บทที่่ 8 ปากเสีย
เมื่อหมดหน้าที่ของตัวเอง และยื่นสิ่งนั้นให้นักร้องคนอื่นต่อ เธอก็ลงจากเวที มานั่งพักเหนื่อยอยู่ในห้องเก็บตัว ทว่านั่งได้ไม่นานก็มีใครบางคนเดินเข้ามาเรียก เป็นพนักงานหญิงอีกคนที่เธอรู้จัก
“พี่ชงคะ พี่จินอยากเจอค่ะ สั่งให้หนูมาเรียกพี่”
เธอพยักหน้า ทั้งที่งุนงง
“โทรศัพท์มีทำไมไม่โทร”
พึมพำกับตัวเองด้วยใบหน้าที่มุ่ย พลางหยิบขึ้นมาพลิกดู แต่พอเห็นหน้าจอฟ้องว่าหลายสายที่ไม่ได้รับ ก็กลอกตามองบนทันที และไม่ขัดที่จะทำตาม
“เดี๋ยวพี่ไปเองนะ”
“ค่ะพี่”
เก็บของเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองธรรมดาเสร็จ ร่างบางเดินเลาะผู้คนมายังโซนที่พนักงานบอก เมื่อถึงก็ดันประตูเข้าไป
“โค~ ช่วยฉันด้วย”
นาทีแรกที่เธอเห็นคือเสียงครวญครางของเพื่อน สาวเจ้าขมวดคิ้ว ไม่ทันเห็นใครอีกคน ซึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงมุมห้อง เขายืนหันหลัง ในปากคาบบุหรี่ ก่อนพ่นควันโขมง
“อะไร? เป็นอะไร”
หญิงสาวถลาเข้าไปหา จังหวะที่ถึงตัวจินนี่เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาพูดขึ้นพอดี พร้อมหางตาของเธอมองเห็นจนต้องหันขวับ
“แล้วอย่าโกรธกันล่ะ”
น้ำเสียงทุ้มราบเรียบ ปกติของชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์ ทว่าคุ้นเคยสำหรับหล่อน ชงโคเบิกตากว้างก็ตอนหันไปเห็นเขา พลางภาพเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้พากันทยอยแทรกซึมเข้ามา
“คะ คุณ..”
หัวคิ้วโค่งสวยชนกัน ริมฝีปากจิ้มลิ้มเผยอค้าง ความตกใจทำร่างทั้งร่างชาวาบ
“คุ้นๆใช่ไหม”
เขาแย้มมุมปาก เดินเชื่องช้าเข้ามาในท่วงท่ามือล้วงกระเป๋ากางเกง ดวงตาสีนิลคู่คมกริบจ้องเขม็งหรี่แคบเป็นวงรี
“นี่มันอะไรกัน?”
ชงโคพึมพำ ลากสายตาถ่างโตมายังจินนี่ เพื่อนตัวดีที่เอาแต่นั่งหน้าซีด พลางเงยหน้าขึ้นมายิ้มเจื่อน
“ขะ ขอโทษนะ เขาขู่ฉัน..”
ก่อนก้มหน้างุดลงไปใหม่ก็ตอนถูกแยกเขี้ยวใส่ ชงโคถอนหายใจพรืด เลือกที่จะข่มความโกรธโดยการขบฟันและนับเลขในใจ ยืดตัวตรงเต็มความสูงประจันหน้ากับเขา
“ต้องการอะไร?”
เอ่ยถามในสิ่งที่ฝืนใจตัวเอง เธอไม่เข้าใจเหตุใดคนตรงหน้าจึงมาเจอเธอ มากกว่าการหนีไปให้พ้นๆ
“ออกไปก่อน”
“ไม่!” และหลุดตะโกนแทรก ก็ตอนจินนี่ถูกสั่ง “มีสิทธิ์อะไรมาไล่เพื่อนฉัน?”
เลียมหยุดการกระทำกลางอากาศ ละสายตามามอง พลางเลิกคิ้วขึ้นสูงข้างไว้
“จะบอกเธอทุกอย่างนะ ถ้าเราอยู่ตรงนี้กันแค่สองคน”
ร่างบางเผลอกัดริมฝีปาก ขณะชายเสื้อของเธอถูกขยุ้ม ด้วยมือของคนซึ่งอยู่ข้างๆ หวังถามความเห็น เนื่องจากตัดสินใจเองไม่ได้ การอยู่ตรงนี้ก็กลัว แต่การไม่ทำตามคำสั่งคนตรงหน้าน่ากลัวยิ่งกว่า
“ทำไมต้องแค่ฉันกับคุณ ที่นี่เป็นร้านของเพื่อนฉัน คุณใช่ไหมเหรอที่บุกรุก?”
เลียมได้ยินอย่างนั้นถึงกับสูดหายใจจนหน้าอกยืดขึ้น เกาสันจมูกตัวเอง
“พูดตามตรง คำเหล่านี้ใช่ไม่ได้กับฉันนะ เพราะหลังจากนี้บางทีร้านนี้อาจไม่มีไว้ให้บุกรุก”
ชายเสื้อของชงโคถูกกระตุกอีกระลอก คราวนี้ถี่กว่าเดิม เอาซะจนเธอหงุดหงิดเบิกตามองบนค้างไว้ ก่อนก้มลงมองเพื่อน ขมวดคิ้วยุ่งท่าทางฉุนเฉียว
“จิน แกออกไปก่อน”
เริ่มไม่สบอารมณ์กับคำพูดของเขา และความขี้ขลาดของเพื่อน ซึ่งแลดูไม่คู่ควรกับการทำอาชีพนี้สักเท่าไหร่
“ว่าไงนะ?!”
