7
“ทำไมจะไม่ไป”
มู่ซื่อหรี่ตา
“งานในวังไม่เหมือนที่อื่น ถ้าเจ้าทำอะไรขายหน้า จวนซูจะต้องอับอาย”
ซูหว่านซู่หัวเราะเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้น ฮูหยินก็อย่ากังวลเลย”
นางมองมู่ซื่อตรง ๆ
“ข้าไม่มีทางทำให้ตัวเองขายหน้าหรอก” คำพูดนั้นทำให้มู่ซื่อหน้ามืดทันที
“เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”
“ฮูหยิน”
“ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ”
“แต่ฮูหยินไม่ชอบให้ข้าเรียกว่าท่านแม่ไม่ใช่เหรอ”
“เจ้า” นางชี้หน้าลูกบุญธรรมมือสั่น เมื่อก่อนซูหว่านซู่ไม่เคยมีท่าทีแข็งกร้าวเช่นนี้ ทำไมตอนนี้นางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ปกตินางจะทำทุกอย่างเพื่อเอาใจคนในครอบครัว
ซูเสวี่ยเอ๋อร์กัดฟัน ในใจของนางเริ่มวางแผน
ดี…ไปวังหลวงก็ดีข้าจะทำให้เจ้าขายหน้าต่อหน้าคนทั้งเมือง
แต่ซูหว่านซู่ไม่สนใจสายตาของพวกเขา นางเดินกลับไปที่เรือนของตัวเอง
เมื่ออยู่คนเดียว ซูหว่านซู่หยิบป้ายหยกของหลี่เฉินอวี้ขึ้นมา แสงแดดสะท้อนบนหยกสีขาว นางมองมันครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำเบา ๆ
“องค์รัชทายาท ท่านกำลังช่วยข้าอยู่หรือ”
ลมพัดผ่านหน้าต่าง ซูหว่านซู่เก็บป้ายหยกไว้ในแขนเสื้อ ดวงตาของนางสงบนิ่ง
งานในวังหลวงครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรหลายอย่าง และครั้งนี้ ซูหว่านซู่จะไม่ยอมเป็นหญิงโง่ ให้ใครเหยียบย่ำอีก
ภายในเรือนใหญ่ของจวนซู บรรยากาศเงียบงัน ซูเสวี่ยเอ๋อร์ นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกทองแดงสะท้อนใบหน้าที่งดงามของนาง แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความโกรธ
“งานชมดอกไม้…”
เสวี่ยเอ๋อร์กำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น งานนั้นเป็นงานใหญ่ในวังหลวง คุณหนูจากตระกูลขุนนางชั้นสูงจะมารวมตัวกัน และเป็นเวทีสำคัญสำหรับการสร้างชื่อเสียง
แต่ครั้งนี้ คนที่ได้รับเชิญกลับเป็นซูหว่านซู่ หญิงบ้านนอกที่เพิ่งกลับเข้าจวน
ประตูเรือนเปิดออก มู่ซื่อเดินเข้ามา
“ยังคิดเรื่องนั้นอยู่อีกหรือ”
เสวี่ยเอ๋อร์หันไปมอง
“ท่านแม่…” เสียงของนางสั่นเล็กน้อย
“ทำไมฮองเฮาถึงเชิญนาง ทั้งเมืองรู้ว่าข้าเป็นคุณหนูของจวนซู”
มู่ซื่อถอนหายใจเบา ๆ
“ข้าก็ไม่เข้าใจ แต่ไม่สำคัญหรอก”
นางหรี่ตาเล็กน้อย
“ต่อให้ซูหว่านซู่ได้เข้าไปในวัง นางก็เป็นแค่เด็กบ้านนอก” คำพูดนั้นทำให้เสวี่ยเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น
มู่ซื่อยิ้มบาง ๆ
“ในงานชมดอกไม้ คุณหนูทั้งเมืองจะอยู่ที่นั่น ถ้านางทำตัวขายหน้า ชื่อเสียงของนางก็จะจบลงทันที”
เสวี่ยเอ๋อร์เริ่มเข้าใจทันที รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากของนาง
