3
“ใครให้เจ้าพูดกับนายแบบนี้”
ชุนเถาหน้าซีด แต่ยังพยายามแข็งใจ
“ข้าจะไปฟ้องฮูหยิน ท่านจะต้องถูกลงโทษ”
ซูหว่านซู่หัวเราะเบา ๆ
“ไปสิ แต่ก่อนนี้…”
นางเดินผ่านชุนเถาไปทางประตู
“ข้าจะไปกินข้าวก่อน”
ชุนเถาตกใจ
“อาหารในห้องครัวไม่ได้ให้ท่านกินหรอก!”
ซูหว่านซู่ไม่ตอบ นางเดินตรงไปยังครัวใหญ่ของจวนซู กลิ่นอาหารหอมกรุ่น ลอยออกมาจากด้านใน
ในห้องครัว บ่าวหลายคนกำลังเตรียมอาหาร เมื่อเห็นซูหว่านซู่เดินเข้ามา ทุกคนก็ชะงัก แม่ครัวคนหนึ่งขมวดคิ้ว
“คุณหนูซู่ซู่” น้ำเสียงของนางไม่ได้เคารพเลยแม้แต่น้อย
“ท่านมาทำอะไรที่นี่”
ซูหว่านซู่มองโต๊ะอาหารตรงหน้า มีทั้งเนื้อ หมูตุ๋น และซุปหอมกรุ่น
อาหารพวกนี้ ไม่เคยถูกส่งไปที่เรือนของนาง
ซูหว่านซู่หยิบตะเกียบขึ้นมา แม่ครัวรีบเข้ามาขวางทันที
“หยุด อาหารพวกนี้เป็นของ คุณหนูเสวี่ยเอ๋อร์ ท่านกินไม่ได้” ซูหว่านซู่เงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางเย็นชาจนคนมองรู้สึกหนาว
“ข้าก็เป็นคุณหนูของจวนนี้ ทำไมจะกินไม่ได้”
แม่ครัวหัวเราะเยาะ
“คุณหนูหรือ ท่านเป็นแค่เด็กบ้านนอกที่ถูกเก็บกลับมา” คำพูดนั้นเพิ่งจบลง
ปัง!
ซูหว่านซู่พลิกโต๊ะอาหารทันที ชามซุปแตกกระจาย อาหารหกเต็มพื้น บ่าวทั้งครัวร้องอย่างตกใจ
“คุณหนู!” แต่ซูหว่านซู่ยังไม่หยุด นางเตะถาดอาหารอีกใบจนตกพื้น เสียงแตกดังไปทั่วครัว
ในชั่วพริบตา อาหารทั้งครัวก็พังยับเยิน ซูหว่านซู่มองทุกคนด้วยสายตาเย็นชา
“เมื่อข้ากินไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะได้กิน”
บ่าวทุกคนยืนตัวแข็ง ไม่มีใครกล้าขยับ ชุนเถาที่เพิ่งตามมาถึง ตกใจจนหน้าซีด นางรีบหันหลังวิ่งออกไป
“แย่แล้ว ต้องไปบอกฮูหยิน คุณหนูซู่ซู่ทำครัวพังหมดแล้ว!” เสียงวิ่งของบ่าวดังไปทั่วจวน
ข่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว คุณหนูที่เคยอ่อนแอ ตอนนี้กลับกลายเป็นคนที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกแล้ว
ส่วนซูหว่านซู่ ยืนอยู่กลางครัวที่พังเละ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปากของนาง
เกมแก้แค้นของนาง เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ครัวใหญ่ของจวนซูเต็มไปด้วยความโกลาหล ชามแตก เศษอาหาร และน้ำซุปหกเกลื่อนพื้น บ่าวหลายคนยืนตัวสั่นอยู่รอบ ๆ
กลางครัว หญิงสาวผู้หนึ่งยืนอย่างสงบนิ่ง นางคือซูหว่านซู่ ราวกับความวุ่นวายทั้งหมดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางเลย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงแหลมของหญิงวัยกลางคนดังขึ้น
ประตูห้องครัวถูกเปิดออก คนที่เดินเข้ามาคือมู่ซื่อ ฮูหยินใหญ่แห่งจวนซู ด้านหลังของนางคือซูเสวี่ยเอ๋อร์ ลูกสาวผู้เป็นที่รักของทุกคน และยังมีซูเหวินหลง พี่ชายคนโต ซูเหวินคังลูกชายอีกคน
บ่าวทั้งหมดรีบคุกเข่าลง
“ฮูหยิน!” ชุนเถารีบคลานเข้าไปหา
“ฮูหยินเจ้าคะ! คุณหนูซู่ซู่ทำครัวพังหมดแล้ว!”
