแต่ตามหึงตามหวงมีแต่เรื่องปวดหัวมาให้แล้วฉันขออยู่เป็นโสดดีกว่า”
“นายก็อย่ามองครอบครัวฉันสิ ให้มองครอบครัวอื่นที่เขามีความสุข บางทีนายอาจจะเจอคนที่ไหนถูกใจจริง ๆ ก็ได้นะ ถ้าเจอคนที่ใช่ก็รีบคว้าไว้ล่ะ” ราเชนทร์พูดอย่างคนมีประสบการณ์แม้การแต่งงานจะจบไม่สวยแต่เขาก็อยากให้เพื่อนได้มีครอบครัว
“ก่อนที่นายจะแต่งงานกับคุณเมษาฉันก็เห็นในพูดแบบนี้แล้วนะว่าเธอเป็นคู่แท้เป็นคนที่ใช่แล้วไงล่ะแต่งงานไม่ถึงสองปีนายก็หย่า”
“ก็ตอนนั้นฉันคิดว่าใช่นี่ แต่พออยู่ไปแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ก็แค่อย่าต่างคนต่างแยกย้ายจะได้ไม่ต้องเสียเวลา”
“แล้วคิดจะแต่งงานอีกไหม”
“คิดสิ ถ้าฉันเจอคนที่ใช่ฉันก็จะแต่งงานอีก”
“ไม่เข็ดเหรอวะ” พัทธดนย์แปลกใจเพราะตัวเขาเองไม่เคยติดจะแต่งงานเลย
“ไม่นะ ผู้หญิงแต่ละคนไม่เหมือนกันบางทีการที่ฉันหย่ากับเมษาครั้งนี้อาจจะทำให้ฉันได้เจอกับคนใหม่ก็ได้นะ”
“นายนี่ไม่รู้จักเข็ดกับความรักเลยนะ”
“ก็เวลามีความรักมันมีความสุข แล้วความรักก็ไม่ผิดซะหน่อยมันอยู่ที่คนสองคนมากกว่า”
“ฉันล่ะเชื่อนายเลย อายุขนาดนี้ยังจะเชื่อความรักอย่างกับพวกวัยรุ่น”
“นี่เราคุยเรื่องของฉันกันอยู่เหรอ ลืมไปเลยว่าเมื่อนี้นายบอกว่า มีเรื่องให้คิดหนักเรื่องอะไรเหรอ”
“ฉันไม่รู้จะเล่าให้นายฟังดีหรือเปล่า”
“เล่ามาเถอะน่าฉันกับนายไม่เคยมีความลับต่อกันอยู่แล้ว” ราเชนทร์ไม่รู้ว่าเพื่อนเครียดเรื่องอะไรแต่ก็อยากจะช่วยหาทางออก
“ฉันเผลอไปนอนกับผู้หญิงคนหนึ่ง”
“อย่างนายเนี่ยนะเผลอไปนอนกับผู้หญิงตลกแล้วดนย์” ราเชนทร์หัวเราะเบา ๆ
“แต่ฉันไม่ตลกเลยนะครั้งนี้มันซีเรียสมาก ๆ”
“งั้นนายก็ลองเล่าให้ฉันฟังสิเผื่อจะช่วยให้นายหาทางออกได้”
“นายจำคุณโยษิตาได้ไหม”
“จำได้สิลูกค้าคนสำคัญของนาย เธอเป็นเจ้าแม่เครื่องสำอางเลยนะ อย่าบอกนะว่านายมีอะไรกับเธอ” ราเชนทร์ค่อนข้างตกใจเพราะปกติแล้วเพื่อนของเขาจะไม่นอนกับคนที่ทำธุรกิจร่วมกันอย่างเด็ดขาด
“ฉันไม่มีอะไรกับเธอหรอก”
“แล้วมันเกี่ยวกับเธอยังไง”
“คืนวันศุกร์เธอนัดฉันออกมาดื่มแล้วเธอแอบใส่ยาปลุกเซ็กส์ในแก้วเหล้าของฉัน”
“แล้วนายก็กินเหรอ มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไง ปกตินายก็ระวังตัวนี่”
“ใช่ฉันระวังตัวมาก ๆ แล้วก็ไม่คิดว่าคนอย่างคุณโยษิตาเธอจะกล้าทำเรื่องแบบนั้น”
“สุดท้ายก็นอนกับเธอใช่ไหมถึงได้หน้าเครียดอยู่แบบนี้”
“ไม่ใช่”
“อ้าว....ก็ในเมื่อคุณเธอเป็นคนวางยานายแล้วนายไปนอนกับใครล่ะ รีบเล่ามาเถอะฉันอยากรู้จะแย่แล้ว”
“ฉันเผลอไปนอนกับพายน่ะสิ” พัทธดนย์บอกไปตามจริงเพราะเขากับราเชนทร์ไม่เคยมีความลับต่อกัน
“คุณพายที่เป็นผู้ช่วยของนายนะเหรอ”
“อือ เมื่อวานคนขับรถของฉันมีธุระด่วนก็เลยให้พายมารับฉันแล้วเธอบังเอิญเห็นเหตุการณ์เธอส่งข้อความไปเตือนฉันแต่ฉันอ่านช้าไปหน่อยก็เลยเผลอกินยาก็ไปจากนั้นพายก็ไปส่งฉันที่คอนโด เหตุการณ์หลังจากนั้นฉันคงไม่ต้องเล่าหรอกนะ”
“นี่นายกินยาเข้าไปเยอะจนคุมตัวเองไม่ได้เลยเหรอ”
“ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่เป็นไรมากเลยให้พายพาไปส่งที่คอนโด แต่ไม่รู้เพราะอะไรฉันถึงทำเรื่องแบบนั้นลงไป”
