6
ทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังขึ้นหน้าประตูใหญ่
“ราชโองการจากวังหลวง!” บ่าวหน้าประตูตกใจทันที
ไม่นานนัก ทหารจากวังหลวงก็เดินเข้ามาในจวน ด้านหลังพวกเขาคือหีบไม้หลายใบ ข่าวแพร่ไปทั่วจวนอย่างรวดเร็ว
“ของจากวังหลวง ใครได้รับกันนะ!”
ไม่นานนัก ผู้คนในจวนก็ออกมารวมกันที่ลานใหญ่
ซูเจิ้งหยวน เจ้าของจวนรีบเดินออกมา ด้านข้างเขาคือมู่ซื่อและซูเสวี่ยเอ๋อร์
เสวี่ยเอ๋อร์ยืนอย่างสง่างาม ในใจของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ของจากวัง…” นางคิดในใจ
“ต้องเป็นของข้าแน่” เพราะในเมืองหลวง เสวี่ยเอ๋อร์ถือเป็นคุณหนูที่มีชื่อเสียง ซูเจิ้งหยวนคำนับทหารจากวัง
“ขอทราบว่าของเหล่านี้…”
ทหารคนนั้นเปิดม้วนประกาศ ก่อนจะพูดเสียงดัง
“ของรางวัลจากตำหนักตะวันออก พระราชทานให้แก่…” ลานทั้งลานเงียบสนิท
ทุกคนหันไปมองเสวี่ยเอ๋อร์ทันที เสวี่ยเอ๋อร์ยิ้มบาง ๆ อย่างมั่นใจ แต่คำต่อมาทำให้รอยยิ้มนั้นแข็งค้าง
“คุณหนูซู่ซู่แห่งจวนซู ซูหว่านซู่” ทั้งลานเงียบกริบ
“อะไรนะ…”
มู่ซื่อเบิกตา ซูเจิ้งหยวนก็ชะงัก ส่วนเสวี่ยเอ๋อร์ ใบหน้าขาวซีดทันที ทหารพูดต่อ
“องค์รัชทายาทหลี่เฉินอวี้ ทรงมีรับสั่ง ให้มอบของเหล่านี้แก่คุณหนูซูหว่านซู่”
จากนั้นบ่าวของวังก็เปิดหีบ ข้างในเต็มไปด้วย ผ้าไหมล้ำค่าทองคำ และเครื่องประดับราคาแพง บ่าวทั้งจวนอุทาน
“มากมายขนาดนี้!” แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจที่สุด คือกล่องไม้เล็ก ๆ ที่อยู่ด้านในสุด ทหารหยิบมันขึ้นมา
“และนี่ ป้ายเข้าออกตำหนักตะวันออก ผู้ถือสามารถเข้าออกวังหลวงได้” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ของแบบนี้ แม้แต่ขุนนางหลายคนยังไม่มี
ซูเจิ้งหยวนตกตะลึง
“ป้ายขององค์รัชทายาท…”
มู่ซื่อเริ่มหน้าซีด เพราะนี่หมายความว่าซูหว่านซู่ได้รับความโปรดปรานจากองค์รัชทายาท
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในลาน เสื้อผ้าของนางเรียบง่าย แต่สายตากลับสงบนิ่ง
นางคือซูหว่านซู่ ทหารจากวังหันไปมองทันที
“คุณหนูซูหว่านซู่ โปรดรับของพระราชทาน”
เขายื่นป้ายหยกให้ ซูหว่านซู่มองมันครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปรับ ป้ายหยกสีขาวเย็นอยู่ในมือของนาง บนป้ายสลักอักษรสองตัว ชื่อขององค์รัชทายาท
ซูหว่านซู่ขมวดคิ้วนิด ๆ ในใจของนางเต็มไปด้วยความสงสัย
“องค์รัชทายาท ทำไมถึงให้ของพวกนี้กับข้า”
รอบ ๆ ลาน สายตาของทุกคนเปลี่ยนไปทันที บ่าวที่เคยดูถูก ตอนนี้กลับมองนางด้วยความกลัว
ส่วนมู่ซื่อกับเสวี่ยเอ๋อร์ ใบหน้าของพวกนางแดงก่ำด้วยความโกรธปนอิจฉาริษยา
ซูเสวี่ยเอ๋อร์กำมือแน่น เล็บจิกลงในฝ่ามือ นางมองซูหว่านซู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา
“ทำไม ทำไมต้องเป็นนาง”
แต่ซูหว่านซู่ไม่สนใจสายตาพวกนั้น นางเพียงมองป้ายหยกในมือ
ลมพัดผ่านลาน เสื้อผ้าของนางพลิ้วเบา ๆ ในใจของซูหว่านซู่มีความคิดหนึ่งผุดขึ้น ดูเหมือนว่าในวังหลวงแห่งนี้จะมีใครบางคนกำลังช่วยนางอยู่และเกมในจวนซู กำลังจะเปลี่ยนไป
ข่าวเรื่องของพระราชทานจากวังหลวง แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างพูดถึงคุณหนูซู่ซู่แห่งจวนซู หญิงสาวที่เพิ่งกลับมาจากชนบท แต่กลับได้รับความโปรดปรานจากองค์รัชทายาท
เช้าวันนั้นภายในจวนสกุลซู บรรยากาศยังคงตึงเครียด มู่ซื่อนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ ใบหน้าของนางมืดมน ด้านข้างคือซูเสวี่ยเอ๋อร์
เสวี่ยเอ๋อร์กำลังบีบผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น
“ท่านแม่ ทำไมองค์รัชทายาทถึงให้ของพวกนั้นกับนาง” นางพูดเสียงเบา
มู่ซื่อขมวดคิ้ว
“ข้าก็ไม่รู้ เด็กบ้านนอกอย่างนางจะไปเกี่ยวข้องกับวังหลวงได้อย่างไร”
ซูเจิ้งหยวนที่นั่งอยู่อีกด้านก็เงียบไม่พูดอะไร แต่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความสับสน
ทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
“ขันทีจากวังหลวงมาถึง!”
ทุกคนตกใจ ไม่นานนัก ขันทีในชุดวังก็เดินเข้ามาในห้องโถง บ่าวทั้งจวนรีบคุกเข่าลง
ขันทีคลี่ม้วนประกาศ ก่อนจะกล่าวเสียงดัง
“พระบัญชาของ ฮองเฮา” ทุกคนก้มศีรษะทันที ขันทีอ่านต่อ
“เนื่องในงานชมดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิ ฮองเฮามีพระประสงค์เชิญ คุณหนูซูหว่านซู่ แห่งจวนสกุลซู เข้าเฝ้าในวัง” ทั้งห้องโถงเงียบสนิท
ซูเจิ้งหยวนเบิกตา มู่ซื่อก็อึ้ง ส่วนซูเสวี่ยเอ๋อร์ หน้าซีดทันที
งานชมดอกไม้ของฮองเฮา เป็นงานใหญ่ในวังหลวง เชิญเฉพาะคุณหนูจากตระกูลขุนนางชั้นสูง เสวี่ยเอ๋อร์พยายามควบคุมสีหน้า แต่ในใจกลับเดือดพล่าน
“ทำไม…ทำไมนางถึงได้รับเชิญ”
ขันทีหันมองรอบ ๆ
“คุณหนูซูหว่านซู่อยู่ที่ใด”
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านนอก หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องโถง นางคือซูหว่านซู่
ซูหว่านซู่คำนับเล็กน้อย
“ข้าเอง”
ขันทียิ้มบาง ๆ
“คุณหนูซูหว่านซู่ โปรดเตรียมตัวเข้าเฝ้าในอีกสามวัน ฮองเฮาทรงอยากพบเจ้า” ซูหว่านซู่รับม้วนเชิญมาอย่างสงบ
“ข้ารับทราบแล้ว”
ขันทีพยักหน้า ก่อนจะออกจากจวน
ทันทีที่ขันทีจากไป บรรยากาศในห้องโถงก็เปลี่ยนไปทันที สายตาทุกคู่จับจ้องซูหว่านซู่
ซูเสวี่ยเอ๋อร์กำมือแน่น เล็บจิกลงในฝ่ามือ ในใจของนางเต็มไปด้วยความริษยา
มู่ซื่อมองซูหว่านซู่ด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้าคิดจะไปจริงหรือ”
ซูหว่านซู่ยิ้มบาง ๆ