“เออ ออกไปก่อน ฉันไม่มีสมาธิ”
ใช่ ความโกรธของเธออาจจะทำให้ขาดสติจนทำอะไรโง่ๆออกไปก็ได้ เพราะดูยังไง คนตรงหน้านั้นนิ่งสงบ บ่งบอกถึงความช่ำชองในเรื่องต่อกรสุดๆ แถมฉลาดแกมโกง มากกว่าคนธรรมดาๆอย่างพวกเธอจะสู้ได้ หวั่นจะพ่ายแพ้เมื่อเทียบกันและผลลัพธ์เผยกระดูกคนละเบอร์ เลียมลอบยิ้ม สายตาจ้องมองเสี้ยวหน้าหญิงสาวในใจหลากหลายความคิด หนึ่งในนั้นเธอเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหากว่าที่คิดไว้แน่นอน
“แก.. แน่ใจเหรอ”
จินนี่กะพริบตาปริบ การถามคำถามนี้กับคนกำลังหงุดหงิด พร้อมปะทะตลอดเวลาเป็นสิ่งที่กดดันสูงสุด หล่อนรู้ดีชงโคเป็นคนอย่างไร ที่น่างงไปมากกว่านั้นคือหล่อนไม่รู้เรื่องราวเลยสักอย่าง ทว่าเจ้าตัวที่เหมือนจะเป็นต้นปัญหากลับรู้จักอย่างดีกว่าหล่อน แค่เห็นแล้วเกรี้ยวกราดใส่กันได้ ถือว่าต้องมีการบาดหมางด้วยกันมาก่อน อันที่จริงจินนี่รู้จักร่างสูงตรงหน้าเพียงชื่อ แบบที่ได้ยินเมื่อไหร่เป็นต้องกระจ่างแจ้ง เนื่องจากวีรกรรมเทาๆค่อนข้างดังกระฉ่อน ตัวเป็นๆเพิ่งจะเห็นก็วันนี้ แต่ไม่ทราบว่าคนตรงหน้าเป็นคนเดียวกันกับที่มีประเด็นกับเพื่อน ผ่านการร่วมเตียงกันมาครั้งหนึ่ง
“อืม..”
ชงโคพยักหน้ายืนยันให้อีกแรง ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทั้งที่ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เธอรู้ว่านั่นคือซาตาน แต่เรื่องจริงเขาเป็นมากยิ่งกว่า อย่างเลียมคงต้องเป็นซาตานเหนือซาตาน ดวงตาคมกริบเคลื่อนมองจนกระทั่งจินนี่หายลับสายตาไป ถึงจะกลอกกลับมามองเธอ ร่างบางซึ่งยืนอยู่ตรงหน้า
“ไง..”
“ไม่ไงอะ แค่อยากรู้ว่าต้องการอะไร”
พอถาม เธอก็สวนทันควันจนเขาหลุดยิ้ม ก้มหน้าหัวเราะซะจนสาวเจ้าไม่พอใจ
“มายืนอยู่ตรงนี้ ก็ต้องมีอะไรอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะถามตรงๆมากกว่าการทักทายกันก่อน”
“ทักทาย? จะทักทายเพื่อ?”
และความไม่พอใจนั้นทำเธอเผลอตะเพิด ถ่างตาโตมองเขา แรงโกรธที่มีถึงขนาดทำริมฝีปากเธอสั่นระริก นั่นยิ่งเพิ่มเสน่ห์ทวีคูณมากขึ้น
“ก็ไม่รู้ อาจจะในฐานะหนึ่ง”
เลียมยักไหล่ท่าทางยียวน ทวีคูณโทสะให้ชงโคอีกเท่าตัว เธอจ้องเขาสายตานิ่งสงบประหนึ่งจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะเบือนไปทางอื่น เมื่อภาพเมื่อคืนแวบเข้ามาในความทรงจำ เธอจำความรู้สึกนั้นได้ดี ถึงภาพจะพร่ามัว จำได้แบบจืดจาง ทว่าความรู้สึกดีในตอนนั้นยังตราตรึงอยู่ ยอมรับนั่นไม่ใช่การข่มขืน มันก็ความยินยอม ที่นึกว่าความฝัน "ฐานะอะไร พูดให้มันดีๆนะ" ร่างบางกัดฟันกรอด ต่างกับคนตรงหน้าที่เอาแต่ทำหน้าอมยิ้ม
“แน่ใจไหมว่าให้พูด”
“ถ้าคิดจะพูดอะไรที่มันชวนอ้วก หุบปากของคุณซะดีกว่านะ บอกมาต้องการอะไร”
“อยากรู้จริงหรือ?”
ในที่สุดประโยคนั้นของเธอก็เปลี่ยนเขาทันที เลียมหุบยิ้ม เดินเชื่องช้าเข้ามาหวังใกล้ สาวเจ้าชะงัก เห็นท่าไม่ดีจึงถอยหนี แต่กลับกลายเป็นการกระทำที่สูญเสียพลังเปล่า เมื่อเขาจับแขนเรียวกระชากเข้าไปประชิดตัว ความแรงของมันทำปากของเธอกระแทกแผงอก ฟันคมเฉาะเลือดไหลซิบๆ ทว่าหญิงสาวกลับไม่สนใจกลิ่นคละคลุ้งรสชาติปะแล่มๆนั้น นอกจากประโยคนี้ของเขา ที่มันเชือดเฉือนใจกันยิ่งกว่า
“จะบอกให้ก็ได้ อยากได้เธอมาเป็นนางบำเรอไง”