“ท่านแม่หมายความว่า…”
มู่ซื่อพยักหน้า
“ใช่ เราจะช่วยนางเตรียมตัว” เสียงของนางเย็นชาเล็กน้อย
“ให้เหมาะกับฐานะของนาง”
สองแม่ลูกสบตากัน ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ไม่นานนัก บ่าวคนหนึ่งก็ถูกเรียกเข้ามา
“ไปเรียก ซูหว่านซู่มา”
ไม่นานนัก ซูหว่านซู่ก็เดินเข้ามาในเรือน นางคำนับเล็กน้อย
“ฮูหยินเรียกข้ามาหรือ”
มู่ซื่อยิ้มอ่อนโยน ท่าทางเหมือนแม่ที่เป็นห่วงลูก ชาติก่อนนางก็แสร้งใจดีแบบนี้ ทำให้นางคิดว่าพวกเขายังรักนางอยู่บ้าง แต่แท้ที่จริงคือเป็นการเสแสร้งแกล้งทำเพื่อหลอกใช้เธอ ให้เธอทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวแบบถวายหัว
“ซูหว่านซู่ อีกสามวันเจ้าต้องเข้าไปในวัง จวนซูต้องไม่ขายหน้า”
ซูหว่านซู่มองนางเงียบ ๆ เสวี่ยเอ๋อร์หยิบชุดผ้าชุดหนึ่งขึ้นมา
“พี่หญิง ข้ากับท่านแม่ช่วยเลือกชุดให้ท่านแล้ว”
นางยื่นมันให้ ซูหว่านซู่รับมา เมื่อเปิดดู มันเป็นเพียงชุดผ้าไหมเก่า ๆ สีหม่น ไม่เหมาะกับงานในวังเลยแม้แต่น้อย ซูหว่านซู่เงียบไปครู่หนึ่ง ถ้าเป็นชาติก่อน นางคงไม่กล้าพูดอะไร แถมยังเก็บเสื้อผ้าพวกนี้เอาไว้เป็นอย่างดี คิดว่าเขารักและเมตตาปรานี
แต่ตอนนี้ นางเข้าใจทุกอย่าง นี่คือแผน พวกเขาต้องการให้คนทั้งเมืองหัวเราะเยาะนาง
ซูหว่านซู่ปิดชุดผ้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปาก
“ขอบคุณฮูหยิน” คำตอบนั้นทำให้มู่ซื่อกับเสวี่ยเอ๋อร์แปลกใจเล็กน้อย
เสวี่ยเอ๋อร์หรี่ตา
“พี่หญิงไม่โกรธหรือ”
ซูหว่านซู่ยิ้ม
“ทำไมข้าต้องโกรธ ชุดนี้ก็สวยดี”
คำตอบนั้นทำให้สองแม่ลูกสบตากัน พวกนางคิดว่าซูหว่านซู่ยังคงโง่เหมือนเดิม
“ข้าคิดว่าพี่สาวจะรังเกียจชุดที่พวกเราจัดให้เสียอีก แต่ถึงอย่างไร ชุดพวกนี้ก็ดีกว่าเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อที่พี่สาว
ใส่ตอนอยู่บ้านนอกมากนะ” คนตรงหน้าพูดถูก ซูหว่านซู่รู้ดี แต่กระนั้นชุดพวกนี้ก็ไม่เหมาะสมคู่ควรที่จะใส่เข้าวัง
ทันทีที่ซูหว่านซู่ออกจากเรือน รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย สายตาของนางเย็นลง ซูหว่านซู่มองชุดในมือ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“คิดจะให้ข้าขายหน้า…” เสียงของนางแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ดี” นางเงยหน้ามองท้องฟ้า
งานชมดอกไม้ในวังหลวง กำลังจะกลายเป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุด และครั้งนี้ นางจะทำให้ทั้งเมืองหลวงรู้จักชื่อซูหว่านซู่
เช้าวันงานชมดอกไม้ รถม้าจากจวนขุนนางหลายตระกูลทยอยเข้าสู่วังหลวง สวนดอกไม้ด้านหลังตำหนักฮองเฮา ถูกตกแต่งอย่างงดงาม
ดอกโบตั๋นหลากสีบานสะพรั่งทั่วสวน คุณหนูจากตระกูลใหญ่ต่างสวมชุดหรูหรา เสียงหัวเราะและการสนทนาดังไปทั่ว