มู่ซื่อมองรอบครัว เมื่อเห็นสภาพเละเทะ ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นโกรธจัดทันที
“ซู่ซู่ นี่เจ้าทำอะไรลงไป!”
ซูหว่านซู่เงยหน้ามอง สีหน้าของนางยังคงสงบ
“ข้าหิว” คำตอบสั้น ๆ ทำให้ทุกคนชะงัก
ซูเหวินหลงหัวเราะเยาะ
“เจ้าหิวแล้วต้องทำครัวพังด้วยหรือ”
ซูเหวินคังเสริมทันที
“เด็กบ้านนอกก็คือเด็กบ้านนอก ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”
ซูหว่านซู่มองพวกเขา ในชาติก่อน คำพูดเหล่านี้ทำให้นางเสียใจ นางจึงคิดว่าตัวเองยังทำไม่ดี จึงพยายามเอาอกเอาใจพวกเขาทุกอย่าง แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว เพราะนางไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของพวกเขา นางเป็นแค่ลูกสาวบุญธรรมที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเพื่อมาสร้างประโยชน์ให้ครอบครัวนี้เท่านั้น ตายไปพวกเขาได้ชื่อเสียง อำนาจ เงินทองจากน้ำพักน้ำแรงของนาง แต่ไม่มีใครเสียใจเพราะ
นางตายเลยสักคน
ตอนนี้ความรักที่นางเคยให้พวกเขา มันไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว
ซูเสวี่ยเอ๋อร์เดินออกมาข้างหน้า ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“พี่หญิง หากท่านหิว ก็บอกข้าก็ได้ ข้าจะให้ครัวเตรียมอาหารให้ท่านเอง” น้ำเสียงอ่อนโยน แต่คำพูดนั้นทำให้บ่าวรอบ ๆ หัวเราะเบา ๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่าอาหารดี
ๆ ในครัว ถูกเตรียมไว้ให้ซูเสวี่ยเอ๋อร์และสมาชิกคนอื่นในครอบครัวเท่านั้น
มู่ซื่อหันไปมองซูหว่านซู่ด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้ามาอยู่จวนได้ไม่กี่วัน ก็สร้างปัญหาแล้ว ตระกูลซูไม่เคยมีลูกสาวที่ไร้มารยาทแบบเจ้า!” ถ้าไม่ใช่เพราะนักพรตทำนายว่านางจะสร้างคุณประโยชน์ให้กับตระกูล นางและสามีไม่มีทางนำทางบ้านนอกคนนี้กลับมาอย่างเด็ดขาด
ซูหว่านซู่ยิ้มบาง ๆ
“ไร้มารยาทหรือ” นางชี้ไปที่บ่าวในครัว
“พวกเขาเอาข้าวบูดมาให้ข้ากิน แบบนั้นเรียกว่ามีมารยาทหรือ” คำพูดนั้นทำให้บ่าวหลายคนหน้าซีด
แต่ก่อนที่ใครจะพูดอะไร เสียงเข้มของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“พอได้แล้ว” ทุกคนรีบหันกลับไป
ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางเดินเข้ามา เขาคือซูเจิ้งหยวน เจ้าของจวนซู ซูหว่านซู่มองผู้เป็นบิดาของนาง หัวใจของนางยังคงเย็นชา ในชาติก่อน คนผู้นี้ไม่เคยมองนางเป็นลูกเลย
ซูเจิ้งหยวนมองสภาพครัวอย่างหงุดหงิด
“เจ้าทำเรื่องเหลวใหลอีกแล้ว”
เขามองซูหว่านซู่ด้วยสายตาเย็นชา
“ข้าไม่สนว่าเหตุผลคืออะไร แต่เจ้าทำให้จวนเสียหาย เจ้ามีความผิด”