“แล้วทีนี้ยังไงล่ะจะมองหน้ากันติดหรือเปล่า นายบอกฉันว่าคุณพายเธอทำงานดีมาก ๆ ถ้าผิดใจกันเรื่องนี้จะทำงานกันต่อได้ไหม”
“เธอทำงานดีมาก ๆ ฉันคุยกับเธอแล้วล่ะ”
“แล้วเธอว่ายังไงล่ะ ฉันเดาใจผู้หญิงคนนี้ไม่ออกเลยนะ” ราเชนทร์เคยเจอกับศุภิสราอยู่หลายครั้งเธอเป็นคนที่สวยทำงานคล่องแต่ก็ไม่ได้สนิทกับเธอมากนัก
“เธอบอกว่าไม่ติดใจอะไรและอยากให้ฉันลืมเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้น”
“ก็ดีแล้วแบบนี้จะได้ทำงานด้วยกันได้ไงล่ะ แล้วนายจะมานั่งเครียดทำไม”
“แต่ฉันรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้นะ นายว่าฉันกำลังจะเอาเปรียบเธออยู่ไหม ฉันถามเธอว่าเธออยากได้อะไร ฉันยินดีจะให้ไม่ว่าจะเป็นของแบรนด์เนมหรือเงินสดแต่เธอก็ปฏิเสธหมด เธอขอแค่ได้ทำงานอยู่ที่นี่แค่นั้นก็พอ”
“แปลกดีนะถ้าเป็นคนอื่นคงไม่พูดแบบนี้ หรือว่าคุณพายเธอมีแผนอะไรหรือเปล่า แล้วไปถามเธอตรง ๆ แบบนั้นเธอไม่โกรธเหรอ”
“ก็โกรธแหละ แต่เธอจะทำอะไรได้ล่ะ ตอนนี้เธอยังเป็นลูกน้องของฉันอยู่”
“มันก็ใช่แต่นายต้องแยกเป็นสองประเด็นด้วยสิ ลูกน้องก็มีหน้าที่ทำงานตามคำสั่งบริษัทแต่นี่ฉันว่ามันนอกเหนือคำสั่ง ฉันถามจริงเถอะถ้าคุณพายเธอลาออกเพราะเรื่องนี้นายจะโอเคไหมไม่ล่ะ”
“ไม่เลย ถึงฉันจะทำงานกับเธอได้ไม่นานแต่เธอก็เป็นคนที่ทำงานเก่งอีกอย่างพ่อฉันก็รู้สึกไว้ใจเธอมาก”
“เธอเคยเป็นผู้ช่วยของพ่อนายมาก่อน ถ้าพ่อนายรู้นายนอนกับผู้ช่วยได้เป็นเรื่องแน่”
“พ่อฉันไม่รู้หรอกถ้าฉันไม่พูดนายไม่พูดและพายไม่พูด”
“แต่นายเคยคิดไหมว่าวันหนึ่งเราอาจจะถูกเธอแบล็คเมล์”
“ก็คิดอยู่แต่คนยังพายคงไม่ทำอะไรแบบนี้แล้วอีกอย่างมันก็ไม่มีหลักฐานอะไร”
“ตรงหน้าห้องมันมีกล้องวงจรปิดนะ ใครเข้าห้องไปตอนไหนออกมาตอนไหนก็น่าจะพอเป็นหลักฐานได้ถ้าเธอคิดจะทำแบบนั้น”
“นายกำลังขู่ให้ฉันกลัว”
“ก็แค่เตือนไว้น่ะ นายควรระวังตัวเองให้มากนะ เสือผู้หญิงอย่างนายฉันไม่คิดเลยนะว่าจะพลาดท่ากินยาปลุกเซ็กซ์เข้าไป”
“ฉันมองคุณโยษิตาเธอเป็นลูกค้าเลยไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้”
“แต่ฉันได้ข่าวว่าเธอชอบนายนะ เธอพยายามจะสนิทสนมกับนายอีกอย่างเธอก็โสดทำไมไม่คิดมองเธอบ้างล่ะ”
“นายก็รู้กฎของฉันนี่ ฉันจะไม่ยุ่งกับลูกค้าและคนในบริษัท”
“แต่ตอนนี้นายแหกกฎไปแล้วนะ”
“ฉันถึงได้เครียดอยู่นี่ไง แต่ถ้าจะให้พายไปทำงานแผนกอื่น หรือเอาเงินฟาดหัวแล้วไล่เธอออกมันก็ไม่คุ้มเลยฉันชอบที่ได้ทำงานกับเธอมาก”
“ฉันรู้ว่านายผ่านผู้หญิงมาเยอะนะแต่เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นยาก แล้วคิดว่าจะลืมมันได้หรือเปล่า”
“ก็พยายามลืมอยู่”
“อันที่จริงฉันไม่น่าถามนายเลยนะ ฉันน่าจะถามมากกว่าว่าคุณพายเธอจะลืมได้ไหม”
“ก็เธอเป็นคนบอกเองว่าให้ฉันลืม”
“เธอเป็นคนที่แปลกดีนะ ไหน ๆ นายก็แหกกฎไปแล้วทำไม่ลองคบเธอดูล่ะ ได้ทำงานด้วยทุกวันก็น่าจะดีนะ”
“ไม่ดีกว่าฉันไม่อยากให้กระทบกับงาน” พัทธดนย์ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว แต่ในใจกลับแอบคิดถึงเรื่องคืนนั้นอยู่ตลอด